แม่น้ำสก็อตต์ ประวัติศาสตร์และระบบนิเวศของสายน้ำแห่งแคลิฟอร์เนีย
สรุปใจความสำคัญ
- แม่น้ำสก็อตต์มีความยาว 60 ไมล์ และเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำแคลแมธในรัฐแคลิฟอร์เนีย
- ในอดีตเคยถูกเรียกว่าแม่น้ำบีเวอร์เนื่องจากมีประชากรบีเวอร์จำนวนมาก
- การค้นพบทองคำโดยจอห์น ดับเบิลยู สก็อตต์ ในปี 1850 นำไปสู่การตั้งชื่อแม่น้ำและหุบเขา
- การใช้เครื่องขุดลอกทำเหมืองทองคำในช่วงปี 1934-1950 สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อร่องน้ำและทิ้งสารปรอทตกค้าง
แม่น้ำสก็อตต์เป็นแม่น้ำที่มีความยาวประมาณ 60 ไมล์ (97 กิโลเมตร) ตั้งอยู่ในเคาน์ตี้ซิสคิยู รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยเป็นหนึ่งในลำน้ำสาขาที่สำคัญของแม่น้ำแคลแมธ (Klamath River) ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย

ประวัติศาสตร์ของสายน้ำ
ในอดีต เหล่านักล่าสัตว์ขนฟูเคยเรียกแม่น้ำสายนี้ว่า "แม่น้ำบีเวอร์" (Beaver River) ก่อนที่บริษัทฮัดสันเบย์ (Hudson's Bay Company) จะทำให้ประชากรบีเวอร์ในพื้นที่นี้ลดลงอย่างมากในช่วงต้นศตวรรษที่ 19
ชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เข้ามาในหุบเขาสก็อตต์คือ สตีเฟน มีค, โทมัส แมคเคย์, จอร์จ อดอล์ฟัส ดูเซล และนักล่าสัตว์จากบริษัทฮัดสันเบย์อีก 16 คนในปี ค.ศ. 1836 โดยในปี ค.ศ. 1850 เพียงปีเดียว มีรายงานว่ามีคได้ดักจับบีเวอร์ถึง 1,800 ตัวในหุบเขาสก็อตต์ (ซึ่งในขณะนั้นยังถูกเรียกว่าหุบเขาบีเวอร์) มีคผู้ซึ่งเคยล่าสัตว์มาแล้วทั่วตะวันตกได้ประกาศว่าหุบเขาบีเวอร์เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นในการดักจับบีเวอร์และล่าสัตว์ป่า และเขากลับมาเกษียณอายุที่ไร่โจไซอาห์ ดอลล์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1871 จนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1889 ด้วยวัย 90 ปี
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1850 เมื่อ จอห์น ดับเบิลยู สก็อตต์ ผู้บุกเบิกได้ค้นพบทองคำที่ สก็อตต์บาร์ (Scott Bar) ซึ่งอยู่ปลายน้ำจากหุบเขาสก็อตต์ในช่วงยุคตื่นทองของแคลิฟอร์เนีย การค้นพบนี้ดึงดูดนักแสวงโชคจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่ และนำไปสู่การตั้งชื่อหุบเขาและแม่น้ำตามชื่อของเขาเพื่อเป็นเกียรติ
ลุ่มน้ำและพื้นที่ใช้สอย
ลุ่มน้ำของแม่น้ำสก็อตต์ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 800 ตารางไมล์ (2,100 ตารางกิโลเมตร) โดยมีการแบ่งสัดส่วนการถือครองที่ดินดังนี้:
- ที่ดินเอกชน: ประมาณ 2 ใน 3 ของพื้นที่
- ที่ดินสาธารณะ: ประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่
สำหรับการใช้ประโยชน์จากที่ดิน พื้นที่ประมาณ 45% ถูกใช้เพื่อการป่าไม้, 40% ใช้สำหรับการเลี้ยงสัตว์, 13% สำหรับพื้นที่เพาะปลูก และอีก 2% ที่เหลือถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ โดยแม่น้ำสก็อตต์จะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำแคลแมธที่บริเวณเหนือเมืองแฮมเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนจะไหลออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก
ถิ่นที่อยู่และการอนุรักษ์
ระหว่างปี ค.ศ. 1934 ถึง 1950 การใช้เครื่องขุดลอก (Dredges) ในหุบเขาสก็อตต์ได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อสภาพแวดล้อม โดยเครื่องขุดลอกขนาดใหญ่ของ Yuba ได้ขุดวัสดุลงไปลึก 50 ถึง 60 ฟุต (15 ถึง 18 เมตร) ใต้ร่องน้ำและที่ราบลุ่มแม่น้ำ และมีการใช้ปรอทในกระบวนการแยกทองคำจากทรายและกรวด ส่งผลให้เกิดกองหินและดินที่ทับถมกันสูงกว่า 25 ฟุต (7.6 เมตร) ทางตอนใต้ของเมืองคัลลาแฮน
การฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยบีเวอร์
ในลำห้วยชูการ์ (Sugar Creek) ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำสก็อตต์ที่มักจะแห้งขอดในบางฤดูกาล เบตซี สแตปเปิลตัน เจ้าของที่ดินในท้องถิ่น ได้ร่วมมือกับ ไมเคิล พอลล็อก จาก NOAA เพื่อสร้าง "แบบจำลองเขื่อนบีเวอร์" (beaver dam analogues) โดยการตอกเสาลงในลำห้วยเพื่อดึงดูดให้บีเวอร์เข้ามาสร้างเขื่อนจริง ๆ
ปัจจุบัน พื้นที่ของสแตปเปิลตันในลำห้วยชูการ์มีบ่อน้ำของบีเวอร์ที่ไหลเวียนตลอดปี ในขณะที่ลำห้วยข้างเคียงที่ไม่มีเขื่อนมักจะแห้งขอดในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง วิธีการของพอลล็อกนี้เคยประสบความสำเร็จมาแล้วที่ลำห้วยบริดจ์ (Bridge Creek) รัฐออริกอน ซึ่งการเพิ่มขึ้นของเขื่อนบีเวอร์นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของจำนวนปลาเรนโบว์เทราต์อย่างมีนัยสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย
แม่น้ำสก็อตต์ตั้งอยู่ที่ไหน?
แม่น้ำสก็อตต์ตั้งอยู่ในเคาน์ตี้ซิสคิยู รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และไหลไปบรรจบกับแม่น้ำแคลแมธ
ทำไมแม่น้ำสายนี้ถึงเคยถูกเรียกว่าแม่น้ำบีเวอร์?
เพราะในอดีตมีประชากรบีเวอร์จำนวนมาก ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของนักล่าสัตว์ขนฟูในช่วงต้นศตวรรษที่ 19
วิธีการอนุรักษ์ในลำห้วยชูการ์คืออะไร?
มีการสร้างแบบจำลองเขื่อนบีเวอร์โดยการตอกเสาลงในลำห้วยเพื่อดึงดูดให้บีเวอร์เข้ามาสร้างเขื่อน ซึ่งช่วยให้มีน้ำขังตลอดปีและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ

