การสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
สรุปใจความสำคัญ
- การสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแตกต่างจากการสื่อสารทั่วไปตรงที่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจได้จริง
- เป็นข้อกำหนดสำคัญในมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน เช่น GRI และ ISO 26000
- มีความสัมพันธ์โดยตรงกับ 'การวิเคราะห์สาระสำคัญ' (Materiality Analysis) ในการทำรายงานด้านความยั่งยืนขององค์กร
- การละเลยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถนำไปสู่ความล้มเหลวของโครงการ งบประมาณบานปลาย และการสูญเสียความเชื่อมั่นจากสาธารณะ
การสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) คือกระบวนการที่องค์กรดึงเอาบุคคลหรือกลุ่มคนที่มีโอกาสได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจขององค์กร หรือผู้ที่มีอำนาจในการส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการคิดและตัดสินใจ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเหล่านี้อาจอยู่ในสถานะที่สนับสนุนหรือคัดค้านการตัดสินใจ มีอิทธิพลสูงในองค์กรหรือในชุมชนที่องค์กรดำเนินธุรกิจอยู่ หรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ที่จะได้รับผลกระทบในระยะยาว
บทบาทในการบริหารความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)
การสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นองค์ประกอบสำคัญของความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility หรือ CSR) และเป็นกลไกหลักในการบรรลุเป้าหมาย Triple Bottom Line (ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม) องค์กรจะใช้การสนทนา (Dialogue) เพื่อสำรวจประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ความสำคัญ และนำข้อมูลเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจ
กระบวนการนี้มักถูกนำมาใช้ในองค์กรที่มีความพร้อมทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐ โดยเฉพาะเมื่อต้องจัดการกับประเด็นที่มีความซับซ้อนหรือโครงการขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความเข้าใจและความเห็นพ้องต้องกันในแนวทางการแก้ไขปัญหา
หลักการพื้นฐานและการมีส่วนร่วม
หัวใจสำคัญของการสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคือการให้โอกาสผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการตัดสินใจ ซึ่งแตกต่างจากการสื่อสารทางเดียว (Communication) ที่มุ่งเน้นเพียงการส่งสารหรือการโน้มน้าวให้กลุ่มเป้าหมายยอมรับการตัดสินใจที่เกิดขึ้นไปแล้ว
ตามแนวทางของ Jeffery (2009) ใน "Stakeholder Engagement: A Roadmap to meaningful engagement" ได้ระบุคุณค่าหลักสำหรับการสร้างการมีส่วนร่วมที่มีความหมายไว้ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรมีสิทธิ์ออกเสียงในการตัดสินใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตหรือสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพวกเขา
- การมีส่วนร่วมต้องมาพร้อมกับคำมั่นสัญญาว่าข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะถูกนำไปพิจารณาเพื่อส่งผลต่อการตัดสินใจจริง
- การมีส่วนร่วมควรเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมออกแบบวิธีการและรูปแบบในการมีส่วนร่วมของตนเอง
กลุ่มผู้ปฏิบัติงานด้านนี้มักประกอบด้วย ธุรกิจ, องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGOs), สหภาพแรงงาน, สมาคมการค้าและอุตสาหกรรม, หน่วยงานรัฐบาล และสถาบันการเงิน
กรอบการทำงานและมาตรฐานสากล
การสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถูกกำหนดให้เป็นข้อกำหนดในหลายมาตรฐานระดับโลก ได้แก่:
- Global Reporting Initiative (GRI): เครือข่ายระดับโลกที่กำหนดกรอบการรายงานด้านความยั่งยืน ซึ่งกำหนดให้องค์กรต้องมีการสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- ISO 26000: มาตรฐานสากลว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม (Guidance on social responsibility) ที่ระบุถึงความจำเป็นในการสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- Principles of Authentic Engagement: พัฒนาโดย Environment Council ของยุโรป เพื่อเป็นกรอบการทำงานสำหรับการสร้างความผูกพันที่แท้จริงและจริงใจ
องค์ประกอบสำคัญสู่ความสำเร็จ
เพื่อให้การสร้างความผูกพันเกิดผลสัมฤทธิ์ องค์กรควรคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้:
