← กลับไปยังบทความทั้งหมด

งูเขียวจมูกยาวศรีลังกา

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นงูพิษอ่อนที่มีถิ่นกำเนิดเฉพาะในประเทศศรีลังกา
  • มีลักษณะเด่นคือรูม่านตาเป็นแนวนอน ซึ่งแตกต่างจากงูส่วนใหญ่
  • มีพฤติกรรมการล่าเหยื่อโดยการพรางตัวและแกว่งตัวเลียนแบบกิ่งไม้
  • เดิมเคยถูกจัดกลุ่มรวมกับงูเขียวจมูกยาวในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนจะถูกแยกสปีชีส์ในปี 2020

งูเขียวจมูกยาวศรีลังกา (ชื่อวิทยาศาสตร์: Ahaetulla nasuta) เป็นงูพิษอ่อนที่มีลำตัวเรียวยาวและมีสีเขียว อาศัยอยู่บนต้นไม้ มีถิ่นกำเนิดเฉพาะในประเทศศรีลังกา ในอดีตงูชนิดนี้เคยถูกเข้าใจว่าเป็นชนิดเดียวกับงูเขียวจมูกยาวที่แพร่กระจายอยู่ทั่วไปในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่จากการศึกษาทางพันธุศาสตร์ในปี 2020 พบว่าประชากรในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นคนละสปีชีส์กัน ทำให้ปัจจุบัน Ahaetulla nasuta ถูกจำกัดขอบเขตการระบุชนิดให้ครอบคลุมเฉพาะประชากรที่พบในศรีลังกาเท่านั้น

งูเขียวจมูกยาวศรีลังกาที่มีลำตัวสีเขียวเรียวยาวพรางตัวอยู่บนกิ่งไม้
งูเขียวจมูกยาวศรีลังกาแสดงลักษณะการพรางตัวตามธรรมชาติ

ที่มาของชื่อ

ชื่อสกุล Ahaetulla มีที่มาจากคำในภาษาสิงหลว่า ahaetulla, ahata gulla หรือ as gulla ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้ดึงดวงตา" หรือ "ผู้จิกดวงตา" เนื่องจากมีความเชื่อท้องถิ่นว่างูชนิดนี้สามารถดึงดวงตาของมนุษย์ออกมาได้ ซึ่งมีการบันทึกไว้ครั้งแรกโดย João Ribeiro นักเดินทางชาวโปรตุเกสในปี ค.ศ. 1685 ส่วนชื่อสปีชีส์ nasuta เป็นภาษาละตินที่หมายถึง "เกี่ยวกับจมูก" ซึ่งสื่อถึงลักษณะเด่นของงูชนิดนี้ที่มีส่วนปลายจมูกยื่นยาวออกมา

การกระจายพันธุ์และอนุกรมวิธาน

ในอดีตมีการสับสนด้านอนุกรมวิธานอย่างมาก โดยเชื่อว่า A. nasuta มีการกระจายพันธุ์กว้างขวางตั้งแต่ศรีลังกา อินเดีย ไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม การศึกษาทางสายวิวัฒนาการ (Phylogenetic studies) พบว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มพาราไฟเลติก (Paraphyletic) ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุงการจำแนกชนิดใหม่

การศึกษาในปี 2020 ยืนยันว่า A. nasuta ที่แท้จริงนั้นจำกัดอยู่เพียงในเขตชุ่มชื้นของศรีลังกา (รวมถึงป่าดิบชื้นในที่ราบต่ำและป่าดิบเขา) ขณะที่ประชากรในพื้นที่อื่นถูกแยกออกเป็นสปีชีส์ใหม่ เช่น A. borealis, A. farnsworthi, A. isabellina และ A. malabarica ในเทือกเขาฆาตตะวันตกของอินเดีย ส่วนประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกระบุว่าเป็นสปีชีส์ที่ยังไม่ได้รับการบรรยายลักษณะอย่างเป็นทางการ (ชั่วคราวเรียกว่า Ahaetulla cf. fusca)

สัญลักษณ์สถานะการอนุรักษ์ Least Concern
สถานะการอนุรักษ์ของงูเขียวจมูกยาวศรีลังกาอยู่ในระดับ "ไม่น่ากังวล" (Least Concern)

