← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เซเรส กรุ๊ป ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและนวัตกรรมจากจีน

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งขึ้นในปี 1986 เริ่มต้นจากการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และโช้คอัพ
  • เปลี่ยนชื่อจาก Sokon Group เป็น Seres Group ในปี 2022
  • เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Huawei ในการพัฒนาแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า AITO
  • เป็นบริษัทรถยนต์พลังงานใหม่รายที่ 4 ของโลกที่พลิกกลับมาทำกำไรได้ (ปี 2024)

เซเรส กรุ๊ป (Seres Group; จีน: 赛力斯集团股份有限公司) เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติจีนที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ปี 1986 โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและโช้คอัพ ก่อนจะขยายตัวเข้าสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV), รถยนต์สันดาปภายใน (ICE), รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะเชิงพาณิชย์ในปัจจุบัน

ชื่อ "Seres" มีที่มาจากคำในภาษากรีกโบราณ "Σήρες" ซึ่งมีความหมายว่า "ประเทศจีน"

รถยนต์ไฟฟ้า AITO M5
รถยนต์ไฟฟ้า AITO M5 ซึ่งเป็นผลผลิตจากความร่วมมือระหว่าง Seres และ Huawei

ประวัติและการพัฒนา

จุดเริ่มต้นและการขยายตัว (1986–2007)

บริษัทเริ่มต้นในชื่อ โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ฟ่งหวง ปาเสี้ยน ฉงชิ่ง (Chongqing Baxian Fenghuang Electronic Factory) ก่อตั้งโดย จาง ซิงไห่ (Zhang Xinghai) โดยเน้นผลิตชิ้นส่วนสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและสปริงสำหรับเบาะรถยนต์ภายใต้ลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่น จนสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้ถึง 90% ในเวลาต่อมาปี 1996 ได้ก่อตั้ง บริษัทโช้คอัพยวี่อัน ฉงชิ่ง (Chongqing Yu'an Shock Absorber Company) เพื่อผลิตโช้คอัพสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงสุดกว่า 1.5 ล้านชิ้นต่อปี

การก้าวเข้าสู่การผลิตยานพาหนะ (2002–2016)

ในปี 2002 บริษัทได้ก่อตั้ง XGJAO Motorbyke เพื่อผลิตรถจักรยานยนต์สปอร์ตราคาประหยัด และในปี 2003 ได้ร่วมทุนกับ Dongfeng Motor Corporation ก่อตั้งบริษัท Dongfeng Yu'an Automobile เพื่อผลิตรถไมโครแวนและรถเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก โดยใช้เทคโนโลยีแชสซีและเครื่องยนต์จาก Suzuki

ในปี 2007 กลุ่มบริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น Chongqing Sokon Automobile Co., Ltd และแบรนด์รถไมโครแวนได้เปลี่ยนชื่อเป็น Dongfeng Sokon (หรือ DFSK ในตลาดต่างประเทศ) ต่อมาในปี 2016 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ และเริ่มผลิตรถ SUV รุ่น DFSK Glory 580

การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและความร่วมมือกับ Huawei (2018–ปัจจุบัน)

ในปี 2018 เกิดการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งสำคัญ โดย Sokon เข้าซื้อหุ้นของ Dongfeng ในกิจการร่วมทุน ทำให้กลายเป็นเจ้าของ DFSK เพียงผู้เดียว ในขณะที่ Dongfeng เข้ามาถือหุ้นใน Sokon แทน

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2019 เมื่อบริษัทลงนามข้อตกลงกับ Huawei เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและซอฟต์แวร์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ในปี 2022 ยังได้ทำข้อตกลงกับ CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่เพื่อยกระดับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

ในเดือนกรกฎาคม 2022 บริษัทได้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น Seres Group และในปี 2024 บริษัทประสบความสำเร็จอย่างสูงในด้านยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นกว่า 300% และกลายเป็นบริษัทรถยนต์พลังงานใหม่รายที่ 4 ของโลกที่สามารถพลิกจากสภาวะขาดทุนกลับมาทำกำไรได้ ต่อจาก Tesla, BYD และ Li Auto

แบรนด์และผลิตภัณฑ์

AITO

AITO เป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Seres และ Huawei โดย Huawei รับหน้าที่ดูแลด้านการออกแบบและเทคโนโลยี ในขณะที่ Seres รับผิดชอบด้านการผลิต แม้ว่าเครื่องหมายการค้า AITO จะเคยถูกโอนไปยัง Huawei ในช่วงหนึ่ง แต่ในเดือนกรกฎาคม 2024 Huawei ได้โอนเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกลับคืนให้แก่ Seres Group

  • AITO M5
  • AITO M6
  • AITO M7
  • AITO M8
  • AITO M9

DFSK

แบรนด์ที่เน้นรถยนต์เชิงพาณิชย์และรถยนต์อเนกประสงค์ที่เน้นความคุ้มค่า ซึ่งมีการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศอย่างกว้างขวาง โดยมียอดส่งออกสะสมจนถึงปี 2022 รวมกว่า 500,000 คัน

โครงสร้างการถือหุ้น

Seres Group มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ผสมผสานระหว่างภาคเอกชนและรัฐบาล ประกอบด้วย:

  • Chongqing Sokon Holding (ครอบครัวผู้ก่อตั้ง จาง ซิงไห่): 26.53%
  • Dongfeng Motor Corporation: 21.68%
  • Chongqing Yu'an Automotive Industrial (รัฐบาลเมืองฉงชิ่ง): 4.38%

คำถามที่พบบ่อย

Seres Group คือบริษัทอะไร?

Seres Group เป็นผู้ผลิตยานยนต์จากเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ที่ผลิตทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV), รถยนต์สันดาป, รถจักรยานยนต์ และรถเชิงพาณิชย์ โดยมีความโดดเด่นในด้านการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะร่วมกับ Huawei

แบรนด์ AITO เกี่ยวข้องกับ Seres อย่างไร?

AITO เป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ Seres เป็นผู้ผลิต (Production) โดยใช้การออกแบบและเทคโนโลยีซอฟต์แวร์จาก Huawei

ชื่อ Seres มีความหมายว่าอย่างไร?

ชื่อ Seres มาจากคำในภาษากรีกโบราณที่แปลว่า 'ประเทศจีน'

Seres Group ประสบความสำเร็จในด้านการเงินอย่างไรในปี 2024?

ในปี 2024 Seres Group มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 300% จากยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ และเป็นบริษัท EV รายที่ 4 ของโลกที่ทำกำไรได้ต่อจาก Tesla, BYD และ Li Auto