Superstition บทเพลงฟังก์ระดับตำนานของ Stevie Wonder
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นซิงเกิลนำจากอัลบั้ม Talking Book (1972) ของ Stevie Wonder
- ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 และชาร์ตเพลงโซลในปี 1973
- ได้รับรางวัล Grammy Awards สองรางวัลในสาขา Best Rhythm & Blues Song และ Best R&B Vocal Performance, Male
- มีริฟฟ์ Clavinet ที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งเกิดจากการด้นสดร่วมกับ Jeff Beck
Superstition เป็นผลงานเพลงของศิลปินและนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน Stevie Wonder ซึ่งออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1972 ในฐานะซิงเกิลหลักจากอัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 15 ที่มีชื่อว่า Talking Book (1972) ภายใต้สังกัด Tamla เนื้อหาของเพลงบอกเล่าถึงความเชื่อเรื่องโชคลางและความเชื่อที่ผิดซึ่งส่งผลเสียต่อการดำเนินชีวิต

การประพันธ์และการบันทึกเสียง
ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 Stevie Wonder มักจะเล่นเครื่องดนตรีเกือบทุกชิ้นในเพลงของเขาด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม เขาชอบที่จะให้มือกีตาร์คนอื่นมาร่วมงานในผลงานของเขา เมื่อเขาทราบว่า Jeff Beck ชื่นชมในผลงานของเขา ทั้งสองจึงตกลงร่วมงานกันในเซสชันการบันทึกเสียงอัลบั้ม Talking Book โดยมีข้อตกลงว่า Wonder จะแต่งเพลงให้ Beck เป็นการตอบแทน
ในระหว่างช่วงพักของการบันทึกเสียงอัลบั้ม Beck ได้คิดค้นจังหวะกลองช่วงเปิดเพลงขึ้นมา Wonder จึงให้ Beck เล่นจังหวะนั้นต่อไปในขณะที่เขาทำการด้นสด (Improvise) ทับลงไป ซึ่ง Wonder ได้ด้นสดส่วนใหญ่ของเพลงรวมถึงริฟฟ์ (Riff) อันเป็นเอกลักษณ์ในขณะนั้น และทั้งคู่ก็ได้สร้างเดโมเพลงนี้ขึ้นมาในวันเดียวกัน
สำหรับการบันทึกเสียงจริง Wonder รับหน้าที่ร้องนำและเล่นริฟฟ์ฟังก์ด้วย Hohner Clavinet model C โดยมี Malcolm Cecil และ Robert Margouleff เป็นผู้ดูแลการโปรแกรมเสียงเบสจากเครื่องสังเคราะห์เสียง Moog นอกจากนี้ยังมี Steve Madaio เล่นทรัมเป็ต และ Trevor Lawrence เล่นเทเนอร์แซกโซโฟน
แม้ว่าในเครดิตจะระบุว่า Wonder เป็นผู้เล่นกลองในเพลงนี้ แต่ Bun E. Carlos มือกลองวง Cheap Trick เคยระบุว่า Cozy Powell มือกลองของ The Jeff Beck Group ในช่วงปี 1970-1972 ได้บอกกับเขาว่า แท้จริงแล้วแทร็กกลองที่ใช้ในเวอร์ชันสุดท้ายคือผลงานของ Powell
การปล่อยเพลงและข้อตกลงกับ Jeff Beck
เดิมที Wonder ตั้งใจให้ Jeff Beck บันทึกเสียงเพลง "Superstition" เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างกัน และวางแผนให้ Beck ปล่อยเวอร์ชันของเขาออกมาก่อนในนามวงพาวเวอร์ทรีโอ Beck, Bogert & Appice แต่เนื่องจากอัลบั้มเดบิวต์ของวงดังกล่าวเกิดความล่าช้า และ Berry Gordy ประธานบริหารของ Motown คาดการณ์ว่าเพลงนี้จะประสบความสำเร็จอย่างสูงและช่วยกระตุ้นยอดขายของอัลบั้ม Talking Book ได้ Wonder จึงตัดสินใจปล่อยเพลงนี้เป็นซิงเกิลนำในวันที่ 24 ตุลาคม 1972 ซึ่งเป็นเวลาหลายเดือนก่อนที่เวอร์ชันของ Beck จะออกวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม 1973
การตอบรับและความสำเร็จ
