คดีฆาตกรรม ดร. แฟรงก์ โพลก และการตัดสินโทษซูซาน โพลก
สรุปใจความสำคัญ
- ซูซาน โพลก ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมโดยไม่เจตนา (Second-degree murder) ในปี 2006 จากการเสียชีวิตของ ดร. แฟรงก์ โพลก
- ความสัมพันธ์ระหว่างซูซานและ ดร. โพลก เริ่มต้นจากการเป็นผู้ป่วยและนักจิตบำบัดตั้งแต่อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นการละเมิดจริยธรรมวิชาชีพ
- คดีนี้มีการต่อสู้ทางกฎหมายที่ซับซ้อน โดยมีการอ้างเรื่องการป้องกันตัวและการทารุณกรรมในครอบครัว
- คณะลูกขุนตัดสินโทษจำคุก 16 ปีถึงตลอดชีวิต หลังจากที่มีการประนีประนอมคำตัดสินระหว่างโทษฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและโทษฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
ซูซาน โพลก (Susan Polk) เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1957 เดิมชื่อ ซูซาน เมย์ บอลลิง เป็นหญิงชาวอเมริกันที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมโดยไม่เจตนา (Second-degree murder) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 2006 จากเหตุการณ์เสียชีวิตของสามีเธอ ดร. แฟรงก์ "เฟลิกซ์" โพลก (Dr. Frank "Felix" Polk) ในปี ค.ศ. 2002 คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างกว้างขวางเนื่องจากมีองค์ประกอบที่น่าตกใจและกระบวนการพิจารณาคดีที่ถูกวิจารณ์ว่ามีความวุ่นวายคล้ายกับ "คณะละครสัตว์"
ภูมิหลังและความสัมพันธ์
ซูซานได้พบกับ ดร. โพลก ซึ่งเป็นนักจิตบำบัดในปี ค.ศ. 1972 โดยทางโรงเรียนมัธยมปลายของเธอแนะนำให้เธอเข้ารับการบำบัดอาการตื่นตระหนก (Panic attacks) และปัญหาการโดดเรียนเพื่อไปอ่านวรรณกรรมคลาสสิกของรัสเซีย ซูซานอ้างว่า ดร. โพลก ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับเธอครั้งแรกขณะที่เธออายุ 16 ปี และยังอยู่ภายใต้การดูแลรักษาของเขา ซึ่งถือเป็นการละเมิดจริยธรรมวิชาชีพอย่างร้ายแรงและเป็นเรื่องผิดกฎหมายในรัฐแคลิฟอร์เนียในปัจจุบัน ในขณะนั้น ดร. โพลก มีภรรยาและบุตรสองคน แต่ต่อมาได้หย่าร้างในปี ค.ศ. 1982
หลังจากจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ซูซานเข้าศึกษาที่วิทยาลัยมิลส์ (Mills College) และมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโกสเตต (San Francisco State University) โดยสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (Magna cum laude) ในปี ค.ศ. 1982 เธอแต่งงานกับ ดร. โพลก ซึ่งในขณะนั้นเป็นอาจารย์ที่ California Graduate School of Family Psychology และเป็นที่ปรึกษาอิสระ โดยในวันแต่งงานซูซานมีอายุ 24 ปี และสามีมีอายุ 50 ปี ทั้งคู่มีบุตรชายด้วยกัน 3 คน
ความขัดแย้งและการหย่าร้าง
ในปี ค.ศ. 2001 ซูซานได้ยื่นขอหย่า ซึ่งนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ทั้งสองฝ่ายต่างแจ้งความกับตำรวจในข้อหาความรุนแรงในครอบครัว อย่างไรก็ตาม เมื่อตำรวจสอบถาม ดร. โพลก กลับระบุว่าซูซานไม่เคยข่มขู่หรือใช้ความรุนแรงกับเขา
ในปี ค.ศ. 2002 ขณะที่ซูซานอาศัยอยู่ที่รัฐมอนทานาพร้อมกับบุตรชายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน บุตรทั้งสองได้ย้ายกลับมาอยู่กับบิดาในแคลิฟอร์เนีย ทำให้ ดร. โพลก สามารถยื่นคำร้องต่อศาลแบบฝ่ายเดียว (Ex parte) เพื่อขอลดค่าเลี้ยงดูบุตรและค่าเลี้ยงดูภรรยาชั่วคราว โดยที่ซูซานไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า ศาลจึงตัดสินให้ ดร. โพลก ได้สิทธิในการดูแลบุตรเพียงผู้เดียว และลดค่าเลี้ยงดูจากเดือนละ 6,500 ดอลลาร์ เหลือเพียง 1,500 ดอลลาร์ พร้อมทั้งให้ ดร. โพลก เป็นผู้ครอบครองบ้านเพียงผู้เดียว
เหตุการณ์ฆาตกรรมและการพิจารณาคดี
ดร. โพลก ถูกพบเสียชีวิตในคืนวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2002 โดยบุตรชายวัย 15 ปี ซึ่งเป็นผู้แจ้งเหตุฉุกเฉิน 911
ข้อโต้แย้งของฝ่ายอัยการและจำเลย
ฝ่ายอัยการพยายามให้ศาลตัดสินว่าเป็นการฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (First-degree murder) โดยอ้างว่าซูซานวางแผนฆ่าสามีมหาเศรษฐีเพื่อหวังเงินทอง ในขณะที่ซูซานอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว โดยระบุว่าหลังจากถูกทารุณกรรมมาหลายปี รวมถึงการถูกสะกดจิต (Guided visualizations) ดร. โพลก ได้ใช้มีดทำครัวข่มขู่เธอ เธอจึงแย่งมีดมาและแทงเขาเพื่อป้องกันตัว
พยานผู้เชี่ยวชาญฝ่ายจำเลย ดร. จอห์น คูเปอร์ (Dr. John Cooper) พยาธิแพทย์นิติเวช ให้การว่าการเสียชีวิตของ ดร. โพลก เกิดจากโรคหัวใจ และบาดแผลจากการถูกแทงไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งสนับสนุนข้ออ้างเรื่องการป้องกันตัว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอัยการโต้แย้งว่าซูซานไม่มีบาดแผลจากการป้องกันตัว ซึ่งเป็นจุดที่พยานผู้เชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายมีความเห็นขัดแย้งกัน
ความวุ่นวายในชั้นศาลและการตัดสิน
การพิจารณาคดีต้องหยุดชะงักและประกาศเป็นโมฆะ (Mistrial) เมื่อภรรยาของ แดเนียล โฮโรวิตซ์ (Daniel Horowitz) ทนายความของซูซานในขณะนั้น ถูกฆาตกรรมในเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ทำให้ซูซานตัดสินใจปลดทนายและว่าความให้ตัวเอง โดยเธอได้นำเสนอหลักฐานเกี่ยวกับประวัติการประพฤติมิชอบทางวิชาชีพและชีวิตคู่ รวมถึงการอ้างว่าถูกข่มขืนขณะเป็นวัยรุ่นและการถูกล้างสมองบุตรชาย
บุตรชายทั้ง 3 คนของเธอได้ขึ้นให้การในศาล โดยบุตรชายคนโต (Adam) และคนเล็กให้การเป็นผลร้ายต่อมารดา โดย Adam ถึงกับเรียกมารดาว่า "cuckoo for Cocoa Puffs" (สติไม่สมประกอบ) ขณะที่บุตรชายคนกลาง (Eli) ให้การสนับสนุนซูซาน โดยระบุว่า ดร. โพลก เป็นผู้ควบคุม บงการ และเป็นฝ่ายก้าวร้าวก่อน
ในตอนแรก คณะลูกขุนไม่สามารถตกลงกันได้ โดยมี 11 คนเห็นว่าผิดฐานฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และอีก 1 คนเห็นว่าเป็นการฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา (Manslaughter) ในที่สุดคณะลูกขุนจึงประนีประนอมและตัดสินเป็นเอกฉันท์ว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมโดยไม่เจตนา (Second-degree murder) ซึ่งมีโทษจำคุก 15 ปีถึงตลอดชีวิต ซูซาน โพลก ถูกตัดสินจำคุก 16 ปีถึงตลอดชีวิต (รวมโทษ 1 ปีจากการใช้อาวุธร้ายแรง) และถูกส่งตัวไปยังสถาบันสตรีแคลิฟอร์เนีย (California Institution for Women) ในเมืองโคโรนา เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007
คำถามที่พบบ่อย
ซูซาน โพลก ถูกตัดสินโทษในข้อหาอะไร?
ซูซาน โพลก ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมโดยไม่เจตนา (Second-degree murder) และถูกตัดสินจำคุก 16 ปีถึงตลอดชีวิต
ข้ออ้างในการป้องกันตัวของซูซาน โพลก คืออะไร?
เธออ้างว่า ดร. แฟรงก์ โพลก สามีของเธอ ได้ใช้มีดทำครัวข่มขู่เธอ และเธอได้แย่งมีดมาแทงเขาเพื่อป้องกันตัว หลังจากที่ถูกทารุณกรรมมาเป็นเวลานาน
ทำไมการพิจารณาคดีของซูซาน โพลก ถึงถูกเรียกว่าเป็นเหมือน 'คณะละครสัตว์'?
เนื่องจากมีองค์ประกอบที่น่าตกใจ การที่จำเลยว่าความให้ตัวเองหลังจากทนายความประสบเหตุร้ายกับครอบครัว และคำให้การที่รุนแรงของบุตรชายที่เรียกมารดาว่า 'cuckoo for Cocoa Puffs' ซึ่งดึงดูดความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างมาก
ความสัมพันธ์ระหว่างซูซานและ ดร. โพลก เริ่มต้นอย่างไร?
ความสัมพันธ์เริ่มต้นในปี 1972 เมื่อซูซานในวัย 16 ปี เข้ารับการบำบัดอาการตื่นตระหนกกับ ดร. โพลก ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นความสัมพันธ์ทางเพศและนำไปสู่การแต่งงานในเวลาต่อมา
บทบาทของบุตรชายทั้ง 3 คนในคดีนี้คืออะไร?
การให้การของบุตรชายทั้ง 3 คนมีผลต่อคำตัดสิน โดยบุตรชายคนโตและคนเล็กให้การเป็นผลร้ายต่อมารดา ขณะที่บุตรชายคนกลางให้การสนับสนุนว่าบิดาเป็นฝ่ายก้าวร้าวและบงการ
