← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พื้นที่ชนบท นิยาม ลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคม

สรุปใจความสำคัญ

  • พื้นที่ชนบทมีลักษณะเด่นคือความหนาแน่นของประชากรต่ำและการพึ่งพาอุตสาหกรรมฐานทรัพยากรธรรมชาติ
  • ปรากฏการณ์ Rural Flight คือการที่คนรุ่นใหม่ย้ายเข้าสู่เมือง ส่งผลให้ชนบทเหลือเพียงผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อย
  • ประมาณ 75% ของคนยากจนทั่วโลกอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท ตามข้อมูลของ FAO
  • นิยามของคำว่า 'ชนบท' แตกต่างกันไปตามเกณฑ์ทางสถิติของแต่ละประเทศ เช่น ความหนาแน่นของประชากร หรือจำนวนประชากรในเขตตั้งถิ่นฐาน

พื้นที่ชนบท (Rural area) หรือที่มักเรียกกันว่า ชนบท หรือ บ้านนอก คือพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ภายนอกเขตเมืองและตัวเมือง มีลักษณะเด่นคือมีความหนาแน่นของประชากรต่ำและมีการตั้งถิ่นฐานขนาดเล็ก พื้นที่เหล่านี้มักเป็นพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ป่าไม้ หรือพื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างเข้มข้น

ทัศนียภาพพื้นที่ชนบทที่มีทุ่งหญ้าและต้นไม้
ลักษณะทั่วไปของพื้นที่ชนบทที่เน้นพื้นที่เปิดโล่งและธรรมชาติ

ลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคม

พื้นที่ชนบทมีพลวัตทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมที่ใช้ฐานทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เกษตรกรรม การป่าไม้ และการสกัดทรัพยากรธรรมชาติ

ความท้าทายทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจในชนบทมักมีความผันผวนสูง (Boom and Bust cycles) และมีความเปราะบางต่อสภาพอากาศที่รุนแรงหรือภัยธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และปากท้องของประชากร

การย้ายถิ่นฐานสู่เมือง (Rural Flight)

ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ผลักดันให้คนรุ่นใหม่ย้ายออกจากชนบทเข้าสู่เมืองเพื่อการศึกษาและโอกาสในการทำงาน ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การย้ายถิ่นฐานสู่เมือง (Rural flight) ซึ่งทำให้ประชากรที่หลงเหลืออยู่ในชนบทส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่มีการศึกษาน้อยกว่า และผู้ที่มีฐานะยากจน

วิถีชีวิตเกษตรกรในพื้นที่ชนบท
การพึ่งพาเกษตรกรรมเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชนบท

การเข้าถึงบริการและคุณภาพชีวิต

การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ล่าช้าส่งผลให้การเข้าถึงบริการพื้นฐานในชนบทมีคุณภาพต่ำกว่าในเมือง เช่น ระบบสาธารณสุข การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า ประมาณ 3 ใน 4 ของประชากรที่ยากจนที่สุดในโลกอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท

อย่างไรก็ตาม บางชุมชนสามารถพัฒนาเศรษฐกิจได้สำเร็จผ่านนโยบายการเพิ่มการเข้าถึงไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต ซึ่งช่วยลดช่องว่างในการสื่อสารและการค้าขาย

บ้านเรือนในพื้นที่ห่างไกล
ความท้าทายในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชนบทห่างไกล

นิยามของพื้นที่ชนบทในระดับภูมิภาค

แต่ละประเทศมีเกณฑ์การกำหนดพื้นที่ชนบทที่แตกต่างกันเพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติและการบริหารจัดการ

อเมริกาเหนือ

  • แคนาดา: องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) นิยาม "ภูมิภาคที่ส่วนใหญ่เป็นชนบท" ว่ามีประชากรมากกว่า 50% อาศัยอยู่ในชุมชนชนบท ซึ่งมีความหนาแน่นของประชากรน้อยกว่า 150 คนต่อตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ Statistics Canada ยังใช้เกณฑ์ประชากรที่อาศัยอยู่นอกเขตที่มีประชากร 1,000 คนขึ้นไป และมีความหนาแน่นต่ำกว่า 400 คนต่อตารางกิโลเมตร
  • สหรัฐอเมริกา: พื้นที่ชนบท (Rural America) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 97% ของพื้นที่ทั้งหมดในสหรัฐฯ โดยมีประชากรประมาณ 60 ล้านคน (หรือ 17.9% ของประชากรทั้งหมด) อาศัยอยู่ พื้นที่เหล่านี้มักประสบปัญหาความยากจนและมีประชากรสูงอายุมากกว่าเขตเมืองเนื่องจากการย้ายถิ่นฐานสู่เมือง
ทุ่งหญ้าและพื้นที่เกษตรกรรมในสหรัฐอเมริกา
พื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ในชนบทของสหรัฐอเมริกา

อเมริกาใต้

ในประเทศบราซิลและประเทศอื่นๆ ในอเมริกาใต้ นิยามของชนบทมักผูกติดกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักและการตั้งถิ่นฐานที่กระจัดกระจาย

พื้นที่ป่าและเกษตรกรรมในบราซิล
ความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ชนบทของอเมริกาใต้
ชุมชนชนบทในบราซิล
การตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ห่างไกลของบราซิล

คำถามที่พบบ่อย

พื้นที่ชนบทแตกต่างจากพื้นที่เมืองอย่างไร?

พื้นที่ชนบทมีความหนาแน่นของประชากรต่ำกว่า มีการตั้งถิ่นฐานขนาดเล็ก และเศรษฐกิจพึ่งพาธรรมชาติ เช่น เกษตรกรรมและป่าไม้ ในขณะที่พื้นที่เมืองมีความหนาแน่นของประชากรสูงและมีโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อนกว่า

Rural Flight คืออะไร?

Rural Flight คือการย้ายถิ่นฐานของประชากร โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ จากพื้นที่ชนบทเข้าสู่เมือง เพื่อแสวงหาโอกาสทางการศึกษาและการทำงานที่ดีกว่า

ทำไมประชากรในชนบทถึงมีความเสี่ยงต่อความยากจนสูงกว่า?

เนื่องจากเศรษฐกิจชนบทมักพึ่งพาเกษตรกรรมซึ่งผันผวนตามสภาพอากาศและภัยธรรมชาติ ประกอบกับมีการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและการศึกษาที่จำกัดกว่าในเขตเมือง

การพัฒนาชนบทในปัจจุบันเน้นเรื่องใด?

ปัจจุบันเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ รวมถึงการเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ (อินเทอร์เน็ต) และไฟฟ้า เพื่อลดช่องว่างทางสังคมและเศรษฐกิจ