ชีค ฟาฮัด อัล-อะห์มัด อัล-จาเบอร์ อัล-ซาบาห์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้ก่อตั้งสภาโอลิมปิกเอเชีย (Olympic Council of Asia) และสมาพันธ์แฮนด์บอลเอเชีย
- เป็นสมาชิกราชวงศ์คูเวตและนายทหารที่จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์
- เสียชีวิตจากการถูกสังหารโดยกองทัพอิรักในวันแรกของการรุกรานคูเวตเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 1990
ชีค ฟาฮัด อัล-อะห์มัด อัล-จาเบอร์ อัล-ซาบาห์ (Sheikh Fahad Al-Ahmed Al-Jaber Al-Sabah; 10 สิงหาคม ค.ศ. 1945 – 2 สิงหาคม ค.ศ. 1990) เป็นสมาชิกของราชวงศ์ผู้ปกครองประเทศคูเวต นายทหารระดับสูง และผู้บริหารด้านการกีฬาระดับนานาชาติที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยท่านเป็นผู้ก่อตั้งสมาพันธ์แฮนด์บอลเอเชียและคณะกรรมการโอลิมปิกคูเวต ท่านเสียชีวิตจากการถูกสังหารโดยกองทัพอิรักในวันแรกของการรุกรานคูเวตเมื่อปี ค.ศ. 1990
ประวัติช่วงต้นและการศึกษา
ชีค ฟาฮัด เป็นบุตรของชีค อะห์มัด อัล-จาเบอร์ อัล-ซาบาห์ และนางฟาติมา โมฮัมเหม็ด อัลบาโลชี (สตรีชาวบาลูจิสถาน) ท่านได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานและมัธยมศึกษาภายในประเทศคูเวต
เส้นทางรับราชการทหาร
ชีค ฟาฮัด เริ่มต้นอาชีพทหารโดยได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรในกองทัพคูเวตเมื่อวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 1963 ต่อมาในวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1964 ท่านได้เข้ารับการฝึกอบรมทางทหารเพิ่มเติมที่โรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ (Sandhurst Military Academy) ในสหราชอาณาจักร
ท่านได้รับการเลื่อนยศตามลำดับดังนี้:
- ร้อยตรี: 19 กรกฎาคม ค.ศ. 1965
- ร้อยโท: 1 มีนาคม ค.ศ. 1967
- ร้อยเอก: 7 มิถุนายน ค.ศ. 1970
บทบาททางทหารและการปฏิบัติการ
ชีค ฟาฮัด เคยดำรงตำแหน่งนายทหารฝ่ายเสนาธิการในกองรักษาการณ์เอมีร์ (Kuwait Emiri Guard) เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 1968 และเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บัญชาการรักษาการของกองพันคอมมานโดที่ 2 สังกัดกองพลคอมมานโดที่ 25 ซึ่งเชื่อมโยงกับกองพลยาร์มูก (Yarmouk Brigade)
นอกจากนี้ ท่านเคยเป็นสมาชิกของกลุ่มฟาตาห์ (Fatah) ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองและกองกำลังปาเลสไตน์ในช่วงที่กลุ่มนี้มีฐานปฏิบัติการอยู่ในจอร์แดนและเลบานอน ในช่วงสงคราม 6 วัน (Six-Day War) ปี ค.ศ. 1967 ชีค ฟาฮัดได้เข้าร่วมการรบในแนวรบประเทศอียิปต์ในฐานะผู้บัญชาการรักษาการของกองพันคอมมานโดที่ 2 อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 1971 ท่านถูกจับกุมในฐานะนักรบในเลบานอนก่อนจะถูกส่งตัวกลับมายังคูเวต
การบริหารงานด้านกีฬา
ชีค ฟาฮัด เป็นผู้มีอิทธิพลอย่างสูงในการวางรากฐานการกีฬาในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย ดังนี้:
ระดับประเทศ (คูเวต)
- ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกคูเวต (ค.ศ. 1974–1985 และ 1989–1990)
- ประธานสโมสรกีฬา กัดเซีย (Qadsia Sports Club) (ค.ศ. 1969–1979)
- ประธานสหพันธ์บาสเกตบอลคูเวต (ค.ศ. 1974–1978)
ระดับอาหรับและเอเชีย
- รองประธานสหภาพกีฬาระดับอาหรับ (Arab Sports Union) (ค.ศ. 1976–1990)
- ประธานสมาพันธ์แฮนด์บอลเอเชีย (Asian Handball Federation) (ค.ศ. 1974–1990)
- ประธานสหพันธ์กีฬาเอเชียนเกมส์ (Asian Games Federation) (ค.ศ. 1979–1982)
- ประธานสภาโอลิมปิกเอเชีย (Olympic Council of Asia) (ค.ศ. 1982–1990)
ระดับนานาชาติ
