สุสานสลีปปีโฮลโลว์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นสุสานที่ไม่แสวงหาผลกำไรและไม่จำกัดนิกาย มีพื้นที่ประมาณ 90 เอเคอร์ ในรัฐนิวยอร์ก
- ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1849 ในชื่อเดิมว่าสุสานแทร์รีทาวน์ และเปลี่ยนชื่อเป็นสุสานสลีปปีโฮลโลว์ในปี ค.ศ. 1865
- ออกแบบตามสไตล์ 'สุสานแบบสวน' (Garden Cemetery) ที่เน้นความสวยงามทางธรรมชาติ
- ได้รับการขึ้นทะเบียนในทะเบียนสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Register of Historic Places) ในปี ค.ศ. 2009
- เป็นที่ฝังศพของ วอชิงตัน เออร์วิง ผู้เขียนเรื่อง The Legend of Sleepy Hollow
สุสานสลีปปีโฮลโลว์ (Sleepy Hollow Cemetery) ตั้งอยู่ในเมืองสลีปปีโฮลโลว์ รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นสุสานที่ไม่แสวงหาผลกำไรและไม่จำกัดนิกาย มีพื้นที่ประมาณ 90 เอเคอร์ (36 เฮกตาร์) สถานที่แห่งนี้เป็นที่ฝังศพของบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย รวมถึง วอชิงตัน เออร์วิง (Washington Irving) ผู้ร่วมก่อตั้งสุสานแห่งนี้
สุสานแห่งนี้จดทะเบียนจัดตั้งในปี ค.ศ. 1849 ในชื่อเดิมว่า สุสานแทร์รีทาวน์ (Tarrytown Cemetery) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นสุสานสลีปปีโฮลโลว์ในปี ค.ศ. 1865 พื้นที่ของสุสานตั้งอยู่ติดกับสุสานของโบสถ์ดัตช์เก่าแห่งสลีปปีโฮลโลว์ (Burial Ground of the Old Dutch Church of Sleepy Hollow) ซึ่งเป็นฉากสำคัญในเรื่องสั้นชื่อดัง The Legend of Sleepy Hollow ของวอชิงตัน เออร์วิง นอกจากนี้ พื้นที่ทางทิศเหนือยังอยู่ติดกับ ไคคิวอิท (Kykuit) ซึ่งเป็นคฤหาสน์ของตระกูลร็อกกี้เฟลเลอร์ โดยมีสุสานส่วนตัวของตระกูลร็อกกี้เฟลเลอร์ตั้งอยู่หลังรั้วสูงทางตอนเหนือของสุสานสลีปปีโฮลโลว์
ในปี ค.ศ. 2009 สุสานสลีปปีโฮลโลว์ได้รับการขึ้นทะเบียนในทะเบียนสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Register of Historic Places) ของสหรัฐอเมริกา

ประวัติและการออกแบบ
ในปี ค.ศ. 1847 รัฐสภารัฐนิวยอร์กได้ผ่านกฎหมายว่าด้วยสุสานชนบท (Rural Cemetery Act) ซึ่งอนุญาตให้มีการจัดตั้งสุสานเชิงพาณิชย์ในรัฐนิวยอร์ก ส่งผลให้การฝังศพเปลี่ยนจากเดิมที่มักฝังในบริเวณโบสถ์หรือที่ดินส่วนตัว มาเป็นการดำเนินธุรกิจสุสานอย่างเป็นระบบ
วอชิงตัน เออร์วิง และกัปตันเจคอบ สตอร์ม (Capt. Jacob Storm) พร้อมด้วยผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นที่โดดเด่น ได้ริเริ่มสร้างสุสานสมัยใหม่ในพื้นที่แทร์รีทาวน์ เนื่องจากสุสานของโบสถ์ดัตช์เก่าไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับชุมชนที่กำลังเติบโต สุสานแทร์รีทาวน์จึงถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 1849 และเปลี่ยนชื่อเป็นสุสานสลีปปีโฮลโลว์ในวันที่ 11 เมษายน ค.ศ. 1865 ตามความต้องการของเออร์วิง
รูปแบบสุสานแบบสวน (Garden Cemetery)
