Society of American Archivists องค์กรวิชาชีพจดหมายเหตุที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1936 เป็นสมาคมนักจดหมายเหตุที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ
- ร่วมกับหอสมุดรัฐสภาพัฒนามาตรฐาน Encoded Archival Description (EAD) ในปี 1993 เพื่อให้การค้นหาจดหมายเหตุทำได้ผ่านระบบออนไลน์
- มีสมาชิกทั้งรายบุคคลและสถาบันรวมกันมากกว่า 6,200 ราย
Society of American Archivists หรือ สมาคมนักจดหมายเหตุแห่งอเมริกา เป็นสมาคมวิชาชีพนักจดหมายเหตุที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ โดยทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการด้านการศึกษาและข้อมูลข่าวสารให้กับสมาชิกรายบุคคลและสถาบันมากกว่า 5,000 ราย และมีสมาชิกโดยรวมกว่า 6,200 ราย
สมาคมนี้สนับสนุนสมาชิกและวิชาชีพจดหมายเหตุผ่านการตีพิมพ์ โปรแกรมเวิร์กชอปทางวิชาชีพ และการประชุมกึ่งปี โดยปัจจุบันมีการจัดเวิร์กชอปทั่วสหรัฐอเมริกาเพื่อจัดการกับประเด็นร่วมสมัย เช่น Encoded Archival Description (EAD), การแปลงเอกสารจดหมายเหตุเป็นรูปแบบดิจิทัล รวมถึงการอนุรักษ์และการสงวนรักษาวัสดุ โดยมีรูปแบบการเรียนรู้ทั้งแบบออนไลน์ (On-Demand และ Real Time) และแบบเผชิญหน้า
ประวัติความเป็นมา
SAA ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1936 ต่อเนื่องจากการจัดตั้งหอจดหมายเหตุแห่งชาติ (National Archives) และเกิดขึ้นหลังจากการยุบเลิกคณะกรรมการจดหมายเหตุสาธารณะของสมาคมประวัติศาสตร์อเมริกา ในช่วงแรก องค์กรต้องเผชิญกับความยากลำบากในการสร้างอัตลักษณ์ทางวิชาชีพและความขัดแย้งระหว่างแนวคิดสองสาย คือ ประเพณีจดหมายเหตุสาธารณะ (Public Archives Tradition) ที่เน้นการบริหารจัดการระเบียนและด้านการบริหาร และ ประเพณีเอกสารทางประวัติศาสตร์ (Historical Manuscripts Tradition) ที่เน้นการอนุรักษ์เอกสารสำคัญเพื่อการวิจัย
วารสารฉบับแรกของสมาคมชื่อ American Archivist เริ่มตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1938 และในปี ค.ศ. 1942 ประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์เนื่องจากความมุ่งมั่นในการจัดเก็บเอกสารของรัฐบาลระดับต่างๆ
การพัฒนาและการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง SAA ได้ร่วมมือกับสมาคมนักจดหมายเหตุระหว่างประเทศเพื่อก่อตั้งสภาการจดหมายเหตุระหว่างประเทศ (International Council on Archives) และหอจดหมายเหตุสำหรับสหประชาชาติ ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1970 สมาชิกส่วนใหญ่เป็นนักจดหมายเหตุจากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ซึ่งนำไปสู่การปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และมีการผลักดันมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพ
ในยุค 1980 SAA ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงข้อมูลและการศึกษาผู้ใช้หอจดหมายเหตุ จนกระทั่งเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ต SAA ได้ร่วมมือกับหอสมุดรัฐสภา (Library of Congress) ในปี ค.ศ. 1993 เพื่อพัฒนา Encoded Archival Description (EAD) ซึ่งเป็นมาตรฐาน XML สำหรับการเข้ารหัสเครื่องมือช่วยค้นหาจดหมายเหตุ เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ทางออนไลน์ นอกจากนี้ SAA ยังมีการรับรองวิทยฐานะสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านจดหมายเหตุดิจิทัล (Digital Archives Specialists) เพื่อให้ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์
ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2017 SAA ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์สำหรับปี 2018–2020 โดยกำหนดเป้าหมายหลัก 4 ประการ ได้แก่:
- การสนับสนุนและส่งเสริมคุณค่าของหอจดหมายเหตุและนักจดหมายเหตุ
- การเสริมสร้างการเติบโตทางวิชาชีพ
- การพัฒนาความก้าวหน้าของสาขาวิชา
- การตอบสนองความต้องการของสมาชิก
คำถามที่พบบ่อย
Society of American Archivists (SAA) คืออะไร?
เป็นสมาคมวิชาชีพที่สนับสนุนนักจดหมายเหตุในอเมริกาเหนือ ผ่านการให้การศึกษา การจัดเวิร์กชอป และการกำหนดมาตรฐานทางวิชาชีพ
Encoded Archival Description (EAD) คืออะไร?
เป็นมาตรฐานการเข้ารหัสเอกสารแบบ XML ที่พัฒนาโดย SAA และหอสมุดรัฐสภา เพื่อใช้ในการสร้างเครื่องมือช่วยค้นหาจดหมายเหตุในรูปแบบดิจิทัล
SAA ให้บริการด้านการศึกษาอย่างไรบ้าง?
SAA จัดโปรแกรมการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบออนไลน์ On-Demand, ออนไลน์แบบ Real Time และการอบรมแบบเผชิญหน้า (Face to Face)


