← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Roger's Version นวนิยายสำรวจศรัทธาและตัณหาโดย จอห์น อัปไดก์

สรุปใจความสำคัญ

  • เขียนโดย จอห์น อัปไดก์ ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1986
  • ได้รับรางวัล Ambassador Book Award for Fiction ในปี ค.ศ. 1987
  • มีโครงสร้างและตัวละครที่อ้างอิงมาจากนวนิยายเรื่อง The Scarlet Letter
  • สำรวจความขัดแย้งระหว่างวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทววิทยา

Roger's Version เป็นนวนิยายที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1986 เขียนโดย จอห์น อัปไดก์ (John Updike) นักเขียนชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง ผลงานเล่มนี้ได้รับรางวัล Ambassador Book Award สาขาเรื่องสั้นและนวนิยาย (Fiction) ในปี ค.ศ. 1987

หน้าปกหนังสือ Roger's Version
หน้าปกนวนิยาย Roger's Version

โครงเรื่อง

เรื่องราวเล่าผ่านมุมมองของ โรเจอร์ แลมเบิร์ต (Roger Lambert) ศาสตราจารย์ด้านเทววิทยาในวัยห้าสิบเศษ ผู้ซึ่งมีความเชื่อทางศาสนาแบบเรียบง่ายและพึงพอใจในชีวิตของตน จนกระทั่งเขาได้พบกับ เดล (Dale) นักศึกษาปริญญาโทคริสเตียนสายอีแวนเจลิคัล ผู้มีความเชื่อว่าเขาสามารถใช้หลักวิทยาการคอมพิวเตอร์เพื่อพิสูจน์การมีอยู่ของพระเจ้าได้ ความสัมพันธ์นี้ทำให้โรเจอร์เริ่มตั้งคำถามกับศรัทธาของตนเอง ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มระแวงว่าเดลกำลังมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับ เอสเธอร์ (Esther) ภรรยาของเขา

ในขณะที่ชีวิตคู่สั่นคลอน โรเจอร์ได้เข้าไปพัวพันกับ เวอร์นา (Verna) หลานสาววัย 19 ปี ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีบุคลิกโผงผางและใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เวอร์นามีลูกสาววัยขวบครึ่งชื่อ พอลล่า (Paula) ซึ่งเป็นเด็กลูกครึ่ง โรเจอร์รู้สึกสงสารในชะตากรรมของเวอร์นาและมีความดึงดูดทางเพศต่อเธอ เขาจึงอาสาเป็นครูสอนพิเศษเพื่อให้เวอร์นาสามารถสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายได้

จุดพลิกผันของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อเวอร์นาทำร้ายพอลล่าจนขาหักเนื่องจากความหงุดหงิดที่เด็กไม่ยอมนอน โรเจอร์ช่วยเวอร์นาปกปิดเหตุการณ์โดยสร้างเรื่องว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่สนามเด็กเล่น และหลังจากนั้นเขาก็มีความสัมพันธ์ทางเพศกับเธอ ส่วนทางด้านเดลนั้นกลับตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าและสิ้นหวังเมื่อข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ของเขาไม่สามารถพิสูจน์การมีอยู่ของพระเจ้าได้ เรื่องราวปิดฉากลงด้วยการที่เวอร์นากลับไปหาพ่อแม่ที่เมืองคลีฟแลนด์ โดยทิ้งพอลล่าไว้ในความดูแลชั่วคราวของโรเจอร์และเอสเธอร์

แก่นเรื่องและการวิเคราะห์

โครงสร้างของนวนิยาย ตัวละคร และธีมหลักได้รับแรงบันดาลใจมาจาก The Scarlet Letter ของนาธาเนียล ฮอว์ธอร์น (Nathaniel Hawthorne) โดยมีการเปรียบเทียบตัวละครดังนี้:

  • โรเจอร์ แลมเบิร์ต เปรียบได้กับ โรเจอร์ ชิลลิงเวิร์ธ (Roger Chillingworth)
  • เอสเธอร์ เปรียบได้กับ เฮสเตอร์ พรินน์ (Hester Prynne)
  • เดล เปรียบได้กับ อาเธอร์ ดิมเมสเดล (Arthur Dimmesdale)
  • พอลล่า เปรียบได้กับ เพิร์ล (Pearl) ลูกนอกสมรสของเฮสเตอร์

นอกจากนี้ นวนิยายยังสำรวจประเด็นความขัดแย้งระหว่าง เหตุผลกับศรัทธา, วิทยาศาสตร์กับศาสนา และ ความเชื่อกับการปฏิเสธความเชื่อ ซึ่งเป็นธีมที่ปรากฏบ่อยครั้งในงานเขียนของอัปไดก์ โดยเดวิด ลอดจ์ (David Lodge) นักเขียนและนักวิจารณ์ ระบุว่าเรื่องนี้ครอบคลุม 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ เทววิทยา, กามารมณ์, ชีวิตในครอบครัว, การบรรยายลักษณะทางกายภาพ และวิทยาศาสตร์

การตอบรับจากนักวิจารณ์

คำวิจารณ์ที่มีต่อ Roger's Version มีความหลากหลาย โดยทาง Publishers Weekly มองว่าแม้การนำเสนอไอเดียจะมีความประณีต แต่เนื้อหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทววิทยานั้นซับซ้อนและเข้าใจยากเกินไปสำหรับผู้อ่านทั่วไป รวมถึงมองว่าตัวละครถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเพียงกระบอกเสียงในการนำเสนอแนวคิดทางปรัชญามากกว่าจะเป็นมนุษย์ที่มีมิติ

ในทางตรงกันข้าม เดวิด ลอดจ์ กลับชื่นชมผลงานเล่มนี้ว่ามีความท้าทาย ให้ความรู้ และแสดงให้เห็นถึงความฉลาดหลักแหลมของอัปไดก์ในฐานะนักเขียนนวนิยายร่วมสมัย

คำถามที่พบบ่อย

Roger's Version เกี่ยวกับอะไร?

เป็นเรื่องราวของศาสตราจารย์ด้านเทววิทยาที่เผชิญกับวิกฤตศรัทธา ความระแวงในชีวิตคู่ และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับหลานสาว โดยมีฉากหลังเป็นการพยายามพิสูจน์การมีอยู่ของพระเจ้าด้วยคอมพิวเตอร์

นวนิยายเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มใด?

ได้รับแรงบันดาลใจจาก The Scarlet Letter ของนาธาเนียล ฮอว์ธอร์น ทั้งในด้านโครงสร้างตัวละครและแก่นเรื่อง

ประเด็นหลักที่ จอห์น อัปไดก์ ต้องการนำเสนอในเรื่องนี้คืออะไร?

การปะทะกันระหว่างเหตุผลและศรัทธา รวมถึงการตั้งคำถามว่าวิทยาศาสตร์ (ในที่นี้คือคอมพิวเตอร์) สามารถพิสูจน์เรื่องทางจิตวิญญาณได้หรือไม่