← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Sub7 ประวัติและกลไกของโปรแกรมโทรจันควบคุมระยะไกล

สรุปใจความสำคัญ

  • Sub7 เป็น Remote Trojan Horse ที่ปล่อยออกมาครั้งแรกในปี 1999 โดยผู้พัฒนาชื่อ mobman
  • เวอร์ชัน 2.1 ของ Sub7 เป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนา Botnets ในเวลาต่อมาเนื่องจากควบคุมผ่าน IRC ได้
  • ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Client-Server ในการควบคุมเครื่องเป้าหมายจากระยะไกล
  • มีความสามารถหลากหลายตั้งแต่การดักจับข้อมูลส่วนตัว การควบคุมฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงการก่อกวนผู้ใช้

Sub7 (หรือที่รู้จักในชื่อ SubSeven หรือ Sub7Server) เป็นโปรแกรมประเภทโทรจันม้า (Trojan horse) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็น Remote Trojan Horse หรือโปรแกรมควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์จากระยะไกล ซึ่งถูกปล่อยออกมาครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1999 โปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงและควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมายได้โดยที่เจ้าของเครื่องไม่รู้ตัว

ประวัติและการพัฒนา

Sub7 ถูกพัฒนาโดยโปรแกรมเมอร์ที่ใช้นามแฝงว่า mobman ซึ่งมีข้อมูลระบุว่ามาจากเมืองไคราโอวา ประเทศโรมาเนีย โดย Mobman ได้ปล่อย SubSeven เวอร์ชัน 1.0 ออกมาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1999 ซึ่งในระยะแรกนั้นถูกพัฒนาขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจและมีลักษณะคล้ายคลึงกับโทรจันชื่อดังในยุคนั้นอย่าง Back Orifice (BO)

วิวัฒนาการของเวอร์ชันต่างๆ

  • เวอร์ชัน 1.0 - 1.9: เน้นการใช้งานที่ง่ายผ่านหน้าต่างเดียว โดยในเวอร์ชัน 1.9 (Apocalypse) ได้มีการปรับปรุงการออกแบบอินเทอร์เฟซใหม่
  • เวอร์ชัน 2.1: เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเนื่องจากสามารถควบคุมผ่าน IRC (Internet Relay Chat) ได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระบุว่าคุณสมบัตินี้เป็นรากฐานให้กับการเกิด Botnets หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ถูกควบคุมโดยผู้โจมตีในเวลาต่อมา
  • เวอร์ชัน 2.2: มีการนำระบบโมดูล (Modular approach) มาใช้เพื่อให้สามารถสร้างปลั๊กอินเพิ่มเติมได้ แต่ไม่ได้รับความนิยมเนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่ขาดทักษะในการพัฒนาส่วนขยาย
  • เวอร์ชัน 2.1.5 (SubSeven Legends): ปล่อยออกมาในปี 2003 ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดของการพัฒนาภายใต้การดูแลของ Mobman โดยตรง

หลังจากนั้นได้มีความพยายามในการนำ Sub7 กลับมาพัฒนาใหม่โดยกลุ่มบุคคลต่างๆ เช่น การปล่อยเวอร์ชัน 2.3 ในปี 2010 ซึ่งพยายามให้รองรับ Windows ทั้งแบบ 32-bit และ 64-bit แต่ประสบความล้มเหลวเนื่องจากปัญหาด้านคุณภาพและเป้าหมายในการสร้างรายได้ของผู้พัฒนาบางราย นอกจากนี้ ในปี 2021 Jean-Pierre Lesueur (DarkCoderSc) ได้สร้าง SubSeven เวอร์ชัน 2.2 ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด และในเดือนตุลาคม 2023 "IllWill" อดีตสมาชิก Sub7 Crew ได้เผยแพร่ซอร์สโค้ดดั้งเดิมของเวอร์ชัน 2.1.2/3 โดยได้รับความยินยอมจาก Mobman

