← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การบุกรุกครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในไอร์แลนด์

สรุปใจความสำคัญ

  • การบุกรุกครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในไอร์แลนด์กลายเป็นความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติปี 1971
  • การครอบครองปรปักษ์เพื่อขอรับกรรมสิทธิ์ต้องใช้เวลา 12 ปีสำหรับที่ดินเอกชน และ 30 ปีสำหรับที่ดินรัฐ
  • การบุกรุกครอบครองมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการประท้วงวิกฤตที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในเมืองดับลินและคอร์ก
  • เจ้าของทรัพย์สินสามารถขัดจังหวะการครอบครองปรปักษ์ได้ด้วยการกระทำเพียงเล็กน้อย เช่น การจ่ายค่าประกันภัย

การบุกรุกครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในไอร์แลนด์ (Squatting in Ireland) คือการเข้ายึดครองที่ดินที่ไม่ได้ใช้งานหรืออาคารที่ถูกทิ้งร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ ซึ่งมักเกิดขึ้นจากแรงจูงใจที่หลากหลาย ตั้งแต่ความจำเป็นในการหาที่อยู่อาศัยไปจนถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อประท้วงวิกฤตที่อยู่อาศัย

แผนที่ประเทศไอร์แลนด์ในทวีปยุโรป
ประเทศไอร์แลนด์ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวเรื่องการบุกรุกครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในหลายยุคสมัย

สถานะทางกฎหมายของการบุกรุกครอบครอง

ในไอร์แลนด์ การบุกรุกครอบครองอสังหาริมทรัพย์มีความซับซ้อนทางกฎหมาย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การทำให้เป็นความผิดทางอาญา: การรณรงค์ของคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยแห่งดับลิน (Dublin Housing Action Committee) ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 นำไปสู่การออกพระราชบัญญัติห้ามการบุกรุกและการครอบครองโดยใช้กำลังปี 1971 (Prohibition of Forcible Entry and Occupation Act 1971) ซึ่งทำให้การบุกรุกครอบครองกลายเป็นความผิดทางอาญา
  • การครอบครองปรปักษ์ (Adverse Possession): ภายใต้พระราชบัญญัติอายุความปี 1957 (Statute of Limitations Act 1957) ผู้บุกรุกอาจได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินหากสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการครอบครองทรัพย์สินนั้นอย่างต่อเนื่องและไม่ถูกขัดจังหวะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเป็นเวลา 12 ปี สำหรับที่ดินของเอกชน และ 30 ปี สำหรับที่ดินของรัฐ

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การได้รับกรรมสิทธิ์ผ่านการครอบครองปรปักษ์นั้นเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากเจ้าของทรัพย์สินมักดำเนินการ "กิจกรรมจำกัด" (limited acts) เช่น การชำระค่าประกันภัยหรือการเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการขัดจังหวะการครอบครองอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ในปี 2004 ผู้บุกรุกที่ครอบครองอาคารมา 16 ปีไม่สามารถได้รับกรรมสิทธิ์เนื่องจากเจ้าของยังคงชำระค่าประกันภัยบ้านอยู่

ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหว

ยุคเริ่มต้นและการประท้วงที่อยู่อาศัย (1960s - 1970s)

การบุกรุกครอบครองถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างเด่นชัดในช่วงปี 1968-1971 โดยคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยแห่งดับลิน (DHAC) เพื่อประท้วงวิกฤตที่อยู่อาศัยในเมืองหลวง การบุกรุกอาคารที่ 20 Mountjoy Square ในปี 1968 นำไปสู่การจำคุกของ Dennis Dennehy ในปี 1969 ซึ่งการอดอาหารประท้วงของเขาได้กระตุ้นให้เกิดการเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่ในดับลิน

การเคลื่อนไหวในยุค 1990s ถึง 2000s

ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา มีการบุกรุกครอบครองเชิงการเมืองเกิดขึ้นเป็นระยะในเมืองคอร์กและดับลิน เช่น กรณีของ Grangegorman, The Barricade Inn และ James Connolly House ในช่วงปี 2003-2004 มีการจัดตั้ง "Magpie Squat" บนถนน Upper Leeson ซึ่งเป็นพื้นที่พักอาศัยสำหรับนักกิจกรรมที่มีทั้งห้องสมุดและสวนผัก

ทศวรรษ 2010 และปัจจุบัน

หลังวิกฤตเศรษฐกิจและการเกิด "หมู่บ้านร้าง" (ghost estates) ทั่วประเทศ มีการบุกรุกครอบครองเพิ่มขึ้นในพื้นที่ชนบท ตัวอย่างที่น่าสนใจคือในเมือง Tullamore จังหวัด Offaly ซึ่งผู้พิพากษาตัดสินให้ผู้บุกรุกครอบครองพื้นที่ต่อได้เนื่องจากเห็นว่ามีการปรับปรุงพื้นที่ให้ดีขึ้น

อาคารที่ถูกบุกรุกครอบครองในย่าน Grangegorman
พื้นที่ Grangegorman ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่มีการต่อต้านการขับไล่ที่โด่งดังในดับลิน

กรณีศึกษา The Barricade Inn และ Grangegorman

ในปี 2013 เกิดการบุกรุกครอบครองในย่าน Grangegorman ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อและได้รับการสนับสนุนจากนายกเทศมนตรีกรุงดับลิน Christy Burke ก่อนจะถูกขับไล่ในปี 2016 เพื่อนำพื้นที่ไปสร้างหอพักนักศึกษา

ในเวลาใกล้เคียงกัน อาคารโรงแรม Neary's Hotel บนถนน Parnell ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "The Barricade Inn" โดยกลุ่มอนาธิปไตยที่เชื่อมโยงกับ Workers Solidarity Movement โดยได้เปิดเป็นคาเฟ่และสถานที่จัดงานดนตรี และมีผู้อยู่อาศัยกว่า 20 คน ก่อนจะถูกขับไล่โดยคำสั่งศาลในเดือนกุมภาพันธ์ 2016

ตราสัญลักษณ์ที่ใช้ภายใน Barricade Inn
ตราสัญลักษณ์ของกลุ่มผู้บุกรุกที่ใช้ภายใน The Barricade Inn
ด้านนอกของอาคาร Barricade Inn
ทัศนียภาพภายนอกของอาคาร The Barricade Inn ก่อนการขับไล่

คำถามที่พบบ่อย

การบุกรุกครอบครองอาคารร้างในไอร์แลนด์ผิดกฎหมายหรือไม่?

ใช่ การบุกรุกครอบครองเป็นความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติห้ามการบุกรุกและการครอบครองโดยใช้กำลังปี 1971 (Prohibition of Forcible Entry and Occupation Act 1971)

ผู้บุกรุกสามารถเป็นเจ้าของที่ดินในไอร์แลนด์ได้อย่างไร?

ผ่านกระบวนการครอบครองปรปักษ์ (Adverse Possession) ตามพระราชบัญญัติอายุความปี 1957 โดยต้องครอบครองอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 12 ปี (เอกชน) หรือ 30 ปี (รัฐ) โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทำไมการขอครอบครองปรปักษ์ในไอร์แลนด์ถึงทำได้ยากในทางปฏิบัติ?

เนื่องจากเจ้าของทรัพย์สินสามารถขัดจังหวะการครอบครองที่ต่อเนื่องได้ด้วยการกระทำเพียงเล็กน้อย เช่น การชำระค่าประกันภัยอาคาร หรือการเข้าไปในพื้นที่เป็นครั้งคราว