S. G. Warburg & Co. ประวัติธนาคารเพื่อการลงทุนชั้นนำของอังกฤษ
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี 1946 โดย Siegmund Warburg และคณะ ซึ่งเป็นชาวเยิวที่ลี้ภัยจากนาซีเยอรมนี
- เป็นผู้บุกเบิกการเข้าซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตร (Hostile Takeover) และการออกพันธบัตรยูโร (Eurobond) ครั้งแรกในสหราชอาณาจักร
- ถูกซื้อกิจการโดย Swiss Bank Corporation ในปี 1995 และปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ UBS
S. G. Warburg & Co. เป็นธนาคารเพื่อการลงทุน (Investment Bank) ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในลอนดอน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสหราชอาณาจักร โดยได้รับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน และเคยเป็นส่วนหนึ่งของดัชนี FTSE 100
ประวัติการก่อตั้งและยุคเริ่มต้น
ธนาคารแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 โดย Siegmund Warburg, Erich Körner และ Henry Grunfeld ซึ่งทั้งสามท่านเป็นชาวเยิวที่ต้องลี้ภัยจากนาซีเยอรมนีในช่วงทศวรรษ 1930 Siegmund Warburg เป็นสมาชิกของตระกูล Warburg ซึ่งเป็นตระกูลนักธนาคารชาวเยอรมัน-ยิวที่มีชื่อเสียง
นวัตกรรมทางการเงินและการเติบโต
S. G. Warburg & Co. ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกงานด้านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในสหราชอาณาจักรในช่วงทศวรรษ 1960 โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:
- การเข้าซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตร (Hostile Takeover): เป็นผู้ดำเนินการครั้งแรกในสหราชอาณาจักร
- การออกพันธบัตรยูโร (Eurobond): เป็นผู้ริเริ่มการออกพันธบัตรยูโรครั้งแรก ซึ่งนำไปสู่การเกิดตลาด Eurodollar
- การเข้าซื้อกิจการ Seligman Bros. (1957): ทำให้ธนาคารได้รับสิทธิ์เข้าสู่คณะกรรมการ Accepting Houses Committee ซึ่งเป็นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ 17 แห่งที่มีการเข้าถึงแหล่งเงินทุนราคาถูกจากการสนับสนุนของธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ
เหตุการณ์สำคัญอีกประการหนึ่งคือ "สงครามอลูมิเนียม" (Aluminium War) ในปี 1958–1959 ซึ่ง S. G. Warburg & Co. เป็นที่ปรึกษาให้แก่ Tube Investments ในการเข้าซื้อกิจการ British Aluminium ได้สำเร็จ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงกับกลุ่มธนาคารใน City of London นำโดย Morgan Grenfell เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปลี่ยนรูปแบบการธนาคารจากแบบเน้นความสัมพันธ์ (Relational Banking) ไปสู่การธนาคารแบบแข่งขัน (Competitive Banking)
การขยายตัวในช่วงทศวรรษ 1960 ถึง 1980
ในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 ธนาคารเติบโตอย่างรวดเร็วและเริ่มขยายธุรกิจไปยังสหรัฐอเมริกาผ่านการร่วมทุนกับ Paribas (ธนาคารฝรั่งเศส) ในชื่อ Mercury Securities และเข้าถือหุ้น 40% ใน A.G. Becker & Co. อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือนี้ประสบปัญหาความขัดแย้งทางวัฒนธรรมและการแข่งขันระหว่างผู้บริหารชาวฝรั่งเศส อังกฤษ และอเมริกัน จนในที่สุด Paribas ได้ซื้อหุ้นส่วนของ Warburg ไปในปี 1983
ยุค Big Bang และความสำเร็จสูงสุด
ภายใต้การนำของ CEO Sir David Scholey ธนาคารได้มีส่วนร่วมอย่างมากในการปฏิรูปตลาดการเงินที่เรียกว่า "Big Bang" ในทศวรรษ 1980 โดยได้เข้าซื้อกิจการโบรกเกอร์หลายราย เช่น Ackroyd & Smithers และ Rowe & Pitman ในปี 1984
ภายในต้นทศวรรษ 1990 S. G. Warburg ได้กลายเป็นที่ปรึกษาด้าน M&A ชั้นนำของสหราชอาณาจักร และเป็นผู้บริหารสินทรัพย์ผ่านบริษัทย่อย Mercury Asset Management ซึ่งในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด มีบริษัทในดัชนี FTSE 100 มากกว่าครึ่งหนึ่งที่ใช้บริการจัดการการลงทุนของ Mercury Asset Management
การเข้าซื้อกิจการโดย Swiss Bank Corporation และการกลายเป็น UBS
หลังจากความพยายามขยายธุรกิจในสหรัฐฯ ประสบปัญหา และการเจรจาควบรวมกิจการกับ Morgan Stanley ในปี 1994 ล้มเหลว ในปี 1995 S. G. Warburg จึงถูกซื้อกิจการโดย Swiss Bank Corporation (SBC)
SBC ได้ควบรวม S. G. Warburg เข้ากับหน่วยงานด้านการธนาคารเพื่อการลงทุนของตนเองจนกลายเป็น SBC Warburg และต่อมาได้ควบรวมกับ Dillon, Read & Co. ในปี 1997 กลายเป็น Warburg Dillon Read
เมื่อ Swiss Bank Corporation และ Union Bank of Switzerland ควบรวมกิจการกันในปี 1998 องค์กรได้เปลี่ยนชื่อเป็น UBS Warburg และในที่สุดชื่อ Warburg ก็ถูกยกเลิกการใช้งานในปี 2003 เมื่อหน่วยงานการธนาคารเพื่อการลงทุนของ UBS เปลี่ยนชื่อเป็น UBS Investment Bank
บุคคลสำคัญที่เคยทำงานที่ S. G. Warburg
| ด้านธุรกิจ | ด้านการเมือง | ด้านอื่นๆ |
|---|---|---|
| Thomas Bscher (อดีต MD ของ Bugatti Automobiles) | Peter Ainsworth (อดีต Shadow Environment Secretary) | Hanns Alexander (ผู้จับกุม Rudolf Höss ผู้บัญชาการค่ายกักกันเอาชวิทซ์) |
| Simon Cairns (อดีต MD 1979–1985) | Robin Budenberg (อดีต CEO ของ UK Financial Investments) | Anthony Marreco (หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Amnesty International) |
| Nicola Horlick (ผู้ก่อตั้ง Bramdean Asset Management) | Baroness Vadera (อดีตรัฐมนตรีอังกฤษ) |
คำถามที่พบบ่อย
S. G. Warburg & Co. คืออะไร?
เป็นธนาคารเพื่อการลงทุนชั้นนำของลอนดอนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 และมีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) และการจัดการสินทรัพย์
เหตุการณ์ 'สงครามอลูมิเนียม' คืออะไร?
เป็นการต่อสู้เพื่อเข้าซื้อกิจการ British Aluminium ในปี 1958-1959 ซึ่ง S. G. Warburg & Co. เป็นที่ปรึกษาให้แก่ Tube Investments และชัยชนะในครั้งนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบการธนาคารในลอนดอนให้มีความแข่งขันมากขึ้น
ปัจจุบัน S. G. Warburg & Co. ยังคงดำเนินกิจการอยู่หรือไม่?
ไม่ ธนาคารแห่งนี้ถูกซื้อกิจการโดย Swiss Bank Corporation ในปี 1995 และต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ UBS Investment Bank
