← กลับไปยังบทความทั้งหมด

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในบราซิล ความก้าวหน้าและประวัติศาสตร์

สรุปใจความสำคัญ

  • กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลการวิจัยและนวัตกรรมในบราซิล
  • บราซิลขยับอันดับในดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index) จากอันดับที่ 66 ในปี 2019 ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 52 ในปี 2025
  • รากฐานการศึกษาระดับสูงในบราซิลเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังเมื่อพระเจ้าโจเอาที่ 6 แห่งโปรตุเกสเสด็จมาประทับที่ริโอเดจาเนโรในช่วงต้นศตวรรษที่ 19

ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของบราซิลได้ก้าวเข้าสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว โดยมีหน่วยงานกลางที่สำคัญคือ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งดูแลรับผิดชอบหน่วยงานสำคัญอย่าง CNPq และ Finep นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังกำกับดูแลสถาบันวิจัยระดับชาติหลายแห่ง เช่น สถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติ (INPE), สถาบันวิจัยอเมซอนแห่งชาติ (INPA) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งชาติ (INT) รวมถึงสำนักงานเลขาธิการเพื่อนโยบายคอมพิวเตอร์และระบบอัตโนมัติ (SPIA)

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในบราซิล
ภาพรวมของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในบราซิล

การบริหารจัดการและนวัตกรรม

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถูกก่อตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม ปี 1985 ภายใต้รัฐบาลของซาร์เนย์ แม้ว่าในช่วงแรกจะมีการเพิ่มงบประมาณสำหรับภาคส่วนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่การดำเนินนโยบายในระยะแรกยังขาดการประสานงานกับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อมีการจัดตั้งกระทรวงฯ หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็สูญเสียความเป็นอิสระและความยืดหยุ่นบางส่วน และมีความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงทางการเมืองมากขึ้น ทรัพยากรส่วนใหญ่ของ CNPq ถูกนำไปใช้ในโครงการทุนการศึกษา ซึ่งบางครั้งขาดกลไกในการผลักดันให้ผู้ได้รับทุนนำความรู้กลับมาพัฒนาสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายในประเทศ

นวัตกรรมในบราซิล
การพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในบราซิล

บราซิลมีการจัดอันดับในดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index) ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยในปี 2025 บราซิลอยู่ในอันดับที่ 52 ซึ่งขยับขึ้นมาจากอันดับที่ 66 ในปี 2019 สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านนวัตกรรมของประเทศ

ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ในบราซิล

วิทยาศาสตร์ในบราซิลเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เมื่อราชวงศ์โปรตุเกส นำโดยพระเจ้าโจเอาที่ 6 (D. João VI) เสด็จมายังริโอเดจาเนโร เพื่อลี้ภัยจากการรุกรานของกองทัพนโปเลียนในโปรตุเกสเมื่อปี 1807

ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์บราซิล
รากฐานของการศึกษาวิทยาศาสตร์ในยุคอาณานิคม

ในยุคอาณานิคม บราซิลไม่มีมหาวิทยาลัย เนื่องจากโปรตุเกสเกรงว่าการมีชนชั้นที่มีการศึกษาสูงจะกระตุ้นให้เกิดกระแสชาตินิยมและความต้องการเป็นเอกราช เหมือนที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาและอาณานิคมสเปนในลาตินอเมริกา นักเรียนบราซิลที่ต้องการศึกษาต่อในระดับสูงจึงต้องเดินทางไปเรียนที่มหาวิทยาลัยโคอิมบรา (University of Coimbra) ในโปรตุเกส

การสำรวจทางธรรมชาติในบราซิล
การสำรวจพรรณไม้และสัตว์ป่าในยุคแรกเริ่ม

ความพยายามในการสร้างรากฐานทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกๆ เกิดขึ้นในปี 1783 ผ่านการสำรวจของ Alexandre Rodrigues Ferreira นักธรรมชาติวิทยาชาวโปรตุเกส ซึ่งได้รับมอบหมายให้สำรวจพรรณไม้ สัตว์ป่า และธรณีวิทยาของบราซิล อย่างไรก็ตาม ของสะสมจากการสำรวจถูกฝรั่งเศสยึดไปในช่วงที่นโปเลียนบุกโปรตุเกส

สถาบันการศึกษาในริโอเดจาเนโร
การก่อตั้งโรงเรียนวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในยุคแรก

ในปี 1792 มีการก่อตั้ง Real Academia de Artilharia, Fortificação e Desenho ในริโอเดจาเนโร ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับสูงแห่งแรกๆ ของบราซิล และเป็นรากฐานของมหาวิทยาลัยสหพันธรัฐริโอเดจาเนโรและสถาบันวิศวกรรมทหารในเวลาต่อมา

การพัฒนาการศึกษาในบราซิล
การขยายตัวของการศึกษาระดับสูงภายใต้การนำของพระเจ้าโจเอาที่ 6

เมื่อพระเจ้าโจเอาที่ 6 ทรงส่งเสริมอารยธรรมยุโรปในบราซิล ระหว่างปี 1808 ถึง 1810 ทรงก่อตั้งสถาบันสำคัญหลายแห่ง เช่น โรงเรียนนายเรือหลวง, โรงเรียนนายร้อยหลวง, หอสมุดแห่งชาติ (Biblioteca Nacional), สวนพฤกษศาสตร์ริโอเดจาเนโร และโรงเรียนแพทย์ในบาเฮียและริโอเดจาเนโร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิชาชีพชั้นสูงในบราซิล

คำถามที่พบบ่อย

หน่วยงานหลักที่ดูแลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในบราซิลคือหน่วยงานใด?

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งดูแลหน่วยงานอย่าง CNPq และ Finep รวมถึงสถาบันวิจัยระดับชาติ เช่น INPE และ INPA

ทำไมในยุคอาณานิคมบราซิลถึงไม่มีมหาวิทยาลัย?

เพราะโปรตุเกสเกรงว่าการมีชนชั้นที่มีการศึกษาสูงจะนำไปสู่กระแสชาตินิยมและความต้องการแยกตัวเป็นเอกราช

อันดับนวัตกรรมโลกของบราซิลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

บราซิลมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขยับจากอันดับที่ 66 ในปี 2019 ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 52 ในปี 2025