← กลับไปยังบทความทั้งหมด

นิตยสารโรลลิ่งสโตน ประวัติศาสตร์และอิทธิพลต่อวัฒนธรรมดนตรีและการเมือง

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี 1967 ที่เมืองซานฟรานซิสโก โดย Jann Wenner และ Ralph J. Gleason
  • เป็นผู้บุกเบิกการนำเสนอข่าวสารวัฒนธรรมดนตรีร็อกควบคู่ไปกับการรายงานข่าวการเมืองเชิงลึก
  • เป็นแหล่งกำเนิดของงานเขียนแนว Gonzo Journalism โดย Hunter S. Thompson
  • ปัจจุบันอยู่ภายใต้การครอบครองของ Penske Media Corporation (PMC)

โรลลิ่งสโตน (Rolling Stone) เป็นนิตยสารรายเดือนของสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาด้านดนตรี การเมือง และวัฒนธรรมร่วมสมัย ก่อตั้งขึ้นในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1967 โดยจันน์ เว็นเนอร์ (Jann Wenner) และนักวิจารณ์ดนตรี ราล์ฟ เจ. กลีสัน (Ralph J. Gleason) นิตยสารฉบับนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นสื่อที่มีแนวคิดแบบเสรีนิยมและมีบทบาทสำคัญในการบันทึกประวัติศาสตร์ของดนตรีร็อกและวัฒนธรรมย่อยในยุคทศวรรษที่ 1960 และ 1970

หน้าปกนิตยสาร Rolling Stone ฉบับที่ 1000
หน้าปกนิตยสาร Rolling Stone ฉบับที่ 1000 ซึ่งรวบรวมเหล่านักดนตรีและผู้มีอิทธิพลในวงการบันเทิง

การก่อตั้งและยุคเริ่มต้น (1967–1979)

นิตยสาร Rolling Stone ฉบับแรกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 1967 โดยมี จอห์น เลนนอน (John Lennon) ปรากฏบนหน้าปกในชุดเครื่องแต่งกายจากภาพยนตร์เรื่อง How I Won the War ในช่วงเริ่มต้น นิตยสารตีพิมพ์ทุกสองสัปดาห์ในรูปแบบหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ และมีราคาจำหน่ายฉบับละ 25 เซนต์

ที่มาของชื่อนิตยสาร

จันน์ เว็นเนอร์ อธิบายว่าชื่อ "Rolling Stone" มีที่มาจากสำนวนเก่าที่ว่า "A rolling stone gathers no moss" (หินที่กลิ้งอยู่เสมอจะไม่เกาะมอส) ซึ่งต่อมา Muddy Waters ได้นำไปแต่งเป็นเพลง และวง The Rolling Stones ก็นำชื่อมาจากเพลงของ Muddy Waters อีกที นอกจากนี้ ชื่อนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับเพลง "Like a Rolling Stone" ของ บ็อบ ดีแลน (Bob Dylan) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของดนตรีร็อกแอนด์โรล

บทบาทด้านวารสารศาสตร์และวัฒนธรรม

ในช่วงแรก Rolling Stone นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับวัฒนธรรมฮิปปี้ (Hippie Counterculture) แต่พยายามรักษามาตรฐานทางวารสารศาสตร์ที่เข้มงวดกว่าหนังสือพิมพ์ใต้ดินในยุคนั้น โดยมุ่งเน้นไปที่ "สิ่งและทัศนคติที่ดนตรีโอบรับไว้" มากกว่าแค่เรื่องตัวโน้ต

ในทศวรรษที่ 1970 นิตยสารได้ขยายขอบเขตไปสู่การรายงานข่าวการเมือง โดยมี ฮันเตอร์ เอส. ทอมป์สัน (Hunter S. Thompson) นักเขียนแนว "กอนโซ" (Gonzo Journalism) เป็นผู้เขียนหลัก ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาอย่าง Fear and Loathing in Las Vegas (1971) ถูกตีพิมพ์ใน Rolling Stone เป็นครั้งแรก

ผลงานการรายงานที่โดดเด่น

Rolling Stone มีชื่อเสียงในการนำเสนอสกู๊ปพิเศษที่เจาะลึกและสร้างแรงสั่นสะเทือนทางสังคม เช่น:

  • คอนเสิร์ต Altamont Free Concert (1970): การรายงานเหตุการณ์ฆาตกรรม Meredith Hunter ซึ่งได้รับรางวัล Specialized Journalism จาก National Magazine Awards ในปี 1971
  • คดีชาร์ลส์ แมนสัน (Charles Manson): บทความเจาะลึกความยาว 30,000 คำ โดย David Dalton และ David Felton ซึ่งทำให้ได้รับรางวัล National Magazine Award ครั้งแรกของนิตยสาร
  • ภารกิจ Apollo 17: ทอม วูล์ฟ (Tom Wolfe) ได้รับมอบหมายให้ติดตามการเดินทางสู่ดวงจันทร์ครั้งสุดท้ายของ NASA และนำเสนอซีรีส์บทความ "Post-Orbital Remorse" เกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าของนักบินอวกาศหลังกลับสู่โลก

การเปลี่ยนแปลงและการบริหารในยุคปัจจุบัน

ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 นิตยสารได้ปรับเปลี่ยนทิศทางเพื่อดึงดูดผู้อ่านรุ่นใหม่ โดยเน้นไปที่รายการโทรทัศน์ยอดนิยม นักแสดงภาพยนตร์ และดนตรีป๊อป ก่อนจะกลับมาสู่แนวทางดั้งเดิมที่ผสมผสานดนตรี ความบันเทิง และการเมืองในเวลาต่อมา

ในด้านการบริหาร นิตยสารประสบปัญหาทางการเงินในศตวรรษที่ 21 ส่งผลให้จันน์ เว็นเนอร์ ต้องขายหุ้น 49% ให้กับ BandLab Technologies ในปี 2016 และขายหุ้นอีก 51% ให้กับ Penske Media Corporation (PMC) ในปี 2017 ต่อมาในปี 2019 PMC ได้ซื้อหุ้นส่วนที่เหลือจาก BandLab ทำให้ปัจจุบัน PMC เป็นเจ้าของนิตยสาร Rolling Stone อย่างเต็มตัว

คำถามที่พบบ่อย

นิตยสาร Rolling Stone ก่อตั้งขึ้นเมื่อใดและโดยใคร?

ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 1967 ในเมืองซานฟรานซิสโก โดย Jann Wenner และ Ralph J. Gleason

ชื่อ Rolling Stone มีที่มาจากอะไร?

มีที่มาจากสำนวน "A rolling stone gathers no moss" และมีความเชื่อมโยงกับเพลงของ Muddy Waters, The Rolling Stones และ Bob Dylan

ใครคือนักเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของ Rolling Stone?

Hunter S. Thompson ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการเขียนข่าวแนว Gonzo และเขียนเรื่อง Fear and Loathing in Las Vegas ลงในนิตยสารนี้

ปัจจุบันใครเป็นเจ้าของนิตยสาร Rolling Stone?

Penske Media Corporation (PMC) เป็นเจ้าของทั้งหมดหลังจากเข้าซื้อกิจการในปี 2019