เพลง "Superstition" ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม โดยขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1973 และครองอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงโซล (Soul singles chart) ด้วย ซึ่งถือเป็นซิงเกิลอันดับ 1 เพลงแรกของ Wonder นับตั้งแต่เพลง "Fingertips, Pt. 2" ในปี 1963 นอกจากนี้ยังขึ้นถึงอันดับ 11 บนชาร์ต UK Singles Chart ในเดือนกุมภาพันธ์ 1973
ในด้านรางวัล เพลงนี้ทำให้ Wonder ได้รับรางวัล Grammy Awards สองรางวัล ได้แก่ "Best Rhythm & Blues Song" และ "Best R&B Vocal Performance, Male" และในปี 1998 เพลงนี้ได้รับการบรรจุเข้าสู่ Grammy Hall of Fame
นิตยสาร Rolling Stone ได้จัดอันดับเพลงนี้ในลิสต์ "500 Greatest Songs of All Time" โดยในปี 2004 จัดให้อยู่อันดับที่ 74 ปี 2010 อันดับที่ 73 และในปี 2021 ได้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 12 นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายน 2026 CBS News ยังได้รวมเพลงนี้ไว้ในรายชื่อ 250 เพลงอเมริกันที่สำคัญที่สุดในรอบ 250 ปี
ข้อมูลทางเทคนิคและบุคลากร
| บทบาท | ศิลปิน/ผู้ปฏิบัติ |
|---|---|
| ร้องนำ, Hohner Clavinet, กลอง, Moog bass | Stevie Wonder |
| โปรแกรมเสียง Moog synthesizer | Malcolm Cecil, Robert Margouleff |
| เทเนอร์แซกโซโฟน | Trevor Lawrence |
| ทรัมเป็ต, เรียบเรียงเครื่องเป่า | Steve Madaio |
การปรากฏในวัฒนธรรมร่วมสมัย
เพลง "Superstition" ถูกนำไปใช้ในสื่อต่าง ๆ เช่น โฆษณา Bud Light ในปี 2013 ช่วง Super Bowl XLVII ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของแฟนกีฬาที่ทำพฤติกรรมแปลก ๆ ตามความเชื่อเรื่องโชคลาง โดยมี Stevie Wonder ปรากฏตัวในบทหมอผีในนิวออร์ลีนส์ และใช้ดนตรีช่วงอินโทรของเพลงนี้ประกอบโฆษณา
นอกจากนี้ ในวันที่ 30 มกราคม 2025 Sting และ Stevie Wonder ยังได้ร่วมกันแสดงเพลงนี้ในงาน FireAid ที่ Intuit Dome รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุไฟป่าในแคลิฟอร์เนียตอนใต้
คำถามที่พบบ่อย
เพลง Superstition แต่งขึ้นได้อย่างไร?
เพลงนี้เกิดจากการที่ Stevie Wonder และ Jeff Beck ร่วมงานกัน โดย Beck เป็นคนคิดจังหวะกลองช่วงเปิด และ Wonder ได้ทำการด้นสด (Improvise) ทั้งทำนองและริฟฟ์เพลงในขณะนั้น จนกลายเป็นเดโมเพลงนี้ขึ้นมา
ใครเป็นคนเล่นกลองในเพลง Superstition?
แม้ว่าเครดิตอย่างเป็นทางการจะระบุว่าเป็น Stevie Wonder แต่มีข้อมูลจาก Bun E. Carlos ที่ระบุว่า Cozy Powell มือกลองของ The Jeff Beck Group เป็นผู้เล่นแทร็กกลองในเวอร์ชันสุดท้าย
เพลง Superstition ประสบความสำเร็จเพียงใดบนชาร์ตเพลง?
เพลงนี้ขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 ในเดือนมกราคม 1973 และเป็นซิงเกิลอันดับ 1 เพลงแรกของ Wonder นับตั้งแต่ปี 1963
ทำไม Jeff Beck ถึงไม่ได้ปล่อยเพลงนี้เป็นคนแรก?
เนื่องจากอัลบั้มของวง Beck, Bogert & Appice เกิดความล่าช้า และ Berry Gordy ประธาน Motown เห็นว่าเพลงนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายอัลบั้ม Talking Book ได้ จึงให้ Wonder ปล่อยเพลงนี้เป็นซิงเกิลนำก่อน
รางวัลสำคัญที่เพลงนี้ได้รับคืออะไร?
เพลงนี้ได้รับรางวัล Grammy Awards 2 รางวัล และได้รับการบรรจุเข้าสู่ Grammy Hall of Fame ในปี 1998