Spaces ฟีเจอร์เดสก์ท็อปเสมือนใน Mac OS X
สรุปใจความสำคัญ
- Spaces ถูกนำเสนอครั้งแรกใน Mac OS X 10.5 Leopard และต่อมาถูกรวมเข้ากับ Mission Control ในเวอร์ชัน 10.7 Lion
- ผู้ใช้สามารถสร้างเดสก์ท็อปเสมือนได้สูงสุด 16 สเปซ เพื่อแยกพื้นที่ทำงานตามประเภทของงาน
- สามารถกำหนดให้แอปพลิเคชันเฉพาะเจาะจงเปิดในสเปซที่ระบุไว้ได้ เพื่อความเป็นระเบียบในการทำงาน
- แนวคิดเดสก์ท็อปเสมือนมีมาตั้งแต่ปี 1985 ในเครื่อง Amiga 1000 ก่อนที่จะถูกนำมาใช้ใน Windows 10 ในปี 2015
Spaces เป็นฟีเจอร์เดสก์ท็อปเสมือน (Virtual Desktop) ของระบบปฏิบัติการ Mac OS X ซึ่งถูกนำเสนอครั้งแรกในเวอร์ชัน 10.5 Leopard โดย Steve Jobs ได้ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์นี้ในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2006 ต่อมาใน Mac OS X 10.7 Lion ฟีเจอร์ Spaces ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Mission Control

ภาพรวมของ Spaces
Spaces ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างเดสก์ท็อปเสมือนหลายหน้าจอเพื่อตอบสนองความต้องการหรือนิสัยการทำงานที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้อาจสร้าง "space" หนึ่งสำหรับงานออฟฟิศ โดยเปิดโปรแกรมประมวลผลคำหรือตารางคำนวณแบบเต็มหน้าจอ และสลับสเปซได้ทันทีเพื่อไปยังสเปซที่กำหนดไว้สำหรับการท่องเว็บหรือจัดการไฟล์ใน Finder
ผู้ใช้สามารถสร้างสเปซได้สูงสุด 16 สเปซ และสามารถกำหนดให้แอปพลิเคชันบางตัวทำงานในสเปซที่ระบุไว้โดยเฉพาะได้ การนำทางระหว่างสเปซทำได้หลายวิธี เช่น การใช้ปุ่มฟังก์ชัน (Function-key) ที่ผู้ใช้กำหนดเอง, การใช้ Hot Corners (ผ่าน Exposé) หรือการลากหน้าต่างแอปพลิเคชันไปยังขอบหน้าจอและค้างไว้ครู่หนึ่งเพื่อสลับสเปซ นอกจากนี้ Dashboard ยังทำหน้าที่เป็นสเปซแยกต่างหาก โดยปกติจะอยู่ทางด้านซ้ายสุดของสเปซอื่นๆ

การใช้งาน Spaces
ใน Mac OS X 10.5 Leopard ผู้ใช้ต้องเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ใน System Preferences โดยเลือก "Enable Spaces" ในแท็บ "Exposé & Spaces" จากนั้นจึงจะสามารถสร้างสเปซได้สูงสุด 16 สเปซ โดยการเพิ่มแถวหรือคอลัมน์
การกำหนดแอปพลิเคชัน
ผู้ใช้สามารถผูกแอปพลิเคชันเข้ากับสเปซที่ระบุได้ เมื่อแอปพลิเคชันที่ถูกกำหนดไว้ถูกเปิดขึ้น มันจะเปิดในสเปซนั้นโดยอัตโนมัติ และจะคงอยู่ในตำแหน่งนั้นจนกว่าจะถูกย้ายด้วยตนเอง
การสลับสเปซ
มีตัวเลือกในการสลับสเปซโดยอัตโนมัติเมื่อสลับแอปพลิเคชันที่ถูกผูกไว้ โดยการคลิกไอคอนแอปใน Dock หรือกด ⌘ (Command) + Tab ซึ่ง Spaces จะกระโดดไปยังสเปซที่แอปนั้นอยู่ทันที
อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดบางประการสำหรับแอปพลิเคชันที่มีพาเลทเครื่องมือหรือหน้าต่างเอกสารหลายบาน (เช่น Adobe Creative Suite หรือ Microsoft Office) ซึ่งอาจไม่สามารถผูกกับสเปซที่ระบุได้อย่างสม่ำเสมอ ในกรณีนี้ แนะนำให้รันแอปพลิเคชันแบบไม่กำหนดสเปซ และเปิดเอกสารในสเปซที่ต้องการแทน
การนำทางและมุมมอง Grid
ผู้ใช้สามารถกำหนดปุ่มฟังก์ชันเพื่อเปิดมุมมองตารางเต็มหน้าจอ (Full-screen Grid View) เพื่อสลับสเปซ หรือย้ายหน้าต่างแอปพลิเคชันไปยังสเปซข้างเคียงด้วยการลากและค้างไว้ที่ขอบหน้าจอ ในขณะที่สลับสเปซ เมื่อมีการเปลี่ยนผ่าน จะมีภาพจำลองขนาดเล็กของตารางสเปซปรากฏขึ้นกลางหน้าจอพร้อมลูกศรแสดงทิศทางการเคลื่อนที่
ในมุมมองตาราง ผู้ใช้สามารถจัดเรียงสเปซใหม่ได้โดยการลากและวาง (Drag and Drop) ซึ่งจะไม่ส่งผลต่อการผูกแอปพลิเคชัน แต่เป็นการย้ายหน้าต่างหรือเอกสารด้วยตนเอง
การทำงานร่วมกับ Exposé
Spaces ทำงานร่วมกับ Exposé ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้สามารถกำหนด "Hot Corner" เพื่อเปิดมุมมองตารางของ Spaces ซึ่งจะแสดงภาพย่อ (Thumbnails) ของแต่ละสเปซในรูปแบบตาราง และสามารถใช้ Exposé เพื่อดูหน้าต่างที่เปิดอยู่ทั้งหมดในสเปซนั้นๆ ได้
การเปรียบเทียบกับระบบปฏิบัติการอื่น
แม้ว่า Spaces จะเป็นฟีเจอร์ใหม่สำหรับ Mac OS X 10.5 แต่แนวคิดเดสก์ท็อปเสมือนมีมานานแล้วในระบบปฏิบัติการอื่นๆ เช่น Linux, Solaris, AIX และ BeOS นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์จากผู้พัฒนาภายนอกสำหรับ Windows และ Mac OS X รุ่นก่อนหน้า
แพลตฟอร์มแรกที่นำการแสดงผลเดสก์ท็อปหลายหน้าจอมาใช้เป็นฟีเจอร์หลักของระบบคือ Amiga 1000 ที่เปิดตัวในปี 1985 ส่วน Windows ได้นำฟีเจอร์เดสก์ท็อปเสมือนมาใช้ใน Windows 10 ที่เปิดตัวในปี 2015
คำถามที่พบบ่อย
Spaces ใน Mac OS X คืออะไร?
Spaces คือฟีเจอร์เดสก์ท็อปเสมือนที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างหน้าจอเดสก์ท็อปหลายหน้าจอ เพื่อแยกแอปพลิเคชันและหน้าต่างที่เปิดอยู่ตามประเภทของงาน ช่วยให้ลดความวุ่นวายบนหน้าจอเดียว
เราสามารถสร้างได้สูงสุดกี่สเปซ?
ใน Mac OS X 10.5 Leopard ผู้ใช้สามารถสร้างได้สูงสุด 16 สเปซ
Spaces แตกต่างจาก Mission Control อย่างไร?
Spaces เป็นชื่อฟีเจอร์เดิมที่ใช้จัดการเดสก์ท็อปเสมือนใน Mac OS X รุ่นแรกๆ ซึ่งต่อมาได้ถูกพัฒนาและรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดการหน้าจอที่เรียกว่า Mission Control ในเวอร์ชัน 10.7 Lion