ลักษณะทางกายภาพ

งูเขียวจมูกยาวศรีลังกามีลำตัวยาวและเรียวมาก โดยสามารถมีความยาวได้สูงสุดถึง 1.9 เมตร มีลักษณะเด่นคือส่วนปลายจมูกที่แหลมและยื่นยาว สีลำตัวมีตั้งแต่สีเขียวสดไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อน มีเส้นสีเหลืองขนานไปตามด้านข้างของลำตัวส่วนล่าง และมีผิวหนังระหว่างเกล็ดเป็นลวดลายสีขาวดำ

ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดและพบได้ยากในงูชนิดอื่นคือ รูม่านตาที่เป็นแนวนอน ซึ่งแตกต่างจากงูพิษส่วนใหญ่ (เช่น งูแมวเซาหรืองูเขียวหางไหม้) ที่มักมีรูม่านตาเป็นขีดแนวตั้ง

พฤติกรรมและการดำรงชีวิต

งูชนิดนี้เป็นสัตว์ที่ออกหากินเวลากลางวัน (Diurnal) และอาศัยอยู่บนต้นไม้ (Arboreal) โดยจะลงมาที่พื้นดินเป็นครั้งคราวเพื่อหาอาหาร อาหารหลักคือกิ้งก่าและกบ แต่บางครั้งอาจกินงูชนิดอื่น นก หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก

วิธีการล่าเหยื่อคือการพรางตัวให้กลมกลืนกับกิ่งไม้ โดยจะยืดลำตัวและแกว่งตัวช้า ๆ เพื่อเลียนแบบกิ่งไม้ที่ไหวตามลม เมื่อรู้สึกถูกคุกคาม งูจะขยายลำตัวเพื่อแสดงลวดลายสีขาวดำและอ้าปากกว้างเพื่อข่มขู่ศัตรู

การสืบพันธุ์

งูเขียวจมูกยาวศรีลังกาเป็นสัตว์ที่ออกลูกเป็นตัว (Ovoviviparous) โดยตัวอ่อนจะเจริญเติบโตภายในร่างกายของแม่และถูกหุ้มด้วยเยื่อหุ้มไข่ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าอาจมีความสามารถในการปฏิสนธิล่าช้า โดยมีกรณีศึกษาจากสวนสัตว์ลอนดอนในปี ค.ศ. 1885 ที่งูตัวเมียซึ่งถูกแยกเลี้ยงเดี่ยวให้กำเนิดลูกในปี ค.ศ. 1888

พิษและการออกฤทธิ์

งูชนิดนี้มีพิษอ่อน (Mildly venomous) การกัดของงูเขียวจมูกยาวศรีลังกาโดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตต่อมนุษย์ แต่อาจทำให้เกิดอาการบวมแดงและปวดบริเวณที่ถูกกัด

คำถามที่พบบ่อย

งูเขียวจมูกยาวศรีลังกาอันตรายหรือไม่?

เป็นงูที่มีพิษอ่อน การกัดโดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตต่อมนุษย์ แต่อาจทำให้เกิดอาการปวดและบวมบริเวณที่ถูกกัดได้

ทำไมถึงเรียกว่า 'ผู้ดึงดวงตา'?

เป็นความเชื่อท้องถิ่นในศรีลังกาที่เชื่อว่ามันสามารถดึงดวงตาของมนุษย์ออกมาได้ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสกุล Ahaetulla ในภาษาสิงหล

ลักษณะเด่นที่ใช้แยกงูชนิดนี้ออกจากงูชนิดอื่นคืออะไร?

ลักษณะที่เด่นชัดที่สุดคือรูม่านตาที่เป็นแนวนอนและส่วนปลายจมูกที่ยื่นยาวแหลม

งูเขียวจมูกยาวศรีลังกาอาศัยอยู่ที่ไหน?

พบได้ในเขตชุ่มชื้นของประเทศศรีลังกา เช่น ป่าดิบชื้นในที่ราบต่ำและป่าดิบเขา

งูชนิดนี้กินอะไรเป็นอาหาร?

อาหารหลักคือกิ้งก่าและกบ รวมถึงนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กในบางครั้ง