สัปนา เชอร์ยัน นักจิตวิทยาสังคมผู้ศึกษาเรื่องอคติทางเพศและ STEM
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาสังคมที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน
- เชี่ยวชาญการวิจัยเรื่องอคติทางเพศและปัจจัยที่ขัดขวางผู้หญิงในการเข้าสู่สาขา STEM
- ได้รับรางวัล Junior Faculty Career Award จาก NSF ในปี 2009
- เป็นที่ปรึกษาในคณะกรรมการ Barbie Global Advisory Council ของบริษัท Mattel
สัปนา เชอร์ยัน (Sapna Cheryan) (เกิดปี ค.ศ. 1978) เป็นนักจิตวิทยาสังคมชาวอเมริกัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์เต็มตัว (Full Professor) ด้านจิตวิทยาสังคม ประจำภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington)
ประวัติและการศึกษา
เชอร์ยันเกิดที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ โดยมีมารดาเป็นผู้บริหารด้านความช่วยเหลือทางการเงิน และบิดาเป็นศาสตราจารย์ด้านการวิจัย ในช่วงวัยเด็กเธอมีความสนใจในประเด็นเรื่องเชื้อชาติ เพศ และความเท่าเทียม
เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาจิตวิทยาและอเมริกันศึกษา ก่อนจะเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ในระหว่างการศึกษา เธอสังเกตเห็นว่าบรรยากาศในสภาพแวดล้อมการทำงานหรือการเรียนรู้มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจเลือกเข้าสู่สาขาวิชาชีพนั้นๆ ซึ่งนำไปสู่การทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อ "Strategies of belonging: defending threatened identities"
เส้นทางอาชีพและงานวิจัย
หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก เชอร์ยันได้เข้าร่วมเป็นคณาจารย์ในภาควิชาจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน โดยมุ่งเน้นการศึกษาเรื่องอคติและทัศนคติทางเพศ เธอได้ร่วมก่อตั้งเวิร์กชอป "Debunking Stereotypes" เพื่อส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้าสู่สาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) มากขึ้น
การศึกษาเรื่องอคติในสาขา STEM
เชอร์ยันได้นำข้อมูลสถิติจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation - NSF) มาวิเคราะห์เพื่อพิสูจน์ว่า ภาพลักษณ์เชิงลบของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ส่งผลให้ผู้หญิงเลือกเข้าสู่สาขานี้น้อยลง งานวิจัยชิ้นนี้ทำให้เธอได้รับรางวัล Junior Faculty Career Award จาก NSF ในปี ค.ศ. 2009 และได้รับเกียรติเป็น Honoree จากสมาคมผู้หญิงในมหาวิทยาลัยแห่งอเมริกา (American Association of University Women) ในปี ค.ศ. 2011 เพื่อยกย่องความพยายามในการสร้างความเท่าเทียมให้แก่ผู้หญิงในสาขาวิทยาศาสตร์
ในปี ค.ศ. 2012–2013 ขณะดำรงตำแหน่งนักวิจัยของมูลนิธิรัสเซลล์ เซจ (Russell Sage Foundation) เธอได้ศึกษาผลกระทบของภาพลักษณ์เชิงลบต่อกลุ่มผู้อพยพในอเมริกา รวมถึงการศึกษาว่าภาพลักษณ์ "เนิร์ด" (Nerd) ของผู้ชายในสื่อส่งผลเสียต่อการตัดสินใจเข้าสู่สาขา STEM ของผู้หญิงอย่างไร โดยผลการวิจัยพบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะได้รับอิทธิพลจากภาพลักษณ์เชิงลบในสาขา STEM มากกว่าผู้ชาย
การศึกษาเรื่องความเป็นชายและอัตลักษณ์
ในปี ค.ศ. 2015 เชอร์ยันได้กลับไปทำวิจัยที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยมุ่งเน้นไปที่การรับรู้เรื่องความเป็นชาย (Masculinity) เธอพบว่าผู้ชายมักจะพยายามแสดงออกหรือให้ข้อมูลที่เกินจริงเกี่ยวกับรูปลักษณ์หรือความสามารถของตนเองเพื่อชดเชยเมื่อรู้สึกว่าความเป็นชายของตนถูกคุกคาม
นอกจากนี้ เธอยังได้ศึกษาเรื่องการรับรู้ต่อชาวเอเชียอเมริกัน โดยพบว่าชาวเอเชียอเมริกันที่เป็นเกย์มักถูกมองว่ามีความเป็นอเมริกันมากกว่า (เช่น พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วกว่า) เมื่อเทียบกับชาวเอเชียอเมริกันที่ถูกสันนิษฐานว่าเป็นชายแท้
บทบาททางสังคมและการยอมรับ
ผลงานการวิจัยของเธอได้รับการยอมรับในระดับสูง โดยในปี ค.ศ. 2014 เธอได้รับเชิญไปยังทำเนียบขาวโดยอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งมีการจัดตั้งรางวัล "computer science classroom design prize" เพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ
ในปี ค.ศ. 2018 บริษัท Mattel ได้ติดต่อเชอร์ยันเพื่อให้คำปรึกษาในการพัฒนาตุ๊กตาบาร์บี้ (Barbie) โดยเธอได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ปรึกษาบาร์บี้ระดับโลก (Barbie Global Advisory Council) เพื่อช่วยให้แบรนด์บาร์บี้สะท้อนภาพลักษณ์ที่หลากหลายและส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิงในด้านต่างๆ
คำถามที่พบบ่อย
สัปนา เชอร์ยัน ศึกษาเรื่องอะไรเป็นหลัก?
เธอศึกษาเกี่ยวกับจิตวิทยาสังคม โดยเน้นที่เรื่องอคติทางเพศ (Gender Stereotypes) และปัจจัยทางสังคมที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้หญิงในการเข้าสู่สาขา STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์)
งานวิจัยของเธอส่งผลอย่างไรต่อสาขา STEM?
งานวิจัยของเธอชี้ให้เห็นว่าภาพลักษณ์เชิงลบหรือภาพลักษณ์แบบ 'เนิร์ด' ของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์มีส่วนทำให้ผู้หญิงเลือกเข้าสู่สาขา STEM น้อยลง และเน้นย้ำว่าวัฒนธรรมในสาขา STEM และการขาดการสนับสนุนเป็นปัจจัยสำคัญของช่องว่างทางเพศ
สัปนา เชอร์ยัน มีบทบาทอย่างไรกับตุ๊กตาบาร์บี้?
เธอได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ปรึกษาบาร์บี้ระดับโลก (Barbie Global Advisory Council) เพื่อให้คำแนะนำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ส่งเสริมความเท่าเทียมและลดอคติทางเพศ
เธอได้รับรางวัลสำคัญอะไรบ้าง?
เธอได้รับรางวัล Junior Faculty Career Award จากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSF) ในปี 2009 และได้รับเกียรติจากสมาคมผู้หญิงในมหาวิทยาลัยแห่งอเมริกา (AAUW) ในปี 2011