← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เกาะโรนา (South Rona) สวรรค์อันเงียบสงบแห่งหมู่เกาะอินเนอร์เฮบริดีส์

สรุปใจความสำคัญ

  • เกาะโรนาเป็นหนึ่งในเกาะที่ไม่มีรถยนต์ในยุโรป
  • ประกอบด้วยหิน Lewisian gneiss ซึ่งเป็นหนึ่งในหินที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปตะวันตก
  • เคยเป็นฐานทัพของโจรสลัดในศตวรรษที่ 16 ที่เรียกกันว่า Port nan Robairean

เกาะโรนา (Rona) หรือที่เรียกกันว่า South Rona เพื่อให้แตกต่างจาก North Rona ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Cape Wrath เป็นเกาะที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยถาวรในหมู่เกาะอินเนอร์เฮบริดีส์ (Inner Hebrides) ของประเทศสกอตแลนด์

เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่าง Sound of Raasay และ Inner Sound ทางตอนเหนือของเกาะราซีย์ (Raasay) และทางตะวันออกของคาบสมุทร Trotternish ของเกาะสกาย (Skye) มีพื้นที่ทั้งหมด 930 เฮกตาร์ (ประมาณ 3.6 ตารางไมล์) โดยปัจจุบันมีประชากรเพียง 1 คน และมีเจ้าของเป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Danny Luhde-Thompson และภรรยา Cressida Pollock

แผนที่ตำแหน่งของเกาะโรนา
เกาะโรนาตั้งอยู่บริเวณเกาะสกาย (Isle of Skye)

ภูมิศาสตร์และธรณีวิทยา

เกาะโรนาเป็นส่วนต่อขยายทางทิศเหนือของแนวสันเขาของเกาะราซีย์ ธรณีวิทยาของเกาะประกอบด้วยหินไนส์ (Lewisian gneiss) ซึ่งเป็นหนึ่งในหินที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปตะวันตก

ในศตวรรษที่ 18 Martin Martin ได้บันทึกไว้ว่าเกาะแห่งนี้เป็นพื้นที่หินที่ขรุขระที่สุดเท่าที่จะพบได้ มีพื้นที่เพียงไม่กี่เอเคอร์ที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูก พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยทุ่งเฮเธอร์ (heath) และหญ้า ซึ่งเหมาะสำหรับการเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์

ลักษณะทางกายภาพและชายฝั่ง

ทางด้านตะวันตกของเกาะมีจุดจอดเรือธรรมชาติที่สวยงามและปลอดภัยชื่อ An Acarsaid Mhòr ซึ่งได้รับการปกป้องโดยเกาะเล็กๆ ชื่อ An t-Eilean Garbh โดย Malcolm Slesser ได้บรรยายว่าที่นี่เป็นเหมือนฟยอร์ดขนาดเล็กที่น่ารื่นรมย์และเป็นท่าเรือที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรือขนาดเล็ก พร้อมด้วยหน้าผาหินเฟลด์สปาร์สีชมพูที่ลาดชันลงสู่ผืนน้ำ

นอกจากนี้ยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยรอบๆ เช่น Eilean Seamraig, Garbh Eilean และ Eilean Tighe โดยจุดที่สูงที่สุดของเกาะคือ Meall na h-Acarseid ซึ่งมีความสูง 125 เมตร

ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์ของเกาะโรนาเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคปัจจุบัน

ยุคก่อนประวัติศาสตร์

ระหว่างปี 1999 ถึง 2004 มีโครงการทางโบราณคดีขนาดใหญ่ชื่อ "Scotland's First Settlers" ซึ่งพบหลักฐานการอยู่อาศัยในยุคหินกลาง (Mesolithic) ภายในถ้ำและที่พักพิงใต้ชะง่อนหิน 4 แห่งบนเกาะ อย่างไรก็ตาม คาดว่าเกาะนี้ไม่ได้มีการอยู่อาศัยอย่างหนาแน่นเท่ากับพื้นที่อื่นๆ ใน Inner Sound เนื่องจากขาดแคลนน้ำจืดและความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ต่ำ

ยุคประวัติศาสตร์ตอนต้น

ทางตอนใต้ของเกาะมีซากปรักหักพังของโบสถ์ขนาดเล็กจากศตวรรษที่ 14 ที่ชื่อ An Teampull ซึ่งน่าจะเป็นห้องพักของนักบวช และมีหลุมศพเพียงแห่งเดียวบนเกาะตั้งอยู่ภายในกำแพงล้อมรอบ

ในศตวรรษที่ 16 เกาะโรนากลายเป็นที่หลบภัยของโจรสลัด โดยใช้ An Acarsaid Mhor เป็นฐานทัพ ซึ่งในขณะนั้นถูกเรียกว่า Port nan Robairean หรือ "ท่าเรือของเหล่าโจร" โดยเชื่อกันว่าโจรสลัดเหล่านี้โจมตีเฉพาะเรือต่างชาติและได้รับการยอมรับจากหัวหน้าเผ่าท้องถิ่น

ยุคสมัยใหม่

ตระกูล MacLeod ครอบครองเกาะแห่งนี้จนถึงกลางศตวรรษที่ 19 ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 MacLeod แห่งราซีย์ได้พยายามผลักดันให้เกาะโรนาเป็นสถานีประมงเชิงพาณิชย์ เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งที่ได้เปรียบทางชายฝั่ง

  • ประภาคารโรนา (Rona Lighthouse): เป็นสิ่งก่อสร้างสำคัญบนเกาะที่ทำหน้าที่นำทางเรือในน่านน้ำที่อันตราย

คำถามที่พบบ่อย

เกาะโรนาตั้งอยู่ที่ไหน?

เกาะโรนาตั้งอยู่ในหมู่เกาะอินเนอร์เฮบริดีส์ ประเทศสกอตแลนด์ ระหว่าง Sound of Raasay และ Inner Sound ทางตอนเหนือของเกาะราซีย์

เกาะโรนาแตกต่างจาก North Rona อย่างไร?

เกาะโรนา (หรือ South Rona) เป็นเกาะที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยถาวรในอินเนอร์เฮบริดีส์ ส่วน North Rona เป็นเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Cape Wrath

ทำไมเกาะโรนาถึงเคยเป็นที่หลบภัยของโจรสลัด?

เนื่องจากมีท่าเรือธรรมชาติ (An Acarsaid Mhor) ที่ปลอดภัยและซ่อนตัวได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับการเป็นฐานทัพในการดักซุ่มโจมตีเรือที่แล่นผ่าน