ทัศนคติต่อการครอบงำทางสังคม
สรุปใจความสำคัญ
- SDO คือตัววัดระดับการสนับสนุนลำดับชั้นทางสังคมและความต้องการให้กลุ่มตนเองเหนือกว่ากลุ่มอื่น
- ทฤษฎีการครอบงำทางสังคม (SDT) แบ่งลำดับชั้นเป็น 3 ประเภท: ตามอายุ, ตามเพศ และตามชุดข้อมูลสมมติ (เช่น เชื้อชาติหรือชนชั้น)
- ผู้ที่มี SDO สูงมักมองโลกเป็นการแข่งขันแบบ Zero-sum และสนับสนุนความไม่เท่าเทียมทางสังคม
- ระบบสังคมถูกขับเคลื่อนด้วยแรงส่งเสริมลำดับชั้น (HE) และแรงลดลำดับชั้น (HA) ที่คานอำนาจกัน
ทัศนคติต่อการครอบงำทางสังคม (Social Dominance Orientation หรือ SDO) คือลักษณะทางบุคลิกภาพที่ใช้วัดระดับการสนับสนุนลำดับชั้นทางสังคม (Social Hierarchy) และระดับความปรารถนาที่บุคคลต้องการให้กลุ่มที่ตนสังกัด (In-group) มีสถานะที่เหนือกว่ากลุ่มอื่น (Out-groups)
ในทางจิตวิทยาสังคม SDO ถูกนำเสนอภายใต้ ทฤษฎีการครอบงำทางสังคม (Social Dominance Theory - SDT) โดยทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านการยอมรับการเลือกปฏิบัติโดยใช้กลุ่มเป็นเกณฑ์ ซึ่งสะท้อนถึงความพึงพอใจในระบบสังคมที่มีการแบ่งลำดับชั้น และความต้องการที่จะครอบงำกลุ่มที่มีสถานะต่ำกว่า
ลักษณะของผู้ที่มีทัศนคติต่อการครอบงำทางสังคมสูง
บุคคลที่มีคะแนน SDO สูงมักมีแนวโน้มดังนี้:
- สนับสนุนความไม่เท่าเทียม: มีความปรารถนาที่จะรักษาหรือเพิ่มความแตกต่างระหว่างสถานะทางสังคมของกลุ่มต่างๆ รวมถึงสมาชิกภายในกลุ่มด้วย
- มุมมองต่อโลกแบบการแข่งขัน: มักเชื่อในแนวคิด "โลกนี้คือการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด" (Dog-eat-dog world) โดยมองว่าทรัพยากรมีจำกัดและต้องมีการแข่งขันเพื่อแย่งชิง
- ยอมรับลำดับชั้น: เชื่อว่าการที่บางกลุ่มอยู่จุดสูงสุดและบางกลุ่มอยู่จุดต่ำสุดของสังคมเป็นเรื่องปกติหรือเป็นเรื่องที่ดี
ทฤษฎีการครอบงำทางสังคม (Social Dominance Theory)
SDO ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกโดย Jim Sidanius และ Felicia Pratto ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีการครอบงำทางสังคม (SDT) โดยทฤษฎีนี้สังเกตว่าระบบสังคมที่สามารถผลิตทรัพยากรส่วนเกินได้ มักจะมีโครงสร้างลำดับชั้นทางสังคม 3 รูปแบบหลัก ได้แก่:
- ลำดับชั้นตามอายุ: ให้ความสำคัญและอำนาจแก่ผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก
- ลำดับชั้นตามเพศ: มอบอำนาจให้เพศหนึ่งเหนือกว่าอีกเพศหนึ่ง
- ลำดับชั้นตามชุดข้อมูลสมมติ (Arbitrary set-based): เป็นลำดับชั้นที่ถูกสร้างขึ้น เช่น เชื้อชาติ, ชนชั้น, รสนิยมทางเพศ, วรรณะ, ศาสนา หรือชาติพันธุ์
สมมติฐานหลักของ SDT
ทฤษฎี SDT ตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญ 3 ประการ:
- ในระบบสังคมที่ผลิตทรัพยากรทางเศรษฐกิจส่วนเกินได้ จะเกิดระบบลำดับชั้นทางสังคมแบบชุดข้อมูลสมมติขึ้นเสมอ
- ความขัดแย้งและการกดขี่ในรูปแบบต่างๆ เช่น การเหยียดเชื้อชาติ การเหยียดเพศ หรือการเหยียดชนชั้น เป็นเพียงการแสดงออกที่แตกต่างกันของสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ในการสร้างลำดับชั้นทางสังคม
- ระบบสังคมมนุษย์ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงผลักดันสองด้านที่คานอำนาจกัน คือ แรงส่งเสริมลำดับชั้น (Hierarchy-enhancing forces - HE) ที่พยายามรักษาความเหลื่อมล้ำ และ แรงลดลำดับชั้น (Hierarchy-attenuating forces - HA) ที่พยายามสร้างความเท่าเทียมทางสังคม
ปัจจัยที่มีผลต่อ SDO
ทัศนคติต่อการครอบงำทางสังคมไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว แต่ได้รับอิทธิพลจากหลายส่วน:
- สถานะของกลุ่ม: บุคคลที่อยู่ในกลุ่มที่มีอำนาจมักมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนลำดับชั้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน
- การขัดเกลาทางสังคม: กระบวนการเรียนรู้และสภาพแวดล้อมในการเติบโตมีผลต่อการสร้างทัศนคตินี้
- พื้นฐานทางอารมณ์: บางทฤษฎีเสนอว่าการขัดเกลาทางสังคมที่ขาดความเมตตาในวัยเด็กอาจนำไปสู่ทัศนคติแบบ "ใจแข็ง" (Tough-mindedness) ซึ่งทำให้มองโลกเป็นการแข่งขันที่ผู้ชนะได้ทั้งหมด (Zero-sum game)
นอกจากนี้ งานวิจัยจำนวนมากระบุว่า โดยทั่วไปแล้วผู้ชายมักจะมีคะแนน SDO สูงกว่าผู้หญิง
คำถามที่พบบ่อย
ทัศนคติต่อการครอบงำทางสังคม (SDO) คืออะไร?
คือลักษณะบุคลิกภาพที่วัดว่าบุคคลนั้นสนับสนุนการมีลำดับชั้นในสังคมมากน้อยเพียงใด และต้องการให้กลุ่มที่ตนสังกัดมีอำนาจเหนือกว่ากลุ่มอื่นหรือไม่
คนที่มี SDO สูงมีลักษณะอย่างไร?
มักเชื่อว่าความเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นเรื่องปกติ มองโลกเป็นการแข่งขันที่ต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ และสนับสนุนการรักษาโครงสร้างสังคมที่แบ่งแยกชนชั้นหรือสถานะ
SDO แตกต่างจากความเผด็จการ (Authoritarianism) อย่างไร?
แม้จะมีความคล้ายคลึงกันในบางด้าน แต่งานวิจัยบางชิ้นระบุว่า SDO ไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงบวกที่รุนแรงกับความเผด็จการเสมอไป โดย SDO เน้นที่การครอบงำกลุ่ม (Group dominance) ในขณะที่ความเผด็จการเน้นที่การเชื่อฟังอำนาจ (Submission to authority)


