← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สตีเฟน แรนดัลล์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณด้านประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลกะรี และอดีตคณบดีคณะสังคมศาสตร์
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์แคนาดา-สหรัฐฯ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในลาตินอเมริกา โดยเฉพาะโคลอมเบีย
  • มีบทบาทเป็นผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งนานาชาติร่วมกับ UN และ Carter Center ในหลายประเทศรวมถึงกัมพูชา
  • ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of Canada ในปี 2024 และรางวัลเกียรติยศจากรัฐบาลโคลอมเบีย

สตีเฟน เจมส์ แรนดัลล์ (Stephen James Randall) เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณด้านประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแคลกะรี (University of Calgary) และเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในด้านความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกา รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอเมริกา โดยเฉพาะประเทศโคลอมเบีย นอกจากนี้เขายังมีบทบาทสำคัญในฐานะนักวิชาการ นักเขียน ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายน้ำมัน และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองและสิทธิมนุษยชน

เส้นทางวิชาการและการบริหาร

แรนดัลล์มีประสบการณ์การสอนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของแคนาดาหลายแห่ง โดยเริ่มสอนที่มหาวิทยาลัยโตรอนโต (พ.ศ. 2514–2517) ตามด้วยมหาวิทยาลัยแมคกิลล์ (พ.ศ. 2517–2532) และมหาวิทยาลัยแคลกะรี (พ.ศ. 2532–2556) นอกจากนี้ เขายังเคยเป็นศาสตราจารย์อาคันตุกะที่มหาวิทยาลัยรัฐซานดิเอโก และดำรงตำแหน่งประธานเก้าอี้ฟูลไบรท์ (Fulbright Chair) ด้านอเมริกาเหนือศึกษาที่มหาวิทยาลัยอเมริกันในวอชิงตัน

ในด้านการบริหาร แรนดัลล์เคยดำรงตำแหน่งสำคัญดังนี้:

  • ดำรงตำแหน่งประธานเก้าอี้ Imperial Oil-Lincoln McKay ด้านอเมริกาศึกษาที่มหาวิทยาลัยแคลกะรี ระหว่างปี พ.ศ. 2532–2539
  • คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลกะรี ระหว่างปี พ.ศ. 2537–2549
  • ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายสหรัฐอเมริกา (Institute for United States Policy Research)
  • ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยลาตินอเมริกา (Latin America Research Centre) แห่งมหาวิทยาลัยแคลกะรี

บทบาทด้านสิทธิมนุษยชนและงานระหว่างประเทศ

สตีเฟน แรนดัลล์ มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสิทธิพลเมือง โดยเขาเป็นประธานคนแรกของสมาคมสิทธิพลเมืองร็อกกี้เมาน์เทน (Rocky Mountain Civil Liberties Association) นอกจากนี้ เขายังได้ทำงานในฐานะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งระดับนานาชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรม ในหลายประเทศ ได้แก่ นิการากัว, เอลซัลวาดอร์, เวเนซุเอลา, จาเมกา และกัมพูชา โดยร่วมงานกับองค์กรระดับโลกอย่าง องค์การสหประชาชาติ (UN), ศูนย์ประธานาธิบดีคาร์เตอร์ (Carter Center) และองค์การรัฐอเมริกัน (OAS)

รางวัลและเกียรติยศ

ด้วยผลงานทางวิชาการและการอุทิศตนเพื่อสังคม แรนดัลล์ได้รับเกียรติยศมากมาย ดังนี้:

  • ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของราชสมาคมแคนาดา (Royal Society of Canada)
  • ได้รับรางวัลเกียรติคุณ (Award of Merit), เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย (Grand Cross) และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of San Carlos จากรัฐบาลโคลอมเบีย เพื่อยกย่องการสนับสนุนความเข้าใจในประวัติศาสตร์และนโยบายต่างประเทศของโคลอมเบีย
  • ได้รับรางวัลบริการสาธารณะตลอดชีวิตจากสภาแคนาดาเพื่อกิจการอเมริกา (Canadian Council for the Americas)
  • ได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่ Order of Canada ในปี พ.ศ. 2567

กิจกรรมทางการเมืองและผลงานเขียน

ในด้านการเมือง แรนดัลล์เคยได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเสรีนิยมแคนาดา (Liberal Party of Canada) ในเขต Calgary Centre-North สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 41 ของแคนาดา เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

ผลงานเขียนที่สำคัญของเขา ได้แก่ หนังสือ Canada and the United States: Ambivalent Allies (พ.ศ. 2537) ซึ่งเขียนร่วมกับ John Herd Thompson โดยสำนักพิมพ์ University of Georgia Press ซึ่งวิเคราะห์ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน

คำถามที่พบบ่อย

สตีเฟน แรนดัลล์ เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?

เขามีความเชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกา รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอเมริกา โดยเฉพาะประวัติศาสตร์และนโยบายต่างประเทศของประเทศโคลอมเบีย

แรนดัลล์มีบทบาทอย่างไรในการส่งเสริมประชาธิปไตยระดับโลก?

เขาทำงานเป็นผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งระดับนานาชาติร่วมกับองค์การสหประชาชาติ, ศูนย์ประธานาธิบดีคาร์เตอร์ และองค์การรัฐอเมริกัน ในประเทศต่างๆ เช่น กัมพูชา, นิการากัว และเวเนซุเอลา เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรม

รางวัลสูงสุดที่เขาได้รับในแคนาดาคืออะไร?

ในปี พ.ศ. 2567 เขาได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่ Order of Canada ซึ่งเป็นหนึ่งในเกียรติยศสูงสุดของประเทศแคนาดา