← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Sir John Maddox บรรณาธิการ Nature ผู้พิทักษ์วิทยาศาสตร์

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการวารสาร Nature รวม 22 ปี (1966-1973 และ 1980-1995)
  • เป็นผู้ก่อตั้งแนวคิดการต่อต้านวิทยาศาสตร์เทียมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในกรณีของทฤษฎี Morphic Resonance และ AIDS denialism
  • ได้รับรางวัลอัศวิน (Knight Bachelor) ในปี 1995 และเป็น Honorary Fellow ของ Royal Society

Sir John Royden Maddox (27 พฤศจิกายน 1925 – 12 เมษายน 2009) เป็นนักเคมีเชิงทฤษฎี นักฟิสิกส์ และนักเขียนด้านวิทยาศาสตร์ชาวเวลส์ ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในวงการวิทยาศาสตร์โลกในฐานะบรรณาธิการของวารสาร Nature เป็นเวลากว่า 22 ปี โดยดำรงตำแหน่งในช่วงปี 1966-1973 และ 1980-1995

Sir John Maddox
Sir John Maddox ในปี 1988

ประวัติการศึกษาและการเริ่มต้นอาชีพ

John Maddox เกิดที่ Penllergaer ใกล้กับเมืองสวอนซี ประเทศเวลส์ เขาได้รับทุนการศึกษาของรัฐเข้าศึกษาที่ Christ Church, Oxford ในสาขาเคมี และต่อมาที่ King's College London ในสาขาฟิสิกส์

เส้นทางอาชีพของเขาเริ่มต้นจากการเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์เชิงทฤษฎีที่ University of Manchester ระหว่างปี 1949-1955 ก่อนจะผันตัวเข้าสู่โลกของการสื่อสารวิทยาศาสตร์ในฐานะผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์ของ The Manchester Guardian จนถึงปี 1964

บทบาทที่วารสาร Nature และการต่อสู้กับวิทยาศาสตร์เทียม

Maddox เป็นที่รู้จักในฐานะบรรณาธิการที่เด็ดขาดและยึดมั่นในหลักการทางวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด เขาใช้ตำแหน่งของเขาในการปกป้องความถูกต้องของข้อมูลและต่อต้านสิ่งที่เขาเรียกว่า "วิทยาศาสตร์เทียม" (Pseudoscience)

การต่อต้านทฤษฎี Morphic Resonance

ในปี 1981 เมื่อ Rupert Sheldrake เสนอทฤษฎี Morphic Resonance ในหนังสือ A New Science of Life Maddox ได้วิจารณ์อย่างรุนแรงในบทบรรณาธิการ โดยระบุว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นเรื่องไร้สาระและเป็นการนำ "เวทมนตร์" มาอธิบายปรากฏการณ์ทางชีววิทยา ซึ่งเขาเห็นว่าอันตรายต่อสังคมเสรีหากปล่อยให้ข้อมูลที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แพร่หลาย

จุดยืนเรื่อง AIDS และ Big Bang

  • การปฏิเสธ AIDS Denialism: ในปี 1993 Maddox ปฏิเสธที่จะตีพิมพ์งานของ Peter Duesberg ที่อ้างว่าเชื้อ HIV ไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ เนื่องจากเขามองว่าวารสารที่มีชื่อเสียงอย่าง Nature ไม่ควรเป็นช่องทางเผยแพร่ทัศนะที่ถูกพิสูจน์แล้วว่าผิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนจำนวนมาก
  • ข้อโต้แย้งเรื่อง Big Bang: ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 Maddox ซึ่งสนับสนุนทฤษฎี Steady State ได้วิจารณ์ทฤษฎี Big Bang ว่า "ไม่สามารถยอมรับได้ในทางปรัชญา" และทำนายว่าทฤษฎีนี้จะล่มสลายภายในทศวรรษเดียว แม้ว่าในภายหลังหลักฐานจะชี้ชัดว่า Big Bang คือคำอธิบายที่ถูกต้องก็ตาม

เกียรติยศและมรดกทางปัญญา

ด้วยผลงานการบริหารวารสาร Nature ให้กลายเป็นสิ่งพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก และการอุทิศตนเพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ Sir John Maddox ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวิน (Knight Bachelor) ในปี 1995 และได้รับเลือกให้เป็น Honorary Fellow ของ Royal Society ในปี 2000

เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา จึงมีการก่อตั้ง John Maddox Prize ซึ่งมอบให้กับบุคคลที่กล้ายืนหยัดเพื่อวิทยาศาสตร์แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากหรือการต่อต้าน นอกจากนี้เขายังได้รับการยกย่องให้อยู่ใน Pantheon of Skeptics โดย Committee for Skeptical Inquiry (CSI) ในฐานะผู้มีคุณูปการต่อการคิดเชิงวิพากษ์และวิทยาศาสตร์

คำถามที่พบบ่อย

Sir John Maddox มีบทบาทสำคัญอย่างไรในวงการวิทยาศาสตร์?

เขาเป็นบรรณาธิการของวารสาร Nature เป็นเวลากว่าสองทศวรรษ ซึ่งช่วยให้วารสารนี้กลายเป็นสิ่งพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และเป็นผู้สนับสนุนการใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวดในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทำไม Sir John Maddox ถึงวิจารณ์ Rupert Sheldrake อย่างรุนแรง?

เพราะเขามองว่าทฤษฎี Morphic Resonance ของ Sheldrake ไม่ใช่ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการนำเรื่องเหนือธรรมชาติหรือเวทมนตร์มาอธิบายวิทยาศาสตร์ ซึ่งเขาถือว่าเป็น 'เฮเรซี' หรือความเชื่อที่ผิดเพี้ยน

รางวัล John Maddox Prize มอบให้ใคร?

มอบให้กับบุคคลที่กล้ายืนหยัดเพื่อความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับแรงกดดันหรือการต่อต้านจากสังคมหรือกลุ่มความเชื่อต่างๆ