← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พระวิหารเซนต์จอร์จ ยูทาห์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นพระวิหารแห่งแรกที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ในรัฐยูทาห์
  • เป็นพระวิหารที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงเปิดใช้งานอยู่ในปัจจุบันของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย
  • เป็นสถานที่แรกที่มีการบันทึกขั้นตอนพิธีกรรมทางศาสนาเป็นลายลักษณ์อักษร
  • สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างนีโอกอทิกและฝรั่งเศส นอร์มัน รีไววัล

พระวิหารเซนต์จอร์จ ยูทาห์ (St. George Utah Temple) เป็นพระวิหารของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย ตั้งอยู่ในเมืองเซนต์จอร์จ รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา พระวิหารแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะพระวิหารแห่งแรกที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ในรัฐยูทาห์ หลังจากที่เหล่าผู้บุกเบิกชาวมอร์มอนได้อพยพมาทางทิศตะวันตกตามคำแนะนำของบริกแฮม ยัง (Brigham Young) ผู้นำศาสนจักรในขณะนั้น

ทัศนียภาพภายนอกของพระวิหารเซนต์จอร์จ ยูทาห์
พระวิหารเซนต์จอร์จ ยูทาห์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างนีโอกอทิกและฝรั่งเศส นอร์มัน

ประวัติการก่อสร้างและการจัดตั้ง

บริกแฮม ยัง ได้เสนอแนวคิดการสร้างพระวิหารในเมืองเซนต์จอร์จเมื่อวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1871 เพื่อตอบสนองความต้องการในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่เร่งด่วน เนื่องจากในขณะนั้นพระวิหารในซอลต์เลกซิตี้นังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก่อสร้างและต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์

การก่อสร้างเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1871 โดยมีอุปสรรคสำคัญคือสภาพพื้นที่ซึ่งเป็นที่ลุ่มน้ำขัง (Swampy land) ทำให้คนงานต้องใช้วิธีการนำปืนใหญ่มาดัดแปลงเป็นเครื่องตอกเสาเข็มเพื่อบดอัดฐานรากให้แน่นหนา สมาชิกในพื้นที่ได้อุทิศแรงกายแรงใจในการก่อสร้างอย่างมาก โดยบางคนยอมสละเวลาทำงานหนึ่งวันในทุกๆ สิบวันเพื่อมาช่วยงานก่อสร้างพระวิหาร

รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมของพระวิหารเซนต์จอร์จ
การก่อสร้างพระวิหารใช้แรงงานจากสมาชิกในชุมชนและวัสดุในท้องถิ่น

ความสำคัญทางพิธีกรรมและประวัติศาสตร์

พระวิหารเซนต์จอร์จสร้างเสร็จในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1877 และได้รับการอุทิศในเดือนเมษายนปีเดียวกัน พระวิหารแห่งนี้เป็นสถานที่แรกที่สมาชิกสามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาทั้งหมดให้แก่ผู้ล่วงลับได้ รวมถึงการทำพิธีมอบอำนาจ (Endowment) และการผนึก (Sealing) ซึ่งเป็นการฟื้นฟูแนวปฏิบัติที่เคยทำในพระวิหารนอวู (Nauvoo Temple) ให้กลับมาอีกครั้ง

นอกจากนี้ พระวิหารเซนต์จอร์จยังเป็นสถานที่แรกที่มีการบันทึกขั้นตอนของพิธีกรรมทางศาสนาเป็นลายลักษณ์อักษร แทนการถ่ายทอดด้วยวาจาและความจำดังเช่นในอดีต

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

พระวิหารได้รับการออกแบบโดย ทรูแมน โอ. แองเจลล์ (Truman O. Angell) โดยมีลักษณะภายนอกที่ดูคล้ายกับปราสาทป้อมปราการ ผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมนีโอกอทิก (Neo-Gothic) และฝรั่งเศส นอร์มัน รีไววัล (French Norman Revival)

  • พื้นที่ใช้สอย: มีพื้นที่รวม 143,969 ตารางฟุต
  • โครงสร้างภายใน: ประกอบด้วยห้องประกอบพิธีกรรม 3 ห้อง และห้องผนึก 18 ห้อง
  • หอคอย: เดิมทีบริกแฮม ยัง มองว่ายอดโดม (Cupola) เตี้ยเกินไป หลังจากเกิดเหตุฟ้าผ่าทำลายหอคอยในเวลาต่อมา หอคอยจึงถูกสร้างขึ้นใหม่ให้มีความสูงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตามความต้องการเดิมของเขา

ปัจจุบัน พระวิหารเซนต์จอร์จยังคงเป็นพระวิหารที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังเปิดใช้งานอยู่ของศาสนจักรฯ โดยอนุญาตให้เฉพาะสมาชิกที่มีใบแนะนำเข้าพระวิหาร (Temple Recommend) เท่านั้นที่สามารถเข้าไปภายในได้ ส่วนศูนย์บริการผู้มาเยือนที่อยู่ใกล้เคียงเปิดให้สาธารณชนทั่วไปเข้าชมได้

คำถามที่พบบ่อย

พระวิหารเซนต์จอร์จ ยูทาห์ สร้างเสร็จเมื่อใด?

พระวิหารสร้างเสร็จในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1877 และได้รับการอุทิศในเดือนเมษายน ค.ศ. 1877

ทำไมพระวิหารแห่งนี้จึงมีความสำคัญต่อผู้ล่วงลับ?

เพราะเป็นพระวิหารแห่งแรกที่สมาชิกสามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาทั้งหมด (รวมถึงการมอบอำนาจและการผนึก) ให้แก่ผู้ล่วงลับได้

ใครเป็นผู้ออกแบบพระวิหารเซนต์จอร์จ?

ทรูแมน โอ. แองเจลล์ เป็นผู้ออกแบบ โดยเน้นสถาปัตยกรรมที่ดูคล้ายปราสาทป้อมปราการ

บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมภายในพระวิหารได้หรือไม่?

ไม่ได้ ภายในพระวิหารอนุญาตให้เข้าได้เฉพาะสมาชิกศาสนจักรที่มีใบแนะนำเข้าพระวิหารเท่านั้น แต่สามารถเข้าชมศูนย์บริการผู้มาเยือนที่อยู่ใกล้เคียงได้