สุสานแห่งนี้ถูกออกแบบในสไตล์ สุสานแบบสวน (Garden Cemetery) หรือสุสานชนบท ซึ่งเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกาและยุโรปช่วงกลางศตวรรษที่ 19 โดยเน้นการสร้างภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามเหมือนสวนสาธารณะ มีทางเดินที่วางแผนมาอย่างดี และมีการปลูกต้นไม้และพุ่มไม้ประดับอย่างประณีต เพื่อให้ผู้ที่มาเยี่ยมเยียนสามารถคลายความโศกเศร้าท่ามกลางธรรมชาติ
ด้วยลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่แทร์รีทาวน์และสลีปปีโฮลโลว์ที่มีเนินเขา ต้นไม้เก่าแก่ และแม่น้ำโพแคนติโก (Pocantico River) ที่ไหลผ่าน จึงทำให้สถานที่แห่งนี้เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเป็นสุสานแบบสวน ในอดีตก่อนที่จะมีสวนสาธารณะแพร่หลาย สุสานแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชนทั่วไป และในปัจจุบันยังคงเป็นจุดยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเดินชมธรรมชาติ
สถาปัตยกรรมและจุดเด่นทางกายภาพ
- ห้องเก็บศพริมเนินเขา (Hillside Receiving Vault): เป็นโครงสร้างหินที่สร้างฝังเข้าไปในเนินเขา เพื่อใช้เก็บศพในช่วงฤดูหนาวที่พื้นดินแข็งตัวจนไม่สามารถขุดฝังได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในปี ค.ศ. 2009 และยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง House of Dark Shadows (1970)
- สะพานไม้ข้ามลำน้ำ: มีสะพานไม้สไตล์ชนบทข้ามหุบเขาแม่น้ำโพแคนติโก ซึ่งนักท่องเที่ยวมักเชื่อมโยงกับสะพานในเรื่องเล่าของเออร์วิง แม้ว่าสะพานนี้จะถูกสร้างขึ้นภายหลังก็ตาม
อนุสาวรีย์และบุคคลสำคัญ
จุดดึงดูดสำคัญคือหลุมศพของ วอชิงตัน เออร์วิง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ฝังศพของครอบครัวเออร์วิง โดยมีป้ายหลุมศพที่เรียบง่ายตั้งอยู่ใกล้กับหลุมศพของมารดาของเขา สถานที่ฝังศพของเขาตั้งอยู่ใกล้กับสุสานของโบสถ์ดัตช์เก่า ซึ่งเป็นที่ฝังศพของบุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวละครในเรื่อง The Legend of Sleepy Hollow
คำถามที่พบบ่อย
สุสานสลีปปีโฮลโลว์มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่อง The Legend of Sleepy Hollow?
สุสานแห่งนี้ก่อตั้งโดยวอชิงตัน เออร์วิง ผู้เขียนเรื่อง The Legend of Sleepy Hollow และตั้งอยู่ติดกับสุสานของโบสถ์ดัตช์เก่า ซึ่งเป็นฉากสำคัญและเป็นที่ฝังศพของบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวละครในเรื่องดังกล่าว
สุสานแห่งนี้ถูกออกแบบในสไตล์ใด?
สุสานแห่งนี้ถูกออกแบบในสไตล์ 'สุสานแบบสวน' (Garden Cemetery) หรือสุสานชนบท ซึ่งเน้นการจัดภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามเหมือนสวนสาธารณะเพื่อให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลาย
ทำไมถึงมีห้องเก็บศพริมเนินเขา (Hillside Receiving Vault)?
ห้องเก็บศพนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บศพในช่วงฤดูหนาวที่พื้นดินแข็งตัวจนไม่สามารถขุดฝังได้ โดยใช้ฉนวนธรรมชาติจากดินรอบข้างเพื่อรักษาอุณหภูมิ
สุสานสลีปปีโฮลโลว์ได้รับการรับรองทางประวัติศาสตร์หรือไม่?
ใช่ สุสานแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนในทะเบียนสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Register of Historic Places) ของสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 2009