- การสร้างพันธมิตร (Partnerships): การรวมตัวกันของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อบรรลุเป้าหมายทางสังคมร่วมกัน โดยมีการแบ่งปันทรัพยากร ความสามารถ ความเสี่ยง และผลประโยชน์
- กฎเกณฑ์ในการมีส่วนร่วม (Rules of Engagement): การตกลงร่วมกันเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น
- การยอมรับและการสนับสนุน (Buy-in): ทุกฝ่ายต้องรู้สึกว่าตนเองมีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการ และสมาชิกที่เข้าร่วมต้องมีอำนาจในการตัดสินใจ รวมถึงมีความมุ่งมั่นที่จะนำผลลัพธ์จากการตัดสินใจไปปฏิบัติจริง
- ความโปร่งใสในการตัดสินใจ: ไม่ควรมีการตัดสินใจล่วงหน้าก่อนเริ่มกระบวนการสร้างความผูกพัน เพื่อให้การสนทนามีความชอบธรรมและสามารถส่งผลต่อผลลัพธ์ได้อย่างแท้จริง
ประโยชน์และผลกระทบ
ประโยชน์ต่อองค์กร
การสร้างความผูกพันช่วยให้องค์กรสามารถปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจหรือการสร้างองค์ความรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการและความคาดหวังของสังคม ซึ่งช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืนในระยะยาวและเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรสามารถแข่งขันได้ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พร้อมกับผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ความสำคัญในด้านบัญชีและการรายงาน
ในทางบัญชี การสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ แนวคิดเรื่องสาระสำคัญ (Materiality) โดยมาตรฐานการจัดทำรายงานที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงิน (เช่น GRI Standards และ IIRC <IR> Framework) เน้นย้ำว่าการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นศูนย์กลางของกระบวนการวิเคราะห์สาระสำคัญ (Materiality Analysis)
ความเสี่ยงจากการละเลยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การเพิกเฉยต่อข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอาจนำไปสู่ผลกระทบเชิงลบที่รุนแรง ดังนี้:
- งบประมาณบานปลาย: ความผิดพลาดจากการไม่ฟังเสียงสะท้อนอาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขที่สูง
- การดำเนินงานล่าช้า: การขาดการคาดการณ์ปัญหาที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแจ้งเตือนอาจทำให้โครงการไม่เป็นไปตามกำหนดการ
- คุณภาพลดลง: ผลลัพธ์ของงานอาจไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและส่งผลเสียต่อชื่อเสียงขององค์กร
- การสูญเสียความเชื่อมั่น: การสื่อสารที่ล้มเหลวทำให้ขาดการสนับสนุนจากชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
- ความล้มเหลวของโครงการ: ในกรณีร้ายแรง โครงการอาจต้องยุติลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และโอกาสในอนาคตขององค์กร
คำถามที่พบบ่อย
Stakeholder Engagement ต่างจากการสื่อสารองค์กร (Corporate Communication) อย่างไร?
การสื่อสารองค์กรส่วนใหญ่มักเป็นการส่งสารทางเดียวเพื่อแจ้งให้ทราบหรือโน้มน้าวให้ยอมรับการตัดสินใจที่ทำไปแล้ว แต่ Stakeholder Engagement คือกระบวนการสองทางที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมในการออกแบบและตัดสินใจก่อนที่ข้อสรุปจะถูกกำหนด
ใครบ้างที่ถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders)?
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมถึงทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจขององค์กร หรือผู้ที่สามารถส่งผลกระทบต่อองค์กรได้ เช่น พนักงาน, ลูกค้า, ผู้ถือหุ้น, ชุมชนรอบข้าง, หน่วยงานรัฐบาล, NGO และคู่ค้าทางธุรกิจ
ทำไม Stakeholder Engagement ถึงสำคัญต่อการทำ CSR?
เพราะช่วยให้องค์กรทราบว่าประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมใดที่สำคัญต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ ทำให้การดำเนินกิจกรรม CSR ตรงจุดและสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างยั่งยืน แทนที่จะเป็นการทำกิจกรรมตามความต้องการขององค์กรเพียงฝ่ายเดียว
จะเกิดอะไรขึ้นหากองค์กรละเลยการสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย?
อาจเกิดความขัดแย้งกับชุมชน การต่อต้านโครงการ งบประมาณบานปลายเนื่องจากต้องแก้ไขปัญหาที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ และสูญเสียความน่าเชื่อถือในระยะยาว ซึ่งอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของโครงการในที่สุด