แซม ชอนซี ผู้บริหารระดับสูงและผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของมหาวิทยาลัยเยล
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้ช่วยพิเศษของประธานมหาวิทยาลัยเยล คิงแมน บรูว์สเตอร์ ระหว่างปี 1963-1977
- มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยเยลให้เป็นระบบสหศึกษา (Co-education) ในปี 1969
- ผู้ก่อตั้งโปรแกรมการจัดการสุขภาพ (Health Management Program) แห่งแรกของมหาวิทยาลัยเยล
เฮนรี "แซม" ชอนซี จูเนียร์ (Henry "Sam" Chauncey, Jr.) เป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) โดยเขาได้รับความชื่นชมในการบริหารจัดการสถานการณ์ที่ตึงเครียดภายในวิทยาเขตและในเมืองนิวเฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต โดยเฉพาะในช่วงการพิจารณาคดีของกลุ่มแบล็คแพนเธอร์ (Black Panther) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความผันผวนทางการเมืองและสังคมสูง
เส้นทางชีวิตและการทำงาน
ชอนซีสำเร็จการศึกษาจาก Yale College ในปี 1957 โดยก่อนหน้านั้นเขาเคยศึกษาที่โรงเรียนโกรตัน (Groton School) และได้เริ่มทำงานในสำนักงานเลขาธิการมหาวิทยาลัยในช่วงปีสุดท้ายของการศึกษา หลังจากจบการศึกษา เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยพิเศษของประธานมหาวิทยาลัยเยลในขณะนั้น คือ คิงแมน บรูว์สเตอร์ (Kingman Brewster) ในปี 1963 และดำรงตำแหน่งนี้จนถึงปี 1977 ก่อนจะเกษียณอายุการทำงานในปี 2000
มรดกทางครอบครัวและการปฏิรูปการรับนักศึกษา
ชอนซีเป็นทายาทของผู้สำเร็จการศึกษาคนแรกของ Yale College โดยบิดาของเขา เฮนรี ชอนซี ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เป็นผู้ก่อตั้งและหัวหน้าของ Educational Testing Service (ETS) และเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของเจมส์ ไบรอันท์ โคแนนท์ ประธานมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (1933–1953) ในช่วงที่มีการขยายเครือข่ายการรับนักศึกษา
ในทำนองเดียวกัน แซม ชอนซี และ อาร์. อินสลี คลาร์ก จูเนียร์ ได้ทำงานร่วมกับประธานบรูว์สเตอร์ เพื่อปฏิรูปกระบวนการสรรหาและรับนักศึกษาให้มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและมีความสามารถทางวิชาการสูงขึ้นกว่าในอดีต
การจัดการวิกฤตและการประท้วงของนักศึกษา
ในช่วงปี 1970 ซึ่งเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งเผชิญกับการจลาจลของนักศึกษา (เช่น เหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยเคนต์สเตต) มหาวิทยาลัยเยลภายใต้การนำของคิงแมน บรูว์สเตอร์ และเคิร์ต ชโมก ได้เลือกใช้วิธีการโอบรับและบริหารจัดการจิตวิญญาณของการประท้วงแทนการใช้ความรุนแรง ทำให้การประท้วงในวันที่ 1 และ 2 พฤษภาคม ดำเนินไปได้อย่างสงบ
ชอนซีและบรูว์สเตอร์ได้หารือกับ อาร์ชิบัลด์ ค็อกซ์ จากฮาร์วาร์ด เพื่อวิเคราะห์ความผิดพลาดจากการประท้วงในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งข้อสรุปคือการปิดประตูมหาวิทยาลัยเป็นการกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง ซึ่งเป็นบทเรียนที่เยลนำมาปรับใช้เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสหศึกษาและการก่อตั้งหลักสูตรสุขภาพ
ชอนซีเป็นผู้บริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านของมหาวิทยาลัยเยลจากสถาบันสำหรับผู้ชายล้วนไปสู่ระบบสหศึกษา (Co-education) โดยเขาผลักดันให้เกิดการรับนักศึกษาหญิงเข้าเรียนใน Yale College อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปี 1969 แทนที่จะใช้วิธีการสร้างวิทยาเขตประสานงานกับวิทยาลัยวาสซาร์ (Vassar College) ซึ่งเขาเห็นว่าไม่เหมาะสม
นอกจากนี้ แซม ชอนซียังเป็นผู้ก่อตั้ง โปรแกรมการจัดการสุขภาพของเยล (Yale Health Management Program) ณ โรงเรียนสาธารณสุขของเยล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนแพทย์ โดยหลักสูตรนี้ถือเป็นโปรแกรมการจัดการสุขภาพแห่งแรกในลักษณะนี้ที่เยล และบางแหล่งข้อมูลระบุว่าเป็นแห่งแรกในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วไป โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษา MBA และ MPH ได้เรียนรู้ร่วมกันและฝึกงานในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างราบรื่น
คำถามที่พบบ่อย
แซม ชอนซี มีบทบาทอย่างไรในช่วงการประท้วงของนักศึกษาปี 1970?
เขาและประธานมหาวิทยาลัยเยลใช้วิธีการบริหารจัดการและโอบรับการประท้วง แทนการปิดกั้นหรือใช้ความรุนแรง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์จลาจลเหมือนที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยอื่น
ชอนซีมีส่วนช่วยในการรับนักศึกษาหญิงเข้าสู่มหาวิทยาลัยเยลได้อย่างไร?
เขาเป็นผู้จัดการการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสหศึกษา โดยผลักดันให้ Yale College รับนักศึกษาหญิงเข้าเรียนอย่างเต็มรูปแบบในปี 1969 แทนที่จะใช้วิธีการสร้างวิทยาเขตประสานงานกับวิทยาลัยอื่น
ผลงานด้านการศึกษาที่โดดเด่นของแซม ชอนซี คืออะไร?
การก่อตั้งโปรแกรมการจัดการสุขภาพ (Yale Health Management Program) ซึ่งเป็นการบูรณาการการศึกษาระหว่างนักศึกษา MBA และ MPH เข้าด้วยกัน

