← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ชินจูกุ ศูนย์กลางการค้าและการบริหารที่พลุกพล่านที่สุดในโตเกียว

สรุปใจความสำคัญ

  • สถานีชินจูกุเป็นสถานีรถไฟที่พลุกพล่านที่สุดในโลก
  • เป็นที่ตั้งของอาคารศาลาว่าการกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government Building)
  • พื้นที่ทางตะวันตกของชินจูกุเป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ในโตเกียวที่มีตึกระฟ้าจำนวนมากเนื่องจากความมั่นคงทางธรณีวิทยาหลังแผ่นดินไหวปี 1923

ชินจูกุ (ภาษาญี่ปุ่น: 新宿区, Shinjuku-ku) หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า เขตชินจูกุ (Shinjuku City) เป็นหนึ่งใน 23 เขตพิเศษของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า และการบริหารที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

บรรยากาศย่านชินจูกุ
บรรยากาศความพลุกพล่านของย่านชินจูกุ

นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ชินจูกุได้พัฒนาขึ้นเป็นศูนย์กลางรอง (fukutoshin) ของโตเกียวที่สามารถแข่งขันกับย่านมารุโนอุจิ (Marunouchi) ได้ ปัจจุบันที่นี่เป็นที่ตั้งของ สถานีชินจูกุ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่พลุกพล่านที่สุดในโลก และเป็นที่ตั้งของ อาคารศาลาว่าการกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government Building) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารงานของมหานครโตเกียว

ทัศนียภาพเมืองชินจูกุ
ทัศนียภาพของตึกระฟ้าในเขตชินจูกุ
ย่านการค้าชินจูกุ
ย่านการค้าและแสงสีในชินจูกุ
ทางเดินในชินจูกุ
ทางเดินเท้าที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในชินจูกุ
ตึกระฟ้าในชินจูกุ
สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในย่านชินจูกุ
ตราสัญลักษณ์ทางการของชินจูกุ
ตราสัญลักษณ์ทางการของเขตชินจูกุ
ตำแหน่งของชินจูกุในโตเกียว
แผนที่แสดงตำแหน่งของเขตชินจูกุภายในกรุงโตเกียว
ตำแหน่งของชินจูกุในญี่ปุ่น
ตำแหน่งของเขตชินจูกุในแผนที่ประเทศญี่ปุ่น

ประวัติความเป็นมา

ในสมัยเอโดะ (ปี ค.ศ. 1634) เมื่อมีการสร้างคูเมืองชั้นนอกของปราสาทเอโดะ วัดและศาลเจ้าหลายแห่งได้ย้ายมายังพื้นที่โยทสึยะ (Yotsuya) ทางทิศตะวันตกของชินจูกุ ต่อมาในปี ค.ศ. 1698 ไนโต-ชินจูกุ (Naitō-Shinjuku) ได้พัฒนาขึ้นเป็นสถานีพักแรม (shuku) แห่งใหม่บนเส้นทางโคชู ไคโด (Kōshū Kaidō) ซึ่งเป็นหนึ่งในทางหลวงสายหลักในยุคนั้น

ภาพประวัติศาสตร์ชินจูกุ
ภาพบรรยากาศในอดีตของย่านชินจูกุ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโตในปี ค.ศ. 1923 เนื่องจากพื้นที่ทางตะวันตกของชินจูกุมีความมั่นคงทางธรณีวิทยาและได้รับความเสียน้อยกว่าพื้นที่อื่น ทำให้กลายเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการสร้างตึกระฟ้าในเวลาต่อมา

การพัฒนาเมืองชินจูกุ
การขยายตัวของเมืองชินจูกุในช่วงเปลี่ยนผ่าน

เขตชินจูกุในปัจจุบันถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1947 จากการรวมเขตโยทสึยะ, อุชิโกเมะ และโยโดบาชิ เข้าด้วยกัน

ชินจูกุในยุค 60 ศูนย์กลางแห่งศิลปะและแนวคิดล้ำสมัย

ในช่วงทศวรรษ 1960 ชินจูกุเปรียบเสมือน "กรีนิช วิลเลจ" ของโตเกียว โดยเป็นศูนย์กลางของแนวคิดใหม่ๆ และศิลปะแนวหน้า (Avant-garde) ทั้งในด้านภาพยนตร์ ละครเวที และดนตรี

  • ด้านภาพยนตร์: ผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ของญี่ปุ่น (Japanese New Wave) มักใช้ชินจูกุเป็นฉากหลังในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น Diary of a Shinjuku Thief (1969)
  • ด้านละครเวที: มีการเปิดโรงละครใต้ดินและสถานที่แสดงศิลปะที่ท้าทายขนบเดิม เช่น โรงละคร Scorpio (Sasori-za) และโรงละคร Modern Art Theater ซึ่งนำเสนอการแสดงที่ล้ำสมัยและแปลกใหม่

คำถามที่พบบ่อย

ชินจูกุมีความสำคัญอย่างไรต่อกรุงโตเกียว?

ชินจูกุเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า และการบริหารที่สำคัญ โดยเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการกรุงโตเกียวและสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ทำไมชินจูกุถึงมีตึกระฟ้าจำนวนมาก?

เนื่องจากพื้นที่ทางตะวันตกของชินจูกุได้รับความเสียหายน้อยจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโตในปี 1923 ทำให้พื้นที่นี้มีความมั่นคงและเหมาะแก่การก่อสร้างอาคารสูงในเวลาต่อมา

ในยุค 1960 ชินจูกุมีชื่อเสียงด้านใด?

ชินจูกุเป็นศูนย์กลางของศิลปะแนวหน้า (Avant-garde) และวัฒนธรรมย่อย โดยเป็นแหล่งรวมตัวของศิลปิน ผู้กำกับภาพยนตร์ และนักละครเวทีรุ่นใหม่