สวนพฤกษศาสตร์เซาท์โคสต์ การฟื้นฟูพื้นที่เหมืองและหลุมฝังกลบให้เป็นพื้นที่สีเขียว
สรุปใจความสำคัญ
- สร้างขึ้นบนพื้นที่ที่เคยเป็นเหมืองไดอะตอมไมต์และหลุมฝังกลบขยะเดิม
- เป็นตัวอย่างของการฟื้นฟูที่ดิน (Land Reclamation) โดยปลูกพืชทับบนกองขยะกว่า 3.5 ล้านตัน
- รวบรวมพรรณไม้กว่า 2,000 ชนิด จาก 700 สกุล และ 140 วงศ์
- เป็นแหล่งอาศัยของนกมากกว่า 300 ชนิด
สวนพฤกษศาสตร์เซาท์โคสต์ (South Coast Botanic Garden) เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาด 87 เอเคอร์ (ประมาณ 35 เฮกตาร์) ตั้งอยู่ในพื้นที่ Palos Verdes Hills ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้รวมเข้ากับเทศบาลในเคาน์ตี้ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยอยู่ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิสไปทางทิศใต้ประมาณ 10 ไมล์ (16 กิโลเมตร)
สวนแห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ที่หลากหลาย โดยมีพืชและต้นไม้ที่ได้รับการจัดภูมิทัศน์มากกว่า 150,000 ต้น จากประมาณ 140 วงศ์ 700 สกุล และ 2,000 ชนิด รวมถึงต้นไม้ผลที่มีดอก ต้นเรดวูดชายฝั่ง (Coast Redwoods) ต้นแปะก๊วย (Ginkgos) และพืชในสกุล Pittosporum โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สวนแห่งนี้มีความโดดเด่นในด้านการสะสมพืชพรรณจากประเทศออสเตรเลียและแอฟริกาใต้

การจัดแบ่งพื้นที่และระบบนิเวศ
ภายในสวนมีการแบ่งพื้นที่เฉพาะทางเพื่อให้ความรู้และสร้างประสบการณ์แก่ผู้เข้าชม เช่น:
- สวนประหยัดน้ำ (Water-wise Garden): เน้นพืชที่ทนแล้งและใช้น้ำน้อย
- สวนสมุนไพร (Herb Garden): รวบรวมพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ
- สวนกุหลาบอังกฤษ (English Rose Garden): พื้นที่จัดแสดงกุหลาบสายพันธุ์อังกฤษ
- สวนแห่งสัมผัส (Garden of the Senses): ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสของผู้เข้าชม
นอกจากนี้ ภายในสวนยังมีทะเลสาบขนาดเล็กและลำธาร ซึ่งเป็นจุดดึงดูดนกหลากหลายชนิด เช่น เป็ด ห่าน นกคูต และนกกระสา โดยมีการบันทึกว่ามีนกมากกว่า 300 ชนิดที่เข้ามาใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้
ประวัติและการฟื้นฟูที่ดิน
พื้นที่ของสวนพฤกษศาสตร์เซาท์โคสต์มีประวัติการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ซับซ้อน โดยเริ่มต้นจากการเป็นเหมืองเปิด (Open pit mine) ระหว่างปี ค.ศ. 1929 ถึง 1956 ซึ่งมีการผลิตไดอะตอมไมต์ (Diatomite) ดิบมากกว่าหนึ่งล้านตัน
หลังจากผลผลิตลดลง ที่ดินผืนนี้ถูกขายให้กับเคาน์ตี้ลอสแอนเจลิสในปี ค.ศ. 1957 เพื่อใช้เป็นหลุมฝังกลบขยะทางสุขาภิบาล ซึ่งใช้งานจนถึงปี ค.ศ. 1965 ต่อมาในปี ค.ศ. 1961 คณะกรรมการกำกับดูแลเคาน์ตี้ได้อนุมัติให้จัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์เซาท์โคสต์ เพื่อเป็นการทดลองฟื้นฟูที่ดิน (Land reclamation) โดยการจัดภูมิทัศน์ทับบนกองขยะมากกว่า 3.5 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่สำคัญของการรีไซเคิลที่ดิน
การวางแผน การปรับระดับดิน และการสร้างรูปร่างพื้นที่ ดำเนินการโดยเขตสุขาภิบาล (Sanitation District) ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ของเคาน์ตี้ โดยมีแผนกสวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติของเคาน์ตี้ลอสแอนเจลิส (Los Angeles County Department of Arboreta and Botanic Gardens) เป็นผู้รับผิดชอบด้านการดำเนินงาน การปลูกพืชครั้งใหญ่ครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนเมษายน ค.ศ. 1961 โดยมีการปลูกพืชมากกว่า 40,000 ต้น ซึ่งได้รับบริจาคจากบุคคลทั่วไป สถานเพาะชำ และสวนรุกขชาติของเคาน์ตี้
ความท้าทายในการดูแลรักษา
การทำสวนในพื้นที่แห่งนี้มีความยากลำบากเนื่องจากปัจจัยทางกายภาพและเคมีของดิน ดังนี้:
- องค์ประกอบของดิน: ดินส่วนใหญ่ประกอบด้วยดินไดอะตอมไมต์ (Diatomaceous earth) ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะตัว
- การทรุดตัวของดิน: เนื่องจากวัสดุที่ใช้ถมดินมีความหลากหลายและมีความหนาไม่เท่ากัน ทำให้อัตราการทรุดตัวของดินในแต่ละจุดแตกต่างกัน ส่งผลให้ระบบชลประทานเกิดการชำรุดบ่อยครั้ง
- ความร้อนและก๊าซ: การย่อยสลายของสารอินทรีย์ใต้ผิวดินทำให้เกิดความร้อนและก๊าซ โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืช
คำถามที่พบบ่อย
สวนพฤกษศาสตร์เซาท์โคสต์ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตั้งอยู่ในพื้นที่ Palos Verdes Hills ในเคาน์ตี้ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
สวนแห่งนี้มีความโดดเด่นด้านใด?
โดดเด่นด้านการฟื้นฟูที่ดินจากหลุมฝังกลบขยะให้เป็นสวนพฤกษศาสตร์ และการรวบรวมพืชพรรณจากออสเตรเลียและแอฟริกาใต้
ทำไมการปลูกพืชในสวนแห่งนี้จึงมีความท้าทาย?
เนื่องจากดินประกอบด้วยดินไดอะตอมไมต์ และมีการทรุดตัวของดินที่ไม่สม่ำเสมอ รวมถึงมีการปล่อยก๊าซมีเทนและความร้อนจากการย่อยสลายของขยะใต้ดิน