เครื่องยนต์จรวดตระกูล Star
สรุปใจความสำคัญ
- ชื่อรุ่นของเครื่องยนต์ Star อ้างอิงตามเส้นผ่านศูนย์กลางของตัวถังเชื้อเพลิงในหน่วยนิ้ว
- ทำหน้าที่หลักเป็นเครื่องยนต์ผลักดันจุดไกลสุด (Apogee Kick Motor) เพื่อส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจร
- ถูกนำไปใช้ในยานสำรวจอวกาศระดับตำนานอย่าง Voyager 1, 2 และ Pioneer 10, 11
- บางส่วนของเครื่องยนต์รุ่น Star 37 และ Star 48 ได้เดินทางออกนอกระบบสุริยะเข้าสู่ห้วงอวกาศระหว่างดาว
เครื่องยนต์จรวดตระกูล Star เป็นตระกูลของมอเตอร์จรวดเชื้อเพลิงแข็ง (Solid-propellant rocket motors) จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Thiokol และถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในส่วนส่งท้าย (Upper stages) ของยานขนส่งอวกาศและจรวดส่งดาวเทียม โดยหน้าที่หลักของเครื่องยนต์ตระกูลนี้คือการทำหน้าที่เป็น เครื่องยนต์ผลักดันจุดไกลสุด (Apogee Kick Motor - AKM) เพื่อผลักดันดาวเทียมให้เข้าสู่ตำแหน่งวงโคจรที่ต้องการ
ระบบการเรียกชื่อและลักษณะทางเทคนิค
การกำหนดชื่อรุ่นของเครื่องยนต์ตระกูล Star จะอ้างอิงตาม เส้นผ่านศูนย์กลางโดยประมาณของตัวถังเชื้อเพลิง (Fuel Casing) ซึ่งมีหน่วยเป็นนิ้ว ตัวอย่างเช่น Star 37 จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 37 นิ้ว เป็นต้น
รุ่นต่างๆ ของเครื่องยนต์ Star
Star 13 ถึง Star 24
ในรุ่นขนาดเล็ก เครื่องยนต์เหล่านี้ถูกใช้เป็นมอเตอร์ผลักดันสำหรับดาวเทียมขนาดเล็กและภารกิจเฉพาะทาง:
- Star 13: ใช้ในดาวเทียม Anchored Interplanetary Monitoring Platform และรุ่นย่อยอย่าง Star 13D ในดาวเทียม Syncom 1
- Star 17: เริ่มใช้งานในปี 1963 ใช้กับดาวเทียม Radio Astronomy Explorer และ SOLRAD
- Star 20 (Altair 3A): ใช้เป็นส่วนส่งท้ายที่สองของจรวด Atlas-E/F สำหรับการส่ง Stacksat
- Star 24: ได้รับการรับรองในปี 1973 ใช้เชื้อเพลิงคอมโพสิตพื้นฐาน carboxyl-terminated polybutadiene (CTPB) โดยมีตัวถังทำจากไทเทเนียม
Star 26 ถึง Star 31
รุ่นขนาดกลางที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งดาวเทียมและจรวดตรวจอากาศ:
- Star 26: ใช้ในส่วนส่งท้าย Burner II ของยานพาหนะ Sandia Strypi IV และรุ่น Star 26B ในจรวด Thor-LV2F
- Star 27: ใช้เชื้อเพลิงคอมโพสิตพื้นฐาน HTPB มีอัตราการกัดเซาะเฉลี่ย 0.0011 นิ้วต่อวินาที ถูกนำไปใช้เป็นส่วนส่งท้ายของจรวด Atlas E/F และจรวด Pegasus เพื่อส่งดาวเทียม Solwind และ Geosat รวมถึงรุ่น Star 27H ที่ใช้ส่งยาน IBEX
- Star 30: ใช้เป็นมอเตอร์ผลักดันสำหรับดาวเทียม G-STAR, Skynet 4 และ Koreasat
- Star 31 (Antares 1A): มีแรงขับ 60.50 กิโลนิวตัน และมวล 1,225 กิโลกรัม ใช้ในขีปนาวุธ WASP และจรวดตระกูล Scout
Star 37 และ Star 48
รุ่นขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในภารกิจสำรวจอวกาศห้วงลึก:
- Star 37: เริ่มใช้งานในปี 1965 ในส่วนส่งท้าย Thor-Burner รุ่นนี้มีหลายรุ่นย่อย เช่น Star 37FM และ Star 37FMV (แบบปรับทิศทางแรงขับได้) ซึ่งใช้เป็นส่วนส่งท้ายสุดท้ายของจรวด Minotaur V นอกจากนี้ เครื่องยนต์ Star 37E ยังเป็นส่วนสำคัญของโมดูลขับเคลื่อนในยาน Pioneer 10, 11 และ Voyager 1, 2 ซึ่งส่งยานเหล่านี้ออกสู่ห้วงอวกาศระหว่างดาว (Interstellar Space)
- Star 48: พัฒนาโดย Thiokol Propulsion (ซึ่งต่อมาถูกซื้อโดย Orbital ATK ในปี 2001 และถูกควบรวมเข้ากับ Northrop Grumman ในเวลาต่อมา)

การเดินทางสู่อวกาศระหว่างดาว
หนึ่งในความสำเร็จที่น่าทึ่งของเครื่องยนต์ตระกูล Star คือการที่ส่วนส่งท้าย Star 37 จำนวน 3 ชุด และ Star 48 จำนวน 1 ชุด ได้ถูกส่งออกไปในวิถีหลุดพ้นจากดวงอาทิตย์ (Solar Escape Trajectories) ซึ่งหมายความว่าเครื่องยนต์เหล่านี้มีความเร็วเพียงพอที่จะออกจากวงโคจรของดวงอาทิตย์และเดินทางเข้าสู่ห้วงอวกาศระหว่างดาว โดยคาดว่าจะคงสภาพอยู่ได้นานหลายล้านปีในกาแล็กซีทางช้างเผือก
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องยนต์จรวด Star คืออะไร?
เป็นตระกูลของมอเตอร์จรวดเชื้อเพลิงแข็งที่พัฒนาโดยบริษัท Thiokol ใช้เป็นส่วนส่งท้ายของจรวดส่งดาวเทียมเพื่อผลักดันดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรที่ต้องการ
ตัวเลขในชื่อรุ่น (เช่น Star 37) หมายถึงอะไร?
ตัวเลขดังกล่าวหมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางโดยประมาณของตัวถังเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์รุ่นนั้นๆ ในหน่วยนิ้ว
เครื่องยนต์ Star มีบทบาทอย่างไรในภารกิจ Voyager?
ยาน Voyager 1 และ 2 ใช้เครื่องยนต์ Star 37E ในโมดูลขับเคลื่อนเพื่อช่วยในการเดินทางออกจากระบบสุริยะ