- รองประธานสหพันธ์แฮนด์บอลนานาชาติ (International Handball Federation) (ค.ศ. 1980–1990)
- รองประธานสมาคมคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ (Association of National Olympic Committee) (ค.ศ. 1979–1990)
- สมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee - IOC) (ค.ศ. 1981–1990) และเป็นกรรมการบริหาร IOC ในช่วงปี ค.ศ. 1985–1989
เหตุการณ์ในฟุตบอลโลก 1982
เหตุการณ์ที่น่าจดจำครั้งหนึ่งเกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1982 นัดที่คูเวตพบกับฝรั่งเศส เมื่อมีการทำประตูได้ในขณะที่ผู้เล่นคูเวตบางส่วนหยุดเล่นเพราะเข้าใจว่ามีเสียงนกหวีด ซึ่งในตอนแรกผู้ตัดสินให้เป็นประตู แต่ชีค ฟาฮัดได้เดินลงไปในสนามและสั่งให้ผู้ตัดสินยกเลิกการตัดสินใจดังกล่าว เหตุการณ์นี้สร้างความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ และในปี ค.ศ. 1988 ชีค ฟาฮัดได้เชิญ มิเชล พลาตินี กัปตันทีมชาติฝรั่งเศสในขณะนั้น มาลงเล่นให้ทีมคูเวตในนัดอุ่นเครื่องกับสหภาพโซเวียต เพื่อเป็นการแสดงความขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
การเสียชีวิต
ชีค ฟาฮัด ถูกสังหารโดยกองทัพอิรักในวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 1990 ซึ่งเป็นวันแรกของการรุกรานคูเวต โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่พระราชวังดัสมาน (Dasman Palace) ซึ่งเป็นที่ประทับหลักของชีค จาเบอร์ พี่ชายของท่านที่เป็นเอมีร์แห่งคูเวต
รายละเอียดการเสียชีวิตมีหลายกระแส โดยบางแหล่งระบุว่าท่านเดินทางมาถึงพระราชวังล่าช้ากว่ากำหนดการหลบหนีของเอมีร์และมกุฎราชกุมาร ทำให้ท่านถูกกองทัพอิรักที่เข้ายึดพระราชวังได้ทันเวลาสังหาร ขณะที่อีกกระแสหนึ่งระบุว่าท่านเสียชีวิตขณะพยายามปกป้องพระราชวัง หรือบางแหล่งอ้างว่าท่านถูกยิงหลังจากมีปากเสียงกับทหารรักษาการณ์ชาวอิรัก
ชีวิตส่วนตัวและทายาท
ชีค ฟาฮัด สมรสและมีบุตร 5 คน และบุตรสาว 1 คน โดยบุตรชายของท่านคือ ชีค อะห์มัด อัล-ฟาฮัด อัล-อะห์มัด อัล-ซาบาห์ ได้ก้าวขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งประธานสภาโอลิมปิกเอเชียและประธานสมาพันธ์แฮนด์บอลเอเชีย รวมถึงเป็นสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากลเช่นกัน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์และรางวัล
- ระดับประเทศ: เหรียญบริการทหารชั้นทองแดง และเหรียญปฏิบัติหน้าที่ทางทหารชั้นหนึ่ง (คูเวต)
- ระดับนานาชาติ: เครื่องราชอิสริยาภรณ์ความกล้าหาญทางทหารชั้นหนึ่ง (อียิปต์), เครื่องราชอิสริยาภรณ์สาธารณรัฐตูนิเซีย, เครื่องราชอิสริยาภรณ์สาธารณรัฐเยเมนชั้นหนึ่ง, ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเฮลวาน (อียิปต์) และมหาวิทยาลัยโซล (เกาหลีใต้), สัญชาติกิตติมศักดิ์ของประเทศญี่ปุ่น และรางวัลเกียรติยศจาก UNESCO
คำถามที่พบบ่อย
ชีค ฟาฮัด อัล-อะห์มัด มีบทบาทสำคัญอย่างไรในวงการกีฬา?
ท่านเป็นผู้ก่อตั้งสภาโอลิมปิกเอเชียและสมาพันธ์แฮนด์บอลเอเชีย รวมถึงดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) และเป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิกคูเวต
ชีค ฟาฮัด เสียชีวิตได้อย่างไร?
ท่านถูกสังหารโดยกองทัพอิรักที่พระราชวังดัสมานในวันแรกของการรุกรานคูเวต เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 1990
เหตุการณ์ในฟุตบอลโลก 1982 เกี่ยวข้องกับชีค ฟาฮัด อย่างไร?
ท่านเป็นผู้สั่งให้ผู้ตัดสินยกเลิกประตูของทีมชาติฝรั่งเศสหลังจากเกิดข้อโต้แย้งเรื่องเสียงนกหวีด ซึ่งต่อมาท่านได้เชิญ มิเชล พลาตินี มาเล่นให้ทีมคูเวตเพื่อเป็นการขอโทษในภายหลัง
