สิทธิในการถูกลืม (Right to be Forgotten) คืออะไรและสำคัญอย่างไร
สรุปใจความสำคัญ
- สิทธิในการถูกลืมคือการขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลออกจากผลการค้นหาบนอินเทอร์เน็ต
- มีความแตกต่างจากสิทธิในความเป็นส่วนตัว โดย RTBF เน้นการลบข้อมูลที่เคยเป็นสาธารณะ
- กฎหมาย PIPL ของจีนปี 2021 ได้บรรจุสิทธิในการถูกลืมไว้อย่างเป็นทางการ
สิทธิในการถูกลืม (Right to be Forgotten หรือ RTBF) คือสิทธิที่บุคคลสามารถร้องขอให้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกลบออกจากผลการค้นหาบนอินเทอร์เน็ต หรือไดเรกทอรีออนไลน์ในบางกรณี เพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นไม่สามารถถูกค้นพบโดยบุคคลที่สาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านเครื่องมือค้นหา (Search Engines) เช่น Google
แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากความต้องการของบุคคลที่ต้องการกำหนดทิศทางชีวิตของตนเองอย่างเป็นอิสระ โดยไม่ต้องถูกตีตราจากเหตุการณ์หรือการกระทำในอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและโอกาสในชีวิตปัจจุบัน
ความสำคัญและข้อโต้แย้ง
ผู้ที่สนับสนุนสิทธินี้มองว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในกรณีต่างๆ เช่น:
- การลบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ Revenge Porn (การเผยแพร่ภาพลับเพื่อแก้แค้น)
- การลบข้อมูลเกี่ยวกับคดีอาญาเล็กน้อยในอดีตที่ไม่มีความสำคัญต่อสาธารณะ แต่ปรากฏเด่นชัดเมื่อค้นหาชื่อบุคคลนั้น
- การป้องกันไม่ให้ข้อมูลเก่าที่ล้าสมัยส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงออนไลน์อย่างไม่เป็นธรรม
ในขณะเดียวกัน ผู้ที่คัดค้านสิทธินี้กังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อ เสรีภาพในการแสดงออก (Freedom of Expression) และอาจนำไปสู่การเซ็นเซอร์ข้อมูล การบิดเบือนประวัติศาสตร์ หรือทำให้คุณภาพของข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตลดลง
ความแตกต่างระหว่างสิทธิในการถูกลืมและสิทธิในความเป็นส่วนตัว
| หัวข้อ | สิทธิในความเป็นส่วนตัว (Right to Privacy) | สิทธิในการถูกลืม (Right to be Forgotten) |
|---|---|---|
| คำจำกัดความ | ข้อมูลที่ไม่เป็นที่รู้จักต่อสาธารณะ | การยกเลิกการเข้าถึงข้อมูลที่เคยเป็นที่รู้จักต่อสาธารณะ |
| เป้าหมาย | ป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกเปิดเผย | ลบข้อมูลที่เคยถูกเปิดเผยไปแล้วออกจากการค้นหา |
การยอมรับในแต่ละเขตอำนาจศาล
อาร์เจนตินา
อาร์เจนตินามีการต่อสู้ทางกฎหมายหลายครั้ง โดยเฉพาะกรณีของคนดังที่ขอให้ลบลิงก์รูปภาพที่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับเนื้อหาลามกโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังมีกฎหมาย Amparo (มาตรา 43) ที่อนุญาตให้บุคคลร้องขอการตรวจสอบ แก้ไข หรือลบข้อมูลส่วนบุคคลในฐานข้อมูลสาธารณะและเอกชน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระบบที่ครอบคลุมที่สุดในการคุ้มครองข้อมูล
จีน
ในระยะแรก ศาลจีนเคยปฏิเสธคำร้องขอสิทธิในการถูกลืม (กรณี Baidu) โดยมองว่าผลการค้นหาเป็นกลางและจำเป็นต่อสาธารณะ อย่างไรก็ตาม จีนได้พัฒนากฎหมายคุ้มครองข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีการประกาศใช้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Information Protection Law - PIPL) ในปี 2021 ซึ่งระบุสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลเหนือข้อมูลของตน รวมถึงสิทธิในการรับรู้ สิทธิในการเข้าถึง และ สิทธิในการถูกลืม อย่างชัดเจน
สหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร
ในยุโรปจะใช้แนวคิด สิทธิในการลบข้อมูล (Right to Erasure) ซึ่งมีความจำกัดมากกว่าสิทธิในการถูกลืมแบบสมบูรณ์ โดยเน้นไปที่การลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (เช่น GDPR)
คำถามที่พบบ่อย
สิทธิในการถูกลืมแตกต่างจากสิทธิในความเป็นส่วนตัวอย่างไร?
สิทธิในความเป็นส่วนตัวคือการปกป้องข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ ส่วนสิทธิในการถูกลืมคือการขอให้ลบข้อมูลที่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะไปแล้วเพื่อให้เข้าถึงได้ยากขึ้น
ใครบ้างที่สนับสนุนสิทธิในการถูกลืม?
ผู้ที่กังวลเรื่องผลกระทบของข้อมูลในอดีตต่อชื่อเสียงปัจจุบัน เช่น ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของ Revenge Porn หรือผู้ที่เคยกระทำผิดเล็กน้อยในอดีตและกลับตัวแล้ว
ข้อกังวลหลักของผู้ที่คัดค้านสิทธินี้คืออะไร?
ความกังวลเรื่องการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออก การเซ็นเซอร์ข้อมูล และการทำให้ประวัติศาสตร์ถูกเขียนขึ้นใหม่หรือสูญหาย
