หมายเลขประจำตัวทหารและรหัสประจำตัวบุคลากร
สรุปใจความสำคัญ
- หมายเลขประจำตัวทหาร (Service Number) ถูกใช้เพื่อระบุตัวตนบุคคลในองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกองทัพ
- ในอดีต หลายกองทัพใช้ระบบหมายเลขประจำกรม (Regimental Number) ซึ่งอาจซ้ำกันได้หากอยู่คนละหน่วย
- กองทัพออสเตรเลียเปลี่ยนจากระบบหมายเลขทหารมาเป็นระบบหมายเลขพนักงาน (Employee Number) ในปี ค.ศ. 2002
- แคนาดาเคยใช้หมายเลขประกันสังคม (SIN) เป็นรหัสระบุตัวตนทางทหารในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนกลับมาใช้ Service Number
หมายเลขประจำตัวทหาร (Service Number) หรือ หมายเลขทะเบียน (Roll Number) คือรหัสระบุตัวตนที่ใช้เพื่อแยกแยะบุคคลภายในกลุ่มคนจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับหน่วยงานทางทหาร แต่ในบางกรณีอาจมีการนำไปใช้ในองค์กรพลเรือน รวมถึงหมายเลขประจำตัวประชาชนของบางประเทศที่สามารถมองได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของหมายเลขประจำตัวในการให้บริการของรัฐ
ในทางเทคนิค คำว่า "หมายเลขซีเรียล" (Serial Number) มักถูกใช้สลับกับหมายเลขประจำตัวทหาร แต่ในความเป็นจริง หมายเลขซีเรียลควรใช้เพื่ออธิบายรหัสการผลิตหรือรหัสสินค้ามากกว่าการระบุตัวตนของบุคคล อย่างไรก็ตาม ในกองทัพแคนาดาช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง คำว่า "หมายเลขซีเรียล" เคยถูกใช้เรียกหมายเลขเฉพาะที่มอบให้กับแต่ละหน่วยที่ระดมพล

ระบบการระบุตัวตนในกองทัพออสเตรเลีย
ระบบการระบุตัวตนของออสเตรเลียมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งตามบริบทของสงครามและการจัดโครงสร้างกองทัพ:
ยุคสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
ในกองกำลังออสเตรเลียจักรวรรดิครั้งที่หนึ่ง (First Australian Imperial Force) ทหารจะได้รับ หมายเลขประจำกรม (Regimental Numbers) ซึ่งจะมอบให้เฉพาะนายทหารชั้นประทวน (NCOs) และพลทหารเท่านั้น ส่วนนายทหารสัญญาบัตรและพยาบาลจะไม่มีหมายเลขประจำตัว
หมายเลขเหล่านี้มักไม่ซ้ำกันในระดับกองทัพ เนื่องจากแต่ละกองพันหรือกองร้อยจะมีลำดับหมายเลขของตนเอง (มักเริ่มจาก 1) ส่งผลให้มีทหารหลายสิบคนที่ใช้หมายเลข 1 ซึ่งมักจะมอบให้กับจ่าสิบเอกประจำกรม (Regimental Sergeant Major) หรือจ่าสิบเอกฝ่ายส่งกำลังบำรุง (Regimental Quartermaster Sergeant)
การเปลี่ยนสู่ระบบรวมศูนย์ (ค.ศ. 1921 - สงครามโลกครั้งที่สอง)
ในปี ค.ศ. 1921 กองทัพบกออสเตรเลียได้ยกเลิกการใช้หมายเลขประจำกรมและเปลี่ยนมาใช้ระบบทั่วทั้งกองทัพ ทำให้ทหารทุกคนได้รับหมายเลขเฉพาะตัว และหากมีการกลับเข้าประจำการใหม่ก็จะใช้หมายเลขเดิม
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองกำลังออสเตรเลียจักรวรรดิครั้งที่สอง (Second Australian Imperial Force) ได้ใช้ระบบ หมายเลขกองทัพ (Army Number) ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยใช้ตัวอักษรนำหน้าเพื่อระบุรัฐที่เข้าประจำการ เช่น:
- N: นิวเซาท์เวลส์
- V: วิกตอเรีย
- Q: ควีนส์แลนด์
- S: เซาท์ออสเตรเลีย
- W: เวสเทิร์นออสเตรเลีย
- T: ทัสมาเนีย
- D: นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี
ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ พลเอก เซอร์ โทมัส บลามีย์ (General Sir Thomas Blamey) ซึ่งได้รับหมายเลข VX1
ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองจนถึงปัจจุบัน
หลังปี ค.ศ. 1947 กองทัพออสเตรเลียได้นำระบบเขตทหารมาใช้ และมีการออกหมายเลขเฉพาะสำหรับผู้ที่สมัครเข้าประจำการในสงครามเกาหลี (K-Force) ระบบนี้ถูกใช้งานมาจนถึงปี ค.ศ. 2002 ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยระบบ PMKeyS (Personnel Management Key Solution) ซึ่งเปลี่ยนจาก "หมายเลขประจำตัวทหาร" ไปเป็น "หมายเลขพนักงาน" (Employee Numbers) เพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลสมัยใหม่
ระบบการระบุตัวตนในแคนาดา
แคนาดาเริ่มใช้หมายเลขประจำกรมในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และในสงครามโลกครั้งที่สองได้มีการจัดสรรหมายเลขเป็นบล็อก (Blocks) ให้กับแต่ละหน่วย โดยใช้ตัวอักษรนำหน้า (เช่น X) เพื่อระบุเขตทหาร (Military District) ที่รับสมัคร
ในยุคต่อมา ระบบการระบุตัวตนมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้:
- ทศวรรษ 1960: นำหมายเลขประกันสังคม (Social Insurance Number - SIN) มาใช้แทนหมายเลขประจำกรม
- ทศวรรษ 1990: ยกเลิกการใช้ SIN และเปลี่ยนมาใช้หมายเลขประจำตัวทหาร (Service Number) รูปแบบใหม่ ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษรแบบสุ่ม 1 ตัว และตัวเลข 8 หลัก เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงแบบฟอร์มการบริการที่เคยใช้รูปแบบเดียวกับ SIN
ระบบการระบุตัวตนในสหราชอาณาจักรและฮ่องกง
สหราชอาณาจักร: ทหารบกอังกฤษในปัจจุบันใช้หมายเลข 8 หลัก ในอดีต (ก่อนปี ค.ศ. 1920) แต่ละกรมจะออกหมายเลขของตนเอง ซึ่งทำให้เกิดการซ้ำกันระหว่างกรม และนายทหารสัญญาบัตรจะไม่มีหมายเลขประจำตัวจนกระทั่งปี ค.ศ. 1920
ฮ่องกง: เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง รวมถึงเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ใช้หมายเลข 5 หลักในการระบุตัวตน ซึ่งจะติดไว้บนเครื่องแบบสำหรับเจ้าหน้าที่ทุกระดับยกเว้นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่
คำถามที่พบบ่อย
หมายเลขประจำตัวทหารแตกต่างจากหมายเลขซีเรียลอย่างไร?
หมายเลขประจำตัวทหารใช้สำหรับระบุตัวตนของบุคคล (Personnel Identification) ในขณะที่หมายเลขซีเรียล (Serial Number) โดยทั่วไปใช้สำหรับระบุรหัสการผลิตหรือรหัสสินค้า (Product Codes)
ทำไมในอดีตหมายเลขประจำตัวทหารจึงมีการซ้ำกัน?
เพราะในยุคแรกหลายกองทัพใช้ระบบ 'หมายเลขประจำกรม' (Regimental Number) ซึ่งแต่ละหน่วยจะเริ่มนับหมายเลข 1 ใหม่ ทำให้ทหารในคนละกรมมีหมายเลขเดียวกันได้
ระบบ PMKeyS ของออสเตรเลียคืออะไร?
เป็นระบบบริหารจัดการบุคลากรที่นำมาใช้ในปี ค.ศ. 2002 เพื่อเปลี่ยนการใช้หมายเลขประจำตัวทหารแบบเดิมให้เป็นหมายเลขพนักงาน (Employee Number) เพื่อความทันสมัยในการจัดการข้อมูล
นายทหารสัญญาบัตรในอดีตมีหมายเลขประจำตัวหรือไม่?
ในหลายกองทัพ เช่น อังกฤษและออสเตรเลียช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง นายทหารสัญญาบัตรมักไม่มีหมายเลขประจำตัว และจะถูกระบุตัวตนด้วยชื่อและยศเท่านั้น
แคนาดาใช้หมายเลขประกันสังคม (SIN) ในกองทัพได้อย่างไร?
ในช่วงทศวรรษ 1960 กองทัพแคนาดาได้รับอนุญาตจากกรมสรรพากรแคนาดา (Revenue Canada) ให้ใช้หมายเลข SIN เป็นรหัสระบุตัวตนชั่วคราว ก่อนจะยกเลิกไปในทศวรรษ 1990

