Royal College of Radiologists มาตรฐานการแพทย์รังสีวิทยาและมะเร็งวิทยา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นองค์กรวิชาชีพที่ดูแลด้านรังสีวิทยาคลินิกและมะเร็งวิทยาคลินิกในสหราชอาณาจักร
- จัดสอบ FRCR ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการสอบที่ยากที่สุดในสายการแพทย์
- ก่อตั้งรากฐานมาจาก Roentgen Society ในปี 1897 และกลายเป็น Royal College ในปี 1975
- ตีพิมพ์วารสารวิชาการ Clinical Oncology และ Clinical Radiology
Royal College of Radiologists (RCR) เป็นองค์กรวิชาชีพที่รับผิดชอบดูแลสาขาวิชารังสีวิทยาคลินิก (Clinical Radiology) และมะเร็งวิทยาคลินิก (Clinical Oncology) ทั่วสหราชอาณาจักร โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และการปฏิบัติงานด้านรังสีวิทยาและมะเร็งวิทยา การให้ความรู้แก่สาธารณชน และการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพที่เหมาะสม
วิทยาลัยแห่งนี้ทำหน้าที่กำหนดและตรวจสอบหลักสูตรการศึกษาสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่สายอาชีพนี้ รวมถึงการจัดสอบ Fellowship of the Royal College of Radiologists (FRCR) และยังเป็นองค์กรการกุศลที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักร (หมายเลข 211540)

โครงสร้างและผลงาน
RCR ประกอบด้วย 2 คณะ (Faculties) ซึ่งเป็นตัวแทนของสาขามะเร็งวิทยาคลินิกและรังสีวิทยาคลินิก นอกจากนี้ยังมีการตีพิมพ์วารสารวิชาการสองฉบับ ได้แก่ Clinical Oncology และ Clinical Radiology โดยปัจจุบัน RCR ตั้งอยู่ที่ 63 Lincoln's Inn Fields ในกรุงลอนดอน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2013
ประวัติความเป็นมา
การเป็นตัวแทนของผู้ปฏิบัติงานด้านรังสีวิทยาในสหราชอาณาจักรมีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน เริ่มต้นจาก Roentgen Society ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1897 (ตั้งชื่อตาม Wilhelm Conrad Röntgen ผู้ค้นพบรังสีเอกซ์) ตามด้วย British Association of Radiologists ในปี 1934 และ The Society of Radiotherapists of Great Britain and Ireland ในปี 1935 สำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษามะเร็งด้วยรังสีและเรเดียม
ในปี 1939 องค์กรสองแห่งหลังได้รวมตัวกันเป็น Faculty of Radiologists ซึ่งได้รับพระราชทานกฎบัตร (Royal Charter) ในปี 1953 และต่อมาในปี 1975 ได้รับกฎบัตรเพิ่มเติมจนกลายเป็น Royal College of Radiologists ในปัจจุบัน
นวัตกรรมล่าสุด
ในเดือนพฤษภาคม 2021 RCR ได้เปิดตัวแบบฟอร์มการยินยอมรับการฉายรังสีระดับชาติ (National Radiotherapy Consent Forms) เพื่อสร้างมาตรฐานและเสริมสร้างกระบวนการให้ความยินยอมที่ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยมะเร็งผู้ใหญ่ โดยมีการพัฒนาเวอร์ชันดิจิทัลร่วมกับบริษัท Concentric Health และมีการเผยแพร่เวอร์ชันภาษาเวลส์ในเดือนมิถุนายน 2022
การสอบ Fellowship of Royal College of Radiologist (FRCR)
ผู้สมัครจะถูกทดสอบตามหลักสูตรการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านรังสีวิทยาคลินิก โดยมีขั้นตอนการสอบดังนี้:
- First FRCR: สอบในช่วงปีแรกของการฝึกอบรม (ST1) เน้นความรู้ด้านหลักการทางฟิสิกส์ของการสร้างภาพทางการแพทย์ และกายวิภาคศาสตร์ที่จำเป็น ประกอบด้วย 2 โมดูล คือ ฟิสิกส์ (Physics) และกายวิภาคศาสตร์ (Anatomy)
- Final FRCR Part A: สอบในช่วงปี ST3 เน้นความรู้ครอบคลุมทุกด้านของรังสีวิทยาคลินิกและวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (ฟิสิกส์, กายวิภาคศาสตร์ และเทคนิค) โดยแบ่งเป็น 2 ชุดข้อสอบแบบเลือกคำตอบที่ดีที่สุด (Single Best of Answers)
- Final FRCR Part B: สอบในช่วงปี ST4 ประกอบด้วยการรายงานผล (Reporting session), การรายงานผลแบบรวดเร็ว (Rapid reporting session) และการสอบปากเปล่า (Oral examination)
การสอบ FRCR ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในการสอบที่ยากที่สุดในวิชาชีพแพทย์ เทียบเท่ากับการสอบ FRCA และ FRCPath เพื่อให้มั่นใจว่าที่ปรึกษารังสีวิทยาจะมีคุณภาพและมาตรฐานสูงสุด
หัวข้อหลักที่ใช้ในการสอบ Final FRCR Part A
| หมวดหมู่ | รายละเอียด |
|---|---|
| Cardiothoracic and Vascular | ระบบหัวใจ ทรวงอก และหลอดเลือด |
| Musculoskeletal and Trauma | ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก และการบาดเจ็บ |
| Gastro-intestinal | ระบบทางเดินอาหาร |
| Genito-urinary, Adrenal, Obstetrics & Gynecology and Breast | ระบบทางเดินปัสสาวะ, ต่อมหมวกไต, สูติ-นรีเวช และเต้านม |
| Pediatric | กุมารเวชศาสตร์ |
| Central Nervous and Head & Neck | ระบบประสาทส่วนกลาง ศีรษะ และลำคอ |
คำถามที่พบบ่อย
Royal College of Radiologists (RCR) คืออะไร?
เป็นองค์กรวิชาชีพในสหราชอาณาจักรที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานการศึกษา การปฏิบัติงาน และการพัฒนาวิทยาศาสตร์ในสาขารังสีวิทยาคลินิกและมะเร็งวิทยาคลินิก
การสอบ FRCR ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
การสอบแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลัก คือ First FRCR (ฟิสิกส์และกายวิภาคศาสตร์), Final FRCR Part A (ความรู้ทางคลินิกและวิทยาศาสตร์พื้นฐาน), และ Final FRCR Part B (การรายงานผลและการสอบปากเปล่า)
RCR มีบทบาทอย่างไรต่อผู้ป่วยมะเร็ง?
RCR ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานการรักษาและพัฒนาเครื่องมือ เช่น การสร้างแบบฟอร์มการยินยอมรับการฉายรังสีระดับชาติ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนก่อนการรักษา