อาศรมเซนต์แมทธิอัส สถานที่แสวงบุญและอารามเบเนดิกตินแห่งเมืองทรีเออร์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นสถานที่ประดิษฐานพระศพของอัครสาวกแมทธิอัสเพียงแห่งเดียวในเยอรมนีและทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์
- ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในสมัยโบราณและเปลี่ยนมาใช้กฎของเซนต์เบเนดิกต์ในปี ค.ศ. 977
- ถูกยุบและกลายเป็นทรัพย์สินของรัฐในปี ค.ศ. 1802 ช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส ก่อนจะถูกฟื้นฟูขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1922
- ตัวโบสถ์มีสถานะเป็นมหาวิหารขนาดเล็ก (Minor Basilica) และมีสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์
อาศรมเซนต์แมทธิอัส (St. Matthias' Abbey) เป็นอารามในนิกายเบเนดิกติน ตั้งอยู่ในเมืองทรีเออร์ (Trier) รัฐไรน์แลนด์-พาลทิเนต ประเทศเยอรมนี ปัจจุบันสังกัดคณะประกาศก (Congregation of the Annunciation) อารามแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในทางศาสนา เนื่องจากเป็นสถานที่ประดิษฐานพระศพของเซนต์แมทธิอัส อัครสาวกของพระเยซู ซึ่งถือเป็นจุดฝังศพของอัครสาวกเพียงแห่งเดียวในเยอรมนีและทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์

ประวัติการก่อตั้งและการพัฒนา
มีหลักฐานว่ามีนักบวชอาศัยอยู่ในบริเวณอาศรมเซนต์แมทธิอัสมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 5 เซอร์ริลลัสแห่งทรีเออร์ (Cyrillus of Trier) ได้สร้างสถานสวดมนต์และกำหนดกฎระเบียบให้นักบวช จนกระทั่งประมาณปี ค.ศ. 977 อารามแห่งนี้จึงได้เปลี่ยนมาใช้กฎของเซนต์เบเนดิกต์ (Rule of Saint Benedict)

การค้นพบพระศพของอัครสาวกแมทธิอัส
ตามตำนานเชื่อว่าพระศพของอัครสาวกแมทธิอัสถูกส่งมายังเมืองทรีเออร์โดยพระบัญชาของจักรพรรดินีเฮเลนา พระมารดาของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 อย่างไรก็ตาม ร่างของท่านถูกค้นพบอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1127 ระหว่างการรื้อถอนอาคารโบสถ์หลังเดิมเพื่อสร้างโบสถ์หลังใหม่ การค้นพบนี้ทำให้อาศรมกลายเป็นศูนย์กลางการแสวงบุญที่สำคัญระดับนานาชาติ

การปฏิรูปและยุคกลาง
ในช่วงศตวรรษที่ 15 ภายใต้การนำของโยฮันเนส โรเด (Johannes Rode) อารามได้ผ่านการปฏิรูปทางจิตวิญญาณและเศรษฐกิจจนกลายเป็นแบบอย่างให้อารามอื่น ๆ และในปี ค.ศ. 1458 อาศรมเซนต์แมทธิอัสได้เข้าร่วมกับคณะเบอร์สเฟลเดอ (Bursfelde Congregation)
การล่มสลายและการฟื้นฟู
ในช่วงการปฏิรูปศาสนา อารามได้รับผลกระทบน้อย แต่ต่อมาต้องเผชิญกับสงครามและการปล้นสะดม จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1783 เจ้าอาวาสคนสุดท้ายถูกปลดจากตำแหน่ง และอารามถูกยุบลงอย่างเป็นทางการในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อกองทัพฝรั่งเศสเข้ายึดครองพื้นที่และขับไล่นักบวชออกไปในปี ค.ศ. 1794

ในปี ค.ศ. 1802 อารามถูกโอนเป็นทรัพย์สินของรัฐและถูกขายทอดตลาด โดยคริสตอฟ ฟิลิปป์ เนลล์ (Christoph Philipp Nell) นักธุรกิจท้องถิ่นได้ซื้ออาคารหลักและใช้เป็นที่พักอาศัย ซึ่งช่วยให้อาคารรอดพ้นจากการถูกรื้อถอนหรือเปลี่ยนเป็นโรงงานอุตสาหกรรมเหมือนกับอารามอื่น ๆ ในยุคนั้น
การก่อตั้งครั้งที่สอง
หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 นักบวชจากอาศรมเซคเคา (Seckau Abbey) ได้ย้ายเข้ามา และในวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 1922 อาคารหลักได้รับการสถาปนาให้เป็นอารามเบเนดิกตินอีกครั้ง โดยเข้าร่วมกับคณะบิวรอน (Beuron Congregation)

ในช่วงปี ค.ศ. 1941 รัฐบาลนาซีได้สั่งระงับการดำเนินงานของอาราม ทำให้นักบวชต้องย้ายไปยังอาศรมมาเรีย ลาช (Maria Laach Abbey) และได้กลับมาอีกครั้งในปี ค.ศ. 1945 หลังสิ้นสุดสงคราม

บทบาทในปัจจุบัน
ปัจจุบันอาศรมเซนต์แมทธิอัสทำหน้าที่ดูแลจิตวิญญาณของคริสต์ศาสนิกชนในพื้นที่ รวมถึงการต้อนรับผู้แสวงบุญและจัดกิจกรรมสนทนาทางศาสนาระหว่างนิกาย (Ecumenical discussions) โดยนักบวชบางรูปยังประกอบอาชีพทางโลก เช่น ผู้พิพากษา หรือนักวางผังเมือง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมสมัยใหม่
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมอาศรมเซนต์แมทธิอัสจึงเป็นสถานที่แสวงบุญที่สำคัญ?
เพราะเป็นสถานที่ประดิษฐานพระศพของอัครสาวกแมทธิอัส ซึ่งเป็นอัครสาวกเพียงท่านเดียวที่มีจุดฝังศพตั้งอยู่ในเยอรมนีและพื้นที่ทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์
อาศรมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสไตล์สถาปัตยกรรมแบบใด?
โบสถ์ของอาศรมเป็นมหาวิหารแบบโรมาเนสก์ (Romanesque basilica) ซึ่งมีความโดดเด่นทางศิลปะและประวัติศาสตร์
เกิดอะไรขึ้นกับอาศรมในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส?
อาศรมถูกกองทัพฝรั่งเศสยึดครองและนักบวชถูกขับไล่ออกไปในปี ค.ศ. 1794 จากนั้นถูกโอนเป็นทรัพย์สินของรัฐและขายให้เอกชนในปี ค.ศ. 1802
ปัจจุบันอาศรมเซนต์แมทธิอัสมีบทบาทอย่างไร?
ทำหน้าที่เป็นอารามเบเนดิกตินที่ดูแลศาสนิกชนในพื้นที่ ต้อนรับผู้แสวงบุญ และเป็นศูนย์กลางการสนทนาทางศาสนา
พระศพของเซนต์แมทธิอัสถูกค้นพบเมื่อใด?
พระศพถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1127 ระหว่างการรื้อถอนอาคารโบสถ์หลังเดิมเพื่อสร้างโบสถ์ใหม่

