← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เครือข่าย SURAnet

สรุปใจความสำคัญ

  • SURAnet เป็นหนึ่งในโครงข่ายกระดูกสันหลังระดับภูมิภาคของ NSFNET ที่สนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา
  • เป็นหนึ่งในเครือข่าย TCP/IP รายแรกๆ ที่ให้บริการเชื่อมต่อเชิงพาณิชย์แก่ภาคอุตสาหกรรม เช่น IBM Research
  • เป็นเครือข่ายแรกที่พยายามนำโปรโตคอล OSPF มาใช้งานในปี ค.ศ. 1990
  • ถูกขายให้กับบริษัท Bolt, Beranek and Newman (BBN) ในปี ค.ศ. 1995

SURAnet เป็นหนึ่งในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทางวิทยาศาสตร์ยุคบุกเบิก และเป็นหนึ่งในโครงข่ายกระดูกสันหลังระดับภูมิภาค (Regional Backbone) ที่ประกอบกันขึ้นเป็นเครือข่ายมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation Network หรือ NSFNET) ของสหรัฐอเมริกา โดย SURAnet มีบทบาทสำคัญในการพัฒนามาตรฐานและโปรโตคอลการสื่อสารที่ถูกนำมาใช้ในระบบอินเทอร์เน็ตในเวลาต่อมา

จุดเริ่มต้นของ SURAnet

สมาคมวิจัยมหาวิทยาลัยทางตะวันออกเฉียงใต้ (Southeastern Universities Research Association หรือ SURA) ถูกก่อตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1980 โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และผู้บริหารมหาวิทยาลัยในพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา โดยมีมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย (University of Virginia), วิทยาลัยวิลเลียมแอนด์แมรี (College of William & Mary) และมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ คอลเลจพาร์ก (University of Maryland, College Park) เป็นผู้นำหลัก

เป้าหมายเริ่มแรกของ SURA คือการพัฒนาเครื่องเร่งอนุภาคเพื่อการวิจัยด้านฟิสิกส์นิวเคลียร์ ซึ่งปัจจุบันคือสถานีเร่งอนุภาคแห่งชาติโธมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson National Accelerator Facility) ต่อมาในช่วงกลางทศวรรษ 1980 ความต้องการเข้าถึงทรัพยากรคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงเพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันสมาชิก SURA เพิ่มมากขึ้น แต่เนื่องจากไม่มีสถาบันใดสถาบันหนึ่งที่มีงบประมาณเพียงพอในการสร้างระบบดังกล่าว SURA จึงได้ดำเนินการสร้างเครือข่ายขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSF) และมหาวิทยาลัยสมาชิก

SURAnet เริ่มเปิดใช้งานในปี ค.ศ. 1987 และเป็นส่วนหนึ่งของระยะแรกในการให้ทุนสนับสนุน NSFNET เพื่อสร้างเครือข่ายที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันทางวิทยาศาสตร์ โดย SURAnet ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายแรกๆ และรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น

การพัฒนาความเร็วของโครงข่าย

SURAnet มีการพัฒนาความเร็วของโครงข่ายกระดูกสันหลังอย่างต่อเนื่อง ดังนี้:

  • ค.ศ. 1987: เริ่มต้นด้วยความเร็ว 56 kbit/s
  • ค.ศ. 1989: อัปเกรดเป็น 1.5 Mbit/s (DS1)
  • ค.ศ. 1991: อัปเกรดเป็น 45 Mbit/s (DS3)

นอกจากนี้ จุดเชื่อมต่อเครือข่ายหลัก (Peering Points) ที่สำคัญอย่าง FIX East และ MAE-East ต่างตั้งอยู่ในสิ่งอำนวยความสะดวกหลักของ SURA

บทบาทในการพัฒนาอินเทอร์เน็ต

SURAnet มีส่วนร่วมอย่างมากในการกำหนดมาตรฐานการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตและโปรโตคอลโทรคมนาคม ซึ่งช่วยให้นักวิจัยและหน่วยงานรัฐบาลสามารถสื่อสารและทำงานร่วมกันได้ในสภาพแวดล้อมอินเทอร์เน็ตยุคแรก

SURAnet เป็นหนึ่งในเครือข่ายภูมิภาคของ NSFNET ที่เปิดใช้งานได้เร็วที่สุด และเป็นหนึ่งในเครือข่าย TCP/IP รายแรกๆ ที่มีการจำหน่ายการเชื่อมต่อเชิงพาณิชย์ โดยมีการเชื่อมต่อกับ IBM Research ในเมืองราลี-เดอร์แฮม รัฐนอร์ทแคโรไลนา ในช่วงปี ค.ศ. 1987–1988 นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 1990 SURAnet ยังเป็นเครือข่ายแรกที่พยายามเปลี่ยนไปใช้โปรโตคอล OSPF (Open Shortest Path First)

การเปลี่ยนผ่านและการสืบทอด

เนื่องจากความสำเร็จและการเติบโตที่เกินกว่าภารกิจหลักของ SURA คณะกรรมการบริหารของ SURA จึงได้อนุมัติการขายกิจการ SURAnet ให้กับบริษัท Bolt, Beranek and Newman (BBN) ในปี ค.ศ. 1995

แม้ว่า SURAnet จะสิ้นสุดบทบาทในฐานะผู้ให้บริการ แต่โปรโตคอลและขั้นตอนการดำเนินงานจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้ SURAnet ยังคงถูกนำมาใช้ในอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์จนถึงปัจจุบัน ขณะที่ SURA ยังคงมีบทบาทในชุมชนเทคโนโลยีสารสนเทศผ่านโครงการต่างๆ เช่น Extreme Science and Engineering Discovery Environment (XSEDE), Earthcube และ AtlanticWave

คำถามที่พบบ่อย

SURAnet คืออะไร?

SURAnet คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทางวิทยาศาสตร์ยุคบุกเบิกในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่าย NSFNET และทำหน้าที่เป็นโครงข่ายกระดูกสันหลังระดับภูมิภาคเพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันของนักวิทยาศาสตร์และมหาวิทยาลัย

SURAnet มีความสำคัญอย่างไรต่ออินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน?

SURAnet มีส่วนสำคัญในการพัฒนามาตรฐานการสื่อสารและโปรโตคอลต่างๆ รวมถึงการเป็นผู้บุกเบิกการใช้โปรโตคอล OSPF ซึ่งหลายขั้นตอนและมาตรฐานเหล่านี้ยังคงถูกใช้งานอยู่ในอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ปัจจุบัน

ใครเป็นผู้ก่อตั้ง SURAnet?

SURAnet ถูกสร้างขึ้นโดยสมาคมวิจัยมหาวิทยาลัยทางตะวันออกเฉียงใต้ (SURA) โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSF) และมหาวิทยาลัยสมาชิก เช่น มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย และมหาวิทยาลัยแมริแลนด์

SURAnet ถูกขายให้กับใครและเมื่อไหร่?

SURAnet ถูกขายให้กับบริษัท Bolt, Beranek and Newman (BBN) ในปี ค.ศ. 1995 เนื่องจากเครือข่ายมีการเติบโตเกินกว่าภารกิจหลักของสมาคม SURA