สถาปัตยกรรมและคุณสมบัติการทำงาน

Sub7 ทำงานด้วยระบบ Client-Server โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก:

  1. Server: คือโปรแกรมที่ต้องถูกติดตั้งลงในเครื่องเป้าหมาย (Host) เพื่อเปิดช่องทางให้เครื่องนั้นถูกควบคุมจากระยะไกล
  2. Client: คือโปรแกรมที่มีส่วนติดต่อผู้ใช้ (GUI) ซึ่งผู้โจมตีใช้รันบนเครื่องของตนเองเพื่อส่งคำสั่งไปยัง Server ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องเป้าหมาย

Steve Gibson ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ เคยเปรียบเทียบว่าการมี Sub7 อยู่ในเครื่องเปรียบเสมือนการอนุญาตให้แฮกเกอร์มายืนควบคุมคอมพิวเตอร์อยู่ข้างๆ ผู้ใช้เลยทีเดียว

ความสามารถในการโจมตี

Sub7 มีคุณสมบัติที่ครอบคลุมและรุนแรงกว่าโปรแกรมในยุคเดียวกันอย่าง Netbus โดยมีความสามารถหลักดังนี้:

  • การดักจับข้อมูล: สามารถบันทึกเสียงจากไมโครโฟน, ถ่ายภาพจากกล้องวิดีโอ, จับภาพหน้าจอ (Screen shots) และดึงข้อมูลรหัสผ่านที่ถูกบันทึกไว้ในเบราว์เซอร์หรือโปรแกรมแชท
  • การควบคุมบัญชี: ในเวอร์ชัน 2.1 สามารถเข้ายึดบัญชี ICQ (บริการส่งข้อความยอดนิยมในขณะนั้น) เพื่ออ่านประวัติการแชทหรือระงับการใช้งานของเจ้าของเครื่อง
  • การก่อกวน (Pranks): มีฟังก์ชันสำหรับแกล้งผู้ใช้ เช่น การเปลี่ยนสีหน้าจอ, การสั่งเปิด-ปิดไดรฟ์ CD-ROM, การสลับปุ่มเมาส์, การปิด-เปิดหน้าจอ และการใช้ระบบสังเคราะห์เสียง (Text-to-Speech) เพื่อให้คอมพิวเตอร์ "พูด" กับผู้ใช้
  • การทดสอบเจาะระบบ: มีเครื่องมือสำหรับสแกนพอร์ต (Port scanner) และการส่งต่อพอร์ต (Port redirector) เพื่อใช้ในการโจมตีขั้นต่อไป

Sub7 รองรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows ตั้งแต่ตระกูล Windows 9x และ Windows NT ไปจนถึง Windows 8.1

คำถามที่พบบ่อย

Sub7 คืออะไร?

Sub7 หรือ SubSeven คือโปรแกรมโทรจันประเภท Remote Trojan Horse ที่ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมายจากระยะไกลได้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ใครเป็นผู้พัฒนา Sub7?

Sub7 ถูกพัฒนาโดยโปรแกรมเมอร์ที่ใช้นามแฝงว่า mobman ซึ่งเชื่อกันว่ามาจากประเทศโรมาเนีย

Sub7 แตกต่างจากโปรแกรมควบคุมระยะไกลทั่วไปอย่างไร?

Sub7 ถูกออกแบบมาให้ทำงานแบบซ่อนตัว (Undetected) และมักถูกใช้ในทางที่ผิดเพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและก่อกวนผู้ใช้ แทนที่จะใช้เพื่อการบริหารจัดการระบบอย่างถูกต้อง

Sub7 ส่งผลกระทบอย่างไรต่อประวัติศาสตร์มัลแวร์?

การที่ Sub7 เวอร์ชัน 2.1 สามารถควบคุมผ่าน IRC ได้ ทำให้มันกลายเป็นต้นแบบของการสร้างเครือข่าย Botnets ที่ใช้ควบคุมคอมพิวเตอร์จำนวนมากพร้อมกันในเวลาต่อมา