← กลับไปยังบทความทั้งหมด

StG 45(M) ปืนเล็กยาวจู่โจมต้นแบบระบบ Roller-Delayed Blowback ของเยอรมนี

สรุปใจความสำคัญ

  • ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Roller-delayed blowback ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ลดความซับซ้อนของระบบแก๊ส
  • ออกแบบมาเพื่อลดต้นทุนการผลิตจาก 70 ไรชส์มาร์ค (StG 44) เหลือ 45 ไรชส์มาร์ค
  • ใช้กระสุนขนาด 7.92x33mm Kurz และมีอัตราการยิงประมาณ 450 นัดต่อนาที
  • ใช้การปั๊มขึ้นรูปเหล็กและแนวถอยตรงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและลดต้นทุน

StG 45(M) (ย่อมาจาก Sturmgewehr 45 หรือ "ปืนเล็กยาวจู่โจม 45") หรือบางครั้งถูกเรียกว่า MP 45(M) เป็นปืนเล็กยาวจู่โจมต้นแบบที่พัฒนาโดยบริษัท Mauser สำหรับกองทัพ Wehrmacht ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ความโดดเด่นของอาวุธกระบอกนี้คือการใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Roller-delayed blowback (การหน่วงเวลาการเปิดลูกเลื่อนด้วยลูกกลิ้ง) ซึ่งเป็นนวัตกรรมล้ำสมัยในขณะนั้น โดยใช้กระสุนขนาด 7.92×33มม. Kurz (Pistolenpatrone 7.9mm) และมีอัตราการยิงแบบต่อเนื่องประมาณ 450 นัดต่อนาที

StG 45(M) prototype assault rifle
ตัวอย่างของปืนเล็กยาวจู่โจมต้นแบบ StG 45(M)

ประวัติการพัฒนาและวิวัฒนาการ

ต้นกำเนิดของ StG 45(M) เริ่มต้นขึ้นในช่วงปีสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยวิศวกรของ Mauser ในกลุ่มพัฒนาอาวุธเบา (Abteilung 37) ณ เมือง Oberndorf am Neckar ได้ออกแบบปืนต้นแบบที่ชื่อว่า MKb Gerät 06 ซึ่งใช้กระสุนขนาด 7.92×33มม. Kurz ในระยะแรก Gerät 06 ใช้กลไกแบบลูกกลิ้งล็อก (Roller-locked) และทำงานด้วยระบบแก๊ส ซึ่งดัดแปลงมาจากปืนกล MG 42 แต่มีลำกล้องคงที่และก้านสูบแก๊สแบบดั้งเดิม

ต่อมา ดร. คาร์ล ไมเออร์ (Dr. Karl Maier) นักวิทยาศาสตร์ของ Mauser สังเกตเห็นปัญหาการกระดอนของลูกเลื่อน (Bolt-bounce) ในระหว่างการทดสอบปืนต้นแบบกึ่งอัตโนมัติ Gerät 03 เขาจึงตระหนักว่าหากสามารถปรับอัตราส่วนทางกลไกได้อย่างเหมาะสม จะสามารถตัดระบบแก๊สออกไปได้ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเป็น Gerät 06H (ตัวอักษร "H" ย่อมาจาก halbverriegelt หรือ "ล็อกครึ่งหนึ่ง") ซึ่งต่อมาได้รับชื่ออย่างเป็นทางการว่า StG 45(M)

Detailed view of StG 45(M) mechanism
รายละเอียดกลไกภายในของ StG 45(M)

นวัตกรรมระบบ Roller-Delayed Blowback

การพัฒนาระบบ Roller-delayed blowback เป็นความท้าทายทางเทคนิคอย่างมาก โดยต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างวิศวกรและนักคณิตศาสตร์ ภายใต้การนำของ Ott-Helmuth von Lossnitzer ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยอาวุธของ Mauser Werke

เพื่อแก้ไขปัญหาการกระดอนของลูกเลื่อน ดร. คาร์ล ไมเออร์ ได้ใช้การวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์จนพบว่าการปรับมุมของชิ้นส่วนล็อก (Locking piece) ให้เป็น 45 องศา และ 27 องศา เมื่อเทียบกับแกนยาวของปืน จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ การตั้งค่านี้ทำให้อัตราส่วนการส่งกำลังทางเรขาคณิตระหว่างตัวนำลูกเลื่อน (Bolt carrier) และหัวลูกเลื่อน (Bolt head) อยู่ที่ 3:1 ซึ่งหมายความว่าตัวนำลูกเลื่อนจะเคลื่อนที่เร็วกว่าหัวลูกเลื่อนถึง 3 เท่า ช่วยลดแรงสะท้อนถอยหลังที่ส่งไปยังตัวปืน

นอกจากนี้ เพื่อป้องกันปัญหาปลอกกระสุนฉีกขาดเนื่องจากลูกเลื่อนเริ่มเคลื่อนที่ในขณะที่แรงดันในปลอกกระสุนยังสูงอยู่ วิศวกรได้ออกแบบ ร่องระบายแก๊ส (Gas relief flutes) จำนวน 18 ร่องตามยาวภายในรังเพลิง เพื่อให้แก๊สจากการเผาไหม้สามารถไหลเข้าไปประคองคอกระสุนและส่วนหน้าของปลอกกระสุน ช่วยปรับสมดุลแรงดันระหว่างภายในและภายนอกปลอกกระสุน ซึ่งลักษณะการเกิดรอยไหม้เป็นเส้นยาวบนปลอกกระสุนนี้กลายเป็นเอกลักษณ์ของอาวุธระบบ Roller-delayed blowback ในยุคต่อมา

StG 45(M) technical drawing
แบบแปลนทางเทคนิคของ StG 45(M)

การออกแบบและเป้าหมายในการผลิต

StG 45(M) ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทน Sturmgewehr 44 (StG 44) เนื่องจาก StG 44 มีต้นทุนการผลิตสูงและใช้เวลาในการผลิตนาน โดย StG 44 มีต้นทุนประมาณ 70 ไรชส์มาร์ค (RM) ในขณะที่ StG 45(M) ถูกคำนวณว่าจะมีต้นทุนเพียง 45 ไรชส์มาร์ค

อาวุธรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีการปั๊มขึ้นรูปเหล็ก (Stamped steel) เป็นส่วนใหญ่แทนการกัดกลึงชิ้นส่วน ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเวลาในการผลิตได้อย่างมาก นอกจากนี้ยังมีการออกแบบให้มี แนวถอยตรง (Straight-line recoil configuration) ซึ่งวางจุดศูนย์ถ่วงและพานท้ายให้อยู่ในแนวเดียวกับแกนลำกล้อง ช่วยลดการสะบัดของปากลำกล้อง (Muzzle rise) และเพิ่มการควบคุมปืนขณะยิงอัตโนมัติ

ในด้านการเล็ง ได้มีการยกศูนย์เล็งให้สูงขึ้นเหนือแกนลำกล้อง เพื่อเพิ่มระยะหวังผลสูงสุด (Maximum point-blank range) ของกระสุนขนาด 7.92×33มม. Kurz ซึ่งมีวิถีกระสุนที่ตกเร็วกว่ากระสุนปืนเล็กยาวมาตรฐาน

บทสรุปและการผลิต

ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง มีการผลิตชุดชิ้นส่วนสำหรับปืน StG 45(M) เพียง 30 กระบอกเท่านั้น ปัจจุบันมีตัวอย่างของอาวุธรุ่นนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ Bundeswehr Museum of German Defense Technology ในเมืองโคบลินซ์ (Koblenz) ประเทศเยอรมนี

คำถามที่พบบ่อย

StG 45(M) แตกต่างจาก StG 44 อย่างไร?

StG 45(M) ใช้ระบบ Roller-delayed blowback ซึ่งไม่ต้องใช้ระบบแก๊ส ทำให้ผลิตได้ง่ายกว่าและมีต้นทุนต่ำกว่า StG 44 อย่างมาก โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิตจาก 70 RM เหลือ 45 RM

ระบบ Roller-delayed blowback คืออะไร?

เป็นระบบที่ใช้ลูกกลิ้งในการหน่วงเวลาการเปิดของลูกเลื่อน เพื่อให้แรงดันแก๊สในรังเพลิงลดลงก่อนที่ปลอกกระสุนจะถูกดึงออก ช่วยให้สามารถใช้อาวุธที่มีน้ำหนักเบาลงได้โดยไม่ต้องใช้ระบบล็อกลูกเลื่อนแบบสมบูรณ์

ทำไมต้องมีร่องระบายแก๊สในรังเพลิงของ StG 45(M)?

เพื่อป้องกันไม่ให้ปลอกกระสุนฉีกขาด โดยการให้แก๊สไหลเข้าไปประคองปลอกกระสุนจากด้านนอก ช่วยปรับสมดุลแรงดันระหว่างภายในและภายนอกปลอกกระสุนในขณะที่ลูกเลื่อนเริ่มเคลื่อนที่

StG 45(M) มีการผลิตออกมาจำนวนมากหรือไม่?

ไม่มี เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงก่อนที่การผลิตจำนวนมากจะเริ่มขึ้น โดยมีการผลิตชุดชิ้นส่วนเพียง 30 กระบอกเท่านั้น