← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กล้ามเนื้อยึดลำไส้เล็กส่วนต้น (Suspensory Muscle of Duodenum)

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นจุดแบ่งทางกายวิภาคระหว่างลำไส้เล็กส่วนต้น (duodenum) และลำไส้เล็กส่วนกลาง (jejunum)
  • ใช้เป็นจุดแบ่งระหว่างทางเดินอาหารส่วนบนและส่วนล่างในทางการแพทย์เพื่อวินิจฉัยตำแหน่งเลือดออก
  • มีบทบาทสำคัญในการหมุนของลำไส้ในระยะตัวอ่อน (embryological rotation)
  • หากมีความยาวผิดปกติอาจนำไปสู่ภาวะ SMA Syndrome ซึ่งทำให้ลำไส้เล็กส่วนต้นถูกบีบอัด

กล้ามเนื้อยึดลำไส้เล็กส่วนต้น หรือที่รู้จักกันในชื่อ ligament of Treitz หรือ Treitz's muscle เป็นกล้ามเนื้อบางๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างจุดรอยต่อของลำไส้เล็กส่วนต้น (duodenum) และลำไส้เล็กส่วนกลาง (jejunum) รวมถึงส่วนโค้งของรอยต่อลำไส้เล็กส่วนต้นและส่วนกลาง (duodenojejunal flexure) เข้ากับเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ล้อมรอบหลอดเลือดแดง superior mesenteric และ coeliac arteries

ภาพแสดงตำแหน่งของกล้ามเนื้อยึดลำไส้เล็กส่วนต้น
ตำแหน่งของกล้ามเนื้อยึดลำไส้เล็กส่วนต้นในร่างกาย

โครงสร้างและลักษณะทางกายวิภาค

กล้ามเนื้อยึดลำไส้เล็กส่วนต้นทำหน้าที่เป็นจุดแบ่งอย่างเป็นทางการระหว่างลำไส้เล็กส่วนต้น (duodenum) และลำไส้เล็กส่วนกลาง (jejunum) โดยมีจุดกำเนิดมาจากขาขวาของกะบังลม (right crus of the diaphragm) ผ่านรอบหลอดอาหาร และต่อเนื่องเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบก้านของหลอดเลือดแดง celiac artery และ superior mesenteric artery จากนั้นจึงผ่านด้านหลังของตับอ่อน และเข้าสู่ส่วนบนของเมเซนเทอรี (mesentery) เพื่อยึดติดกับรอยต่อระหว่าง duodenum และ jejunum

ความแปรผันทางกายวิภาค

ตำแหน่งการยึดเกาะของกล้ามเนื้อนี้มีความหลากหลายมากในแต่ละบุคคล โดยพบว่ามีเพียง 8% ของผู้คนที่กล้ามเนื้อนี้ยึดติดกับรอยต่อ duodenojejunal flexure เพียงจุดเดียว ในขณะที่ 40-60% ยึดติดเพิ่มเติมไปยังลำไส้เล็กส่วนต้นส่วนที่ 3 และ 4 และอีก 20-30% ยึดติดเฉพาะส่วนที่ 3 และ 4 เท่านั้น

หน้าที่และความสำคัญ

กล้ามเนื้อนี้ประกอบด้วยแถบกล้ามเนื้อลาย (skeletal muscle) จากกะบังลม และแถบกล้ามเนื้อเรียบ (smooth muscle) จากลำไส้เล็กส่วนต้น เมื่อกล้ามเนื้อหดตัว จะช่วยขยายมุมของรอยต่อ duodenojejunal flexure ทำให้สิ่งที่อยู่ในลำไส้เคลื่อนที่ได้สะดวกขึ้น

คัพภวิทยา (Embryology)

ในทางคัพภวิทยา กล้ามเนื้อยึดลำไส้เล็กส่วนต้นพัฒนามาจากเมโซเดิร์ม (mesoderm) และมีบทบาทสำคัญในการหมุนของลำไส้เล็กในระยะตัวอ่อน โดยทำหน้าที่เป็นจุดยึดเหนี่ยวสำหรับการหมุนของลำไส้

ความสำคัญทางคลินิก

ในทางการแพทย์ กล้ามเนื้อยึดลำไส้เล็กส่วนต้นเป็นจุดสังเกตทางกายวิภาคที่สำคัญมากในการแบ่งทางเดินอาหารส่วนบน (upper gastrointestinal tract) และทางเดินอาหารส่วนล่าง (lower gastrointestinal tract) ซึ่งมีความสำคัญในการวินิจฉัยแหล่งที่มาของการเลือดออกในทางเดินอาหาร:

  • การอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ (Melena): มักบ่งชี้ว่ามีการเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน
  • การถ่ายเป็นเลือดสด (Hematochezia): มักบ่งชี้ว่ามีการเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนล่าง

นอกจากนี้