← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การดูดซับที่พื้นผิว กลไก ประเภท และการประยุกต์ใช้

สรุปใจความสำคัญ

  • การดูดซับ (Adsorption) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณพื้นผิวของวัสดุ แตกต่างจากการดูดซึม (Absorption) ที่สารแทรกซึมเข้าไปในเนื้อวัสดุ
  • การดูดซับแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ การดูดซับทางกายภาพ (Physisorption) ที่ใช้แรงแวนเดอร์วาลส์ และการดูดซับทางเคมี (Chemisorption) ที่ใช้พันธะเคมี
  • แบบจำลองของแลงมิวร์ (Langmuir Isotherm) สมมติว่าการดูดซับเกิดขึ้นเพียงชั้นเดียว (Monolayer) และทุกตำแหน่งบนพื้นผิวมีความเท่าเทียมกัน
  • คำว่า Adsorption ถูกบัญญัติขึ้นในปี ค.ศ. 1881 โดย Heinrich Kayser นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน

การดูดซับ (Adsorption) คือปรากฏการณ์ที่อะตอม ไอออน หรือโมเลกุลจากสถานะก๊าซ ของเหลว หรือของแข็งที่ละลายอยู่ เข้าไปยึดเกาะกับพื้นผิวของวัสดุหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดเป็นชั้นฟิล์มของสารที่ถูกดูดซับ (Adsorbate) บนพื้นผิวของตัวดูดซับ (Adsorbent) กระบวนการนี้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณพื้นผิว (Surface Phenomenon) ซึ่งแตกต่างจากการดูดซึม (Absorption) ที่สารจะแทรกซึมเข้าไปในเนื้อวัสดุ

แผนภาพแสดงการดูดซับที่พื้นผิว
ภาพแสดงกลไกการที่โมเลกุลของสารเข้ามายึดเกาะที่บริเวณพื้นผิวของตัวดูดซับ

ความแตกต่างระหว่างการดูดซับและการดูดซึม

แม้ว่าคำทั้งสองจะมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่ในทางวิทยาศาสตร์มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนดังนี้:

  • การดูดซับ (Adsorption): สารจะยึดเกาะอยู่เพียงแค่ พื้นผิว ของวัสดุเท่านั้น ไม่แทรกซึมเข้าไปในเนื้อวัสดุ
  • การดูดซึม (Absorption): สารจะถูกละลายหรือแทรกซึมเข้าไปใน ปริมาตร หรือเนื้อในของวัสดุ
  • การซับ (Sorption): เป็นคำรวมที่ใช้เรียกทั้งกระบวนการดูดซับและการดูดซึมที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
  • การคายซับ (Desorption): คือกระบวนการย้อนกลับของการดูดซับ ซึ่งสารที่ยึดเกาะอยู่บนพื้นผิวจะหลุดออกไป

กลไกและประเภทของการดูดซับ

การดูดซับเกิดขึ้นเนื่องจากพลังงานพื้นผิว (Surface Energy) โดยอะตอมที่พื้นผิวของตัวดูดซับจะไม่มีอะตอมอื่นล้อมรอบอย่างสมบูรณ์เหมือนอะตอมในเนื้อวัสดุ ทำให้เกิดแรงดึงดูดต่อสารภายนอก โดยสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะการยึดเกาะได้เป็น 2 ประเภทหลัก:

1. การดูดซับทางกายภาพ (Physisorption)

เกิดจากแรงดึงดูดอย่างอ่อนที่เรียกว่า แรงแวนเดอร์วาลส์ (van der Waals forces) การดูดซับประเภทนี้มักจะผันกลับได้ง่าย และไม่จำเพาะเจาะจงต่อชนิดของสารมากนัก

2. การดูดซับทางเคมี (Chemisorption)

เกิดจากการสร้างพันธะเคมี เช่น พันธะโควาเลนต์ (Covalent bonding) ระหว่างสารที่ถูกดูดซับและพื้นผิวตัวดูดซับ การดูดซับประเภทนี้มีความแข็งแรงกว่าและมักจะผันกลับได้ยาก

ไอโซเทิร์มการดูดซับ (Adsorption Isotherms)

ไอโซเทิร์มคือเส้นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณของสารที่ถูกดูดซับกับความดัน (ในกรณีของก๊าซ) หรือความเข้มข้น (ในกรณีของของเหลว) ณ อุณหภูมิคงที่ ซึ่งมีแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่สำคัญดังนี้:

แบบจำลองของฟรอยนด์ลิช (Freundlich Isotherm)

เป็นสูตรเชิงประจักษ์ที่ใช้บรรยายการดูดซับของก๊าซ โดยมีสมการดังนี้:

สมการ Freundlich Isotherm
สมการทางคณิตศาสตร์ของ Freundlich Isotherm สำหรับการคำนวณปริมาณการดูดซับ

โดยที่ x คือมวลของสารที่ถูกดูดซับ, m คือมวลของตัวดูดซับ, P คือความดัน และ k กับ n เป็นค่าคงที่เชิงประจักษ์

แบบจำลองของแลงมิวร์ (Langmuir Isotherm)

นำเสนอโดย Irving Langmuir ในปี ค.ศ. 1918 เป็นแบบจำลองที่ใช้พื้นฐานทางอุณหพลศาสตร์เชิงสถิติ โดยมีข้อสมมติฐานหลักคือ:

  • ตำแหน่งการดูดซับทุกตำแหน่งมีค่าเท่ากัน และหนึ่งตำแหน่งรับโมเลกุลได้เพียงหนึ่งโมเลกุล
  • พื้นผิวมีความสม่ำเสมอทางพลังงาน และโมเลกุลที่ถูกดูดซับไม่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน
  • ไม่มีการเปลี่ยนสถานะเกิดขึ้นบนพื้นผิว
  • การดูดซับสูงสุดจะเกิดขึ้นเพียงชั้นเดียว (Monolayer)
ตัวแปร x
สัญลักษณ์แทนมวลของสารที่ถูกดูดซับ
ตัวแปร m
สัญลักษณ์แทนมวลของตัวดูดซับ
ตัวแปร P
สัญลักษณ์แทนความดันของสาร
ตัวแปร k
สัญลักษณ์แทนค่าคงที่ k
ตัวแปร n
สัญลักษณ์แทนค่าคงที่ n
อัตราส่วน x/m
สัญลักษณ์แทนปริมาณการดูดซับต่อหน่วยมวล

การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม

การดูดซับถูกนำมาใช้ในหลากหลายด้าน เช่น:

  • ตัวเร่งปฏิกิริยา (Heterogeneous Catalysts): ใช้พื้นผิวของโลหะเพื่อดูดซับสารตั้งต้นให้เกิดปฏิกิริยาเคมีได้เร็วขึ้น
  • ถ่านกัมมันต์ (Activated Charcoal): ใช้ในการกรองน้ำ การกำจัดสารพิษ และการบำบัดอากาศ
  • การบำบัดน้ำ (Water Purification): การใช้เรซินสังเคราะห์เพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อน
  • ระบบทำความเย็น (Adsorption Chillers): การใช้ความร้อนทิ้งเพื่อสร้างน้ำเย็นสำหรับระบบปรับอากาศ
  • โครมาโทกราฟี (Chromatography): การแยกสารโดยอาศัยความแตกต่างในการดูดซับของสารแต่ละชนิดบนตัวดูดซับ

คำถามที่พบบ่อย

การดูดซับ (Adsorption) ต่างจากการดูดซึม (Absorption) อย่างไร?

การดูดซับ (Adsorption) คือการที่สารยึดเกาะอยู่เพียงแค่บนพื้นผิวของวัสดุเท่านั้น ในขณะที่การดูดซึม (Absorption) คือการที่สารแทรกซึมหรือละลายเข้าไปในเนื้อวัสดุทั้งหมด

Physisorption และ Chemisorption ต่างกันอย่างไร?

Physisorption เป็นการดูดซับทางกายภาพที่เกิดจากแรงดึงดูดอย่างอ่อน (แรงแวนเดอร์วาลส์) มักจะผันกลับได้ง่าย ส่วน Chemisorption เป็นการดูดซับทางเคมีที่เกิดจากการสร้างพันธะเคมีที่แข็งแรงกว่าและมักจะผันกลับได้ยาก

ไอโซเทิร์มการดูดซับคืออะไร?

คือเส้นกราฟที่แสดงปริมาณของสารที่ถูกดูดซับเทียบกับความดันหรือความเข้มข้น ณ อุณหภูมิคงที่ ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพของตัวดูดซับชนิดต่างๆ ได้