Sons of the American Revolution องค์กรสืบสานจิตวิญญาณปฏิวัติอเมริกา
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งเมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1889 ณ เมืองนิวยอร์ก โดย William Osborn McDowell
- ได้รับกฎบัตรจากสภาคองเกรสสหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 1906 โดยประธานาธิบดี Theodore Roosevelt
- สมาชิกต้องเป็นผู้ชายที่สามารถพิสูจน์สายเลือดสืบทอดจากผู้มีส่วนร่วมในสงครามปฏิวัติอเมริกา
Sons of the American Revolution (SAR) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ National Society of the Sons of the American Revolution (NSSAR) เป็นองค์กรรักชาติที่ได้รับกฎบัตรจากรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1889 ณ เมืองนิวยอร์ก
วัตถุประสงค์และพันธกิจ
เป้าหมายหลักของ SAR คือการรักษาและขยายสถาบันแห่งเสรีภาพของอเมริกา การสร้างความตระหนักถึงความรักชาติที่แท้จริง ความเคารพต่อสัญลักษณ์ประจำชาติ คุณค่าของการเป็นพลเมืองอเมริกัน และพลังแห่งความสามัคคีภายใต้คำขวัญ "e pluribus unum" (จากหลายส่วนรวมเป็นหนึ่งเดียว) ซึ่งหลอมรวมผู้คนจากหลายเชื้อชาติให้กลายเป็นหนึ่งชาติและหนึ่งประชาชน
องค์กรนี้อุทิศตนเพื่อการสืบทอดอุดมการณ์และประเพณีของอเมริกา รวมถึงการปกป้องรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา โดยความพยายามของ SAR มีส่วนสำคัญในการทำให้วันรัฐธรรมนูญ (Constitution Day), วันธงชาติ (Flag Day) และวันสิทธิขั้นพื้นฐาน (Bill of Rights Day) ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ
ประวัติการก่อตั้ง
SAR มีรากฐานมาจากขบวนการสายเลือดและขบวนการรักชาติในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยมีจุดเริ่มต้นจากการที่ William Osborn McDowell นักธุรกิจและผู้นำพลเมืองจากรัฐนิวเจอร์ซีย์ ไม่เห็นด้วยกับข้อกำหนดขององค์กร Sons of the Revolution (SR) ที่ระบุว่าสมาคมระดับรัฐทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของสมาคมแห่งนิวยอร์ก
ในวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1889 ซึ่งเป็นวันครบรอบร้อยปีของการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรกของจอร์จ วอชิงตัน McDowell ได้ก่อตั้ง National Society of the Sons of the American Revolution ขึ้นที่ Fraunces Tavern ในเมืองนิวยอร์ก และกลายเป็นสมาชิกที่ลงทะเบียนคนแรก ต่อมาในปีเดียวกัน McDowell ยังได้ร่วมมือกับสตรี 6 ท่านเพื่อก่อตั้ง Daughters of the American Revolution (DAR) เพื่อให้มีองค์กรสายเลือดคู่ขนานสำหรับทั้งชายและหญิง
การรับรองจากรัฐบาลกลาง
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ. 1906 องค์กร SAR ได้รับกฎบัตรจากสภาคองเกรสภายใต้ Title 36 ของประมวลกฎหมายสหรัฐอเมริกา โดยผู้ลงนามในพระราชบัญญัตินี้คือประธานาธิบดี Theodore Roosevelt ซึ่งท่านเองก็เป็นสมาชิกของสมาคมนี้ด้วย
เงื่อนไขการเข้าเป็นสมาชิก
การเข้าเป็นสมาชิกของ SAR เปิดกว้างสำหรับผู้ชายที่มี "ชื่อเสียงดี" และสามารถพิสูจน์สายเลือดโดยตรงจากบรรพบุรุษที่สนับสนุนการปฏิวัติอเมริกาอย่างแข็งขัน โดยบรรพบุรุษที่ยอมรับได้ ได้แก่:
- ทหารผ่านศึกในสงครามปฏิวัติอเมริกา รวมถึงผู้ที่รับใช้ในกองทัพบกภาคพื้นทวีป (Continental Army), กองทัพเรือภาคพื้นทวีป (Continental Navy) และกองกำลังอาสาสมัครของรัฐ
- ผู้ลงนามในคำประกาศอิสรภาพ (Declaration of Independence)
- สมาชิกของสภาคองเกรสภาคพื้นทวีป (Continental Congress)
- พลเรือนที่จัดหาอาวุธหรือเสบียงให้กับการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ
- ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรทางการเมืองที่สนับสนุนการปฏิวัติอเมริกา หรือผู้ที่ลงนามในคำสาบานจงรักภักดีต่อฝ่ายรักชาติ
- ทหารและกะลาสีจากประเทศพันธมิตร เช่น ฝรั่งเศสและสเปน ที่ร่วมต่อสู้เพื่อเอกราชของอเมริกา
ทั้งนี้ สมาคมระดับรัฐหรือสาขาย่อยไม่สามารถเลือกปฏิบัติกับผู้สมัครโดยใช้เกณฑ์ด้านเชื้อชาติหรือความเชื่อทางศาสนาได้
คำถามที่พบบ่อย
Sons of the American Revolution (SAR) แตกต่างจาก Sons of the Revolution (SR) อย่างไร?
SAR ก่อตั้งขึ้นภายหลังโดย William Osborn McDowell เนื่องจากเขาไม่เห็นด้วยกับโครงสร้างการบริหารของ SR ที่ให้สมาคมระดับรัฐต้องขึ้นตรงต่อสมาคมแห่งนิวยอร์ก โดย SAR มุ่งเน้นการเป็นองค์กรระดับชาติที่เข้าถึงได้กว้างขวางกว่า
ใครสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกของ SAR ได้บ้าง?
ผู้ชายที่มีชื่อเสียงดีและสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีบรรพบุรุษที่สนับสนุนการปฏิวัติอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นในฐานะทหาร ผู้ลงนามในเอกสารสำคัญ พลเรือนที่สนับสนุนเสบียง หรือทหารจากประเทศพันธมิตร
SAR มีบทบาทอย่างไรต่อวันสำคัญของสหรัฐอเมริกา?
SAR มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้มีการยอมรับวันรัฐธรรมนูญ (Constitution Day), วันธงชาติ (Flag Day) และวันสิทธิขั้นพื้นฐาน (Bill of Rights Day) อย่างเป็นทางการ

