Ring chromosome 22 คืออะไร? อาการ สาเหตุ และการวินิจฉัย
สรุปใจความสำคัญ
- Ring chromosome 22 เกิดจากการที่ปลายโครโมโซม 22 เชื่อมต่อกันเป็นวงแหวนทำให้สูญเสียสารพันธุกรรม
- การสูญเสียยีน SHANK3 เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางสติปัญญาและความล่าช้าในการพูด
- อาการเด่นชัด ได้แก่ ภาวะกล้ามเนื้อตึงตัวต่ำ ความบกพร่องทางสติปัญญา และพฤติกรรมไฮเปอร์แอคทีฟ
- การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจ Karyotype
Ring chromosome 22 หรือ ring 22 เป็นความผิดปกติของโครโมโซมที่พบได้ยาก โดยเกิดขึ้นเมื่อปลายทั้งสองด้านของโครโมโซมสูญเสียสารพันธุกรรมและเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นรูปวงแหวน ในกรณีนี้เกิดขึ้นกับโครโมโซมคู่ที่ 22 ซึ่งเป็นโครโมโซมร่างกาย (autosome) ลำดับสุดท้ายของมนุษย์
อาการและการแสดงออก
แม้ว่าลักษณะทางกายภาพและอาการจะมีความหลากหลาย แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีลักษณะร่วมกันดังนี้:
- ความบกพร่องทางสติปัญญา: มักอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรง
- ความล่าช้าในการพูด: พบได้บ่อยมาก โดยผู้ป่วยบางรายอาจไม่สามารถพูดได้เลย หรือเริ่มพูดคำแรกได้ช้า (เฉลี่ยเกือบ 3 ปี)
- ภาวะกล้ามเนื้อตึงตัวต่ำ (Hypotonia): มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือตัวอ่อนปวกเปียก
- พฤติกรรม: มีภาวะไฮเปอร์แอคทีฟ (Hyperactivity) และลักษณะที่คล้ายกับออทิสติก (Autism-like features) ซึ่งมักจะลดลงเมื่อเข้าสู่ช่วงก่อนวัยรุ่น
ลักษณะทางกายภาพ
ผู้ป่วยมักมีลักษณะใบหน้าและร่างกายที่เฉพาะเจาะจง เช่น:
- ศีรษะเล็ก (Microcephaly)
- มีรอยพับที่หัวตา (Epicanthic folds)
- ใบหูมีขนาดใหญ่ผิดปกติ
- ดวงตารูปอัลมอนด์พร้อมขนตายาว และคิ้วหนา
- จมูกมีลักษณะกลมมน (Bulbous nose)
- มีช่องว่างระหว่างนิ้วเท้า (Sandal gap)
นอกจากนี้ ยังมีการรายงานพบความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินปัสสาวะในบางราย รวมถึงความเชื่อมโยงกับโรค Neurofibromatosis type II ซึ่งมักพบเนื้องอกในเยื่อหุ้มสมอง (Meningiomas) ร่วมด้วย
สาเหตุของการเกิด
Ring chromosome 22 เกิดจากการกลายพันธุ์ของโครโมโซมที่ปลายทั้งสองด้านสูญเสียข้อมูลทางพันธุกรรมและเชื่อมต่อกันเป็นวงแหวน เนื่องจากโครโมโซม 22 เป็นโครโมโซมแบบ acrocentric (แขนสั้นมีขนาดเล็กมากและไม่มียีนที่สำคัญต่อการพัฒนา) อาการของโรคจึงเกิดจากการสูญเสียยีนในส่วนแขนยาว (long arm) เท่านั้น
ปริมาณยีนที่สูญเสียไปอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยมีรายงานตั้งแต่ 0.15% ถึง 21% ของโครโมโซม 22
ความเกี่ยวข้องกับยีน SHANK3
มีความทับซ้อนกันอย่างมากระหว่างอาการของ Ring chromosome 22 และ Phelan-McDermid syndrome เนื่องจากทั้งสองโรคมีการสูญเสียยีน SHANK3 ที่ตำแหน่ง 22q13.3 ซึ่งเป็นจุดวิกฤตที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการนี้
การวินิจฉัยและการดูแลรักษา
การวินิจฉัย
การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจ Karyotype เพื่อดูลักษณะของโครโมโซม โดยในบางกรณีที่หายากอาจตรวจพบได้ตั้งแต่ในครรภ์ผ่านการเจาะน้ำคร่ำ (Amniocentesis) หรือการตรวจชิ้นเนื้อรก (Chorionic villus sampling)
การจัดการและรักษา
เนื่องจากเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การรักษาจึงเน้นไปที่การประคับประคองตามอาการ:
- การศึกษาพิเศษ: สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
- อรรถบำบัด (Speech therapy): เพื่อช่วยลดความล่าช้าในการพูด
- กายภาพบำบัด (Physical therapy): เพื่อช่วยจัดการกับภาวะกล้ามเนื้อตึงตัวต่ำ
- การให้คำปรึกษาทางพันธุกรรม: สำหรับครอบครัวเพื่อประเมินความเสี่ยงในการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
ระบาดวิทยา
โรคนี้พบได้ยากมาก โดยมีรายงานผู้ป่วยประมาณ 100 รายทั่วโลก และยังคงมีการถกเถียงกันว่าพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย หรือในทางกลับกัน
คำถามที่พบบ่อย
Ring chromosome 22 คืออะไร?
คือความผิดปกติทางพันธุกรรมที่พบได้ยาก ซึ่งโครโมโซมคู่ที่ 22 มีรูปร่างเป็นวงแหวนแทนที่จะเป็นเส้นตรง ทำให้สูญเสียข้อมูลทางพันธุกรรมบางส่วนที่ปลายโครโมโซม
อาการหลักของโรคนี้คืออะไร?
อาการหลัก ได้แก่ ความบกพร่องทางสติปัญญา ความล่าช้าในการพูดอย่างรุนแรง ภาวะกล้ามเนื้อตึงตัวต่ำ และพฤติกรรมไฮเปอร์แอคทีฟ
โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้เนื่องจากเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม แต่สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการศึกษาพิเศษ กายภาพบำบัด และอรรถบำบัด
