ริต้า วอง กวีและนักวิชาการด้านนิเวศวิทยาชาวแคนาดา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นกวีและรองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยศิลปะและการออกแบบเอมิลี คาร์ (Emily Carr University of Art and Design)
- ผลงานโดดเด่น ได้แก่ รวมบทกวีเรื่อง monkeypuzzle และ forage ซึ่งเล่มหลังได้รับรางวัล Dorothy Livesay Prize ปี 2008
- ได้รับรางวัล Latner Griffin Writers' Trust Poetry Prize ในปี 2024 สำหรับผลงานกวีนิพนธ์ตลอดชีวิต
- มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม และเคยถูกจำคุกจากการประท้วงท่อส่งน้ำมัน Trans Mountain Pipeline ในปี 2019
ริต้า วอง (Rita Wong เกิดปี ค.ศ. 1968) เป็นกวีและนักวิชาการชาวแคนาดาที่มีชื่อเสียงจากการสร้างสรรค์ผลงานที่สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างความยุติธรรมทางสังคม นิเวศวิทยา การถอนรากถอนโคนอาณานิคม (Decolonization) และกวีนิพนธ์ร่วมสมัย ปัจจุบันเธอเป็นรองศาสตราจารย์ด้านการศึกษาเชิงวิพากษ์และวัฒนธรรม (Critical and Cultural Studies) ที่มหาวิทยาลัยศิลปะและการออกแบบเอมิลี คาร์ (Emily Carr University of Art and Design)
ประวัติและการศึกษา
วองเติบโตในเมืองแคลกะรี รัฐแอลเบอร์ตา และปัจจุบันพำนักอยู่ที่เมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย เธอมีพื้นฐานการศึกษาที่หลากหลายและลุ่มลึก โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยแคลกะรีในปี ค.ศ. 1990 จากนั้นได้รับปริญญาโทสองใบ คือ สาขาวิชาภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยแอลเบอร์ตาในปี ค.ศ. 1992 และสาขาวิชาการศึกษาจดหมายเหตุ (Archival Studies) จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียในปี ค.ศ. 1996 ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยไซมอนเฟรเซอร์ในปี ค.ศ. 2002
ผลงานทางวรรณกรรม
ริต้า วอง ได้ตีพิมพ์หนังสือรวมบทกวีหลายเล่ม ซึ่งแต่ละเล่มสะท้อนมุมมองทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน:
- monkeypuzzle (1998): ผลงานรวมบทกวีเล่มแรกที่ตีพิมพ์โดย Press Gang ซึ่งได้รับคำชื่นชมว่าเป็นเสียงใหม่ที่น่าจับตามองในวรรณกรรมแคนาดา โดยเนื้อหาในเล่มนี้มุ่งเน้นไปที่การสำรวจอัตลักษณ์ของเธอในฐานะผู้หญิงเอเชียที่เป็นไบเซ็กชวล
- forage (2007): ผลงานเล่มที่สองที่สำรวจความเชื่อมโยงระหว่างวิกฤตการณ์ทางนิเวศวิทยากับความไม่ยุติธรรมในภูมิทัศน์การเมืองระหว่างประเทศ หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัล Dorothy Livesay Prize ในปี ค.ศ. 2008
- undercurrent: หนึ่งในผลงานรวมบทกวีที่สะท้อนแนวคิดเรื่องกระแสน้ำและสิ่งแวดล้อม
บทบาทด้านสิ่งแวดล้อมและการเคลื่อนไหวทางสังคม
งานเขียนของวองมักให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับผืนดินและลุ่มน้ำในท้องถิ่น เธอวิพากษ์วิจารณ์การใช้พืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs) และผลกระทบจากบริษัทข้ามชาติ เช่น Monsanto โดยมีการเขียนบทกวีที่อุทิศให้กับ เพอร์ซี ชมัยเซอร์ (Percy Schmeiser) เกษตรกรชาวซัสแคตเชวันผู้ถูกฟ้องร้องโดยบริษัท Monsanto
นอกจากนี้ วองยังนำเสนอประเด็นเรื่องผลกระทบจากการบริโภคเทคโนโลยีในโลกตะวันตก โดยยกตัวอย่างหมู่บ้านกุยหยู (Guiyu) ในประเทศจีน ซึ่งเป็นแหล่งแยกชิ้นส่วนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างมลพิษอย่างรุนแรง เธอสะท้อนให้เห็นถึงความย้อนแย้งในฐานะพลเมืองอเมริกาเหนือที่ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์แต่ในขณะเดียวกันก็ตระหนักถึงการทำลายระบบนิเวศจากการทำเหมืองแร่โคลแทน (Coltan)
การเคลื่อนไหวทางการเมือง
วองไม่ได้เพียงแต่เขียนถึงสิ่งแวดล้อม แต่ยังลงมือปฏิบัติจริง ในวันที่ 16 สิงหาคม ค.ศ. 2019 เธอถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 28 วัน เนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่งห้ามในการประท้วงอย่างสงบเพื่อต่อต้านท่อส่งน้ำมัน Trans Mountain Pipeline ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลแคนาดา กรณีนี้ทำให้ Amnesty International ออกมาวิจารณ์ว่าเป็นการทำให้การประท้วงโดยสงบกลายเป็นอาชญากรรม
บทบาททางวิชาการและรางวัล
ในด้านวิชาการ วองได้พัฒนาหลักสูตรเกี่ยวกับการใคร่ครวญเชิงนิเวศวิทยา ข้ามวัฒนธรรม และสหวิทยาการเกี่ยวกับน้ำ และเคยเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยไมอามี (University of Miami)
ในปี ค.ศ. 2024 ริต้า วอง ได้รับรางวัล Latner Griffin Writers' Trust Poetry Prize ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่กวีที่มีผลงานโดดเด่นตลอดช่วงชีวิตการทำงาน
คำถามที่พบบ่อย
ริต้า วอง (Rita Wong) มีความเชี่ยวชาญในด้านใด?
เธอเป็นกวีและนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเชิงวิพากษ์และวัฒนธรรม โดยผลงานของเธอมุ่งเน้นที่จุดตัดระหว่างนิเวศวิทยา ความยุติธรรมทางสังคม และการถอนรากถอนโคนอาณานิคม
ผลงานเขียนของ ริต้า วอง มักนำเสนอประเด็นใด?
งานของเธอมักพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ลุ่มน้ำ การวิพากษ์วิจารณ์การดัดแปลงพันธุกรรมพืช (GMOs) และผลกระทบจากการบริโภคทรัพยากรของประเทศพัฒนาแล้วที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศอื่น
ริต้า วอง เคยมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างไร?
เธอเคยเข้าร่วมการประท้วงอย่างสงบเพื่อต่อต้านท่อส่งน้ำมัน Trans Mountain Pipeline ของรัฐบาลแคนาดา และถูกตัดสินจำคุก 28 วันในปี 2019 ซึ่งกรณีนี้ถูก Amnesty International ยกเป็นตัวอย่างของการจำกัดสิทธิในการประท้วงโดยสงบ

