← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กาวยาง คุณสมบัติ การใช้งาน และข้อควรระวังในการใช้

สรุปใจความสำคัญ

  • กาวยางทำจากพอลิเมอร์ยืดหยุ่นผสมกับตัวทำละลายที่ระเหยได้เร็ว
  • เหมาะสำหรับงานฝีมือเพราะสามารถลอกออกได้ง่ายโดยไม่ทำลายพื้นผิว
  • สูตรสมัยใหม่เป็นแบบปราศจากกรด (acid-free) ทำให้เหมาะสำหรับการเก็บรักษาเอกสารสำคัญ

กาวยาง หรือที่ในภาษาอังกฤษแบบบริติชเรียกว่า cow gum หรือบางครั้งเรียกว่า AP glue เป็นกาวชนิดหนึ่งที่ผลิตจากพอลิเมอร์ที่มีความยืดหยุ่น (โดยปกติคือลาเท็กซ์) ผสมกับตัวทำละลาย เช่น อะซิโตน (acetone), เฮกเซน (hexane), เฮปเทน (heptane) หรือโทลูอีน (toluene) เพื่อรักษาความเหลวให้สามารถใช้งานได้

กาวยางจัดอยู่ในกลุ่มกาวชนิดแห้ง (drying adhesives) ซึ่งเมื่อตัวทำละลายระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว ยางจะแข็งตัวและสร้างพันธะที่แข็งแรงแต่ยังคงความยืดหยุ่นไว้ได้

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์กาวยาง
กาวยางที่ใช้ในงานฝีมือและงานสำนักงาน

ส่วนประกอบของกาวยาง

โดยพื้นฐานแล้ว กาวยางคือส่วนผสมของยางแข็งในตัวทำละลายที่ระเหยได้ซึ่งสามารถละลายยางนั้นได้ เมื่อทากาวลงบนพื้นผิว ตัวทำละลายจะระเหยออกไป เหลือเพียงเนื้อยางที่ทำหน้าที่เป็นตัวยึดติด โดยสามารถใช้ยางได้เกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นยางที่ผ่านกระบวนการวัลคาไนเซชัน (vulcanized) หรือไม่ก็ตาม เช่น ยางธรรมชาติ, กัมมัสติก (gum mastic) หรือกัมอารบิก (gum arabic)

ในอดีตมีการใช้คลอโรฟอร์มและเบนซีนเป็นตัวทำละลาย และมักมีการเติมแอลกอฮอล์ในปริมาณเล็กน้อยลงในส่วนผสม สำหรับสูตรปัจจุบันในสหรัฐอเมริกาจะใช้ n-heptane ส่วนในสหราชอาณาจักร ผลิตภัณฑ์บางชนิด เช่น Marabu-Fixogum จะใช้อะซิโตน ขณะที่ Copydex จะใช้แอมโมเนีย

นอกจากนี้ บางสูตรอาจมีการเติมสารทำให้แข็ง (hardeners) หรือสารวัลคาไนเซชัน เพื่อเพิ่มความเหนียวแน่นของยาง และยังมีสูตรที่ใช้น้ำเป็นพื้นฐานซึ่งมักทำให้คงตัวด้วยแอมโมเนียอีกด้วย

การใช้งานกาวยาง

กาวยางเป็นที่นิยมอย่างมากในงานฝีมือ เนื่องจากสามารถลอกออกได้ง่ายโดยไม่ทำให้พื้นผิวเสียหาย ตัวอย่างเช่น มีการนำกาวยางไปใช้เป็นน้ำหมึกในปากกาลบได้

เนื่องจากกาวยางถูกออกแบบมาให้ลอกออกได้ง่ายหรือถูออกได้โดยไม่ทำลายกระดาษและไม่ทิ้งคราบกาว จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานจัดหน้า (paste-up work) ที่อาจต้องมีการแก้ไขหรือลอกส่วนเกินออก นอกจากนี้ กาวยางจะไม่กรอบแตกเหมือนกาวแป้ง

อย่างไรก็ตาม กาวยางสูตรเก่าไม่ถือว่าเป็นกาวที่เหมาะสำหรับการเก็บรักษาเอกสารระยะยาว (archival sound) เนื่องจากมีค่า pH ต่ำ (เป็นกรด) ซึ่งจะทำให้ภาพถ่ายและกระดาษเสื่อมสภาพเมื่อเวลาผ่านไป แต่กาวยางรุ่นใหม่ๆ ได้รับการพัฒนาให้ปราศจากกรด (acid-free) จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในหอจดหมายเหตุหรือการเก็บรักษาเอกสารสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีน้ำยาละลายกาวยาง (rubber cement thinners) สำหรับใช้เติมเมื่อตัวทำละลายระเหยออกจากภาชนะ หรือใช้เพื่อลบคราบกาวที่ตกค้าง

อันตรายและข้อควรระวัง

ตัวทำละลายที่ใช้ในกาวยางมีความเสี่ยงบางประการ ได้แก่ ความสามารถในการติดไฟ และอันตรายจากการนำไปใช้เป็นสารระเหย ดังนั้น ควรใช้งานกาวยางในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

  • ความเสี่ยงด้านอัคคีภัย: n-heptane และ n-hexane เป็นสารที่ติดไฟได้ง่ายมาก จึงต้องระมัดระวังไม่ให้ใกล้แหล่งความร้อน
  • ความเสียหายต่อพื้นผิว: กาวยางและน้ำยาละลายกาวที่มีส่วนผสมของอะซิโตนสามารถทำลายพื้นผิวที่ขัดเงาและพลาสติกหลายชนิดได้

คำถามที่พบบ่อย

กาวยางแตกต่างจากกาวลาเท็กซ์ทั่วไปอย่างไร?

กาวยางใช้ตัวทำละลายที่ระเหยได้เร็ว ทำให้กาวแห้งและยึดติดได้รวดเร็ว และมีคุณสมบัติเด่นคือสามารถลอกออกได้ง่ายโดยไม่ทำลายพื้นผิว ในขณะที่กาวลาเท็กซ์ทั่วไปอาจจะยึดติดแน่นกว่าและลอกออกยากกว่า

สามารถใช้กาวยางกับพลาสติกได้หรือไม่?

ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากกาวยางที่มีส่วนผสมของอะซิโตนสามารถละลายหรือทำลายพื้นผิวพลาสติกบางชนิดได้ ควรทดสอบในจุดเล็กๆ ก่อนใช้งาน

ทำไมกาวยางสูตรเก่าถึงไม่เหมาะกับงานเก็บรักษาเอกสาร?

เพราะกาวยางสูตรเก่ามีค่า pH ต่ำหรือมีความเป็นกรด ซึ่งจะส่งผลให้กระดาษและภาพถ่ายเหลืองหรือเสื่อมสภาพเมื่อเวลาผ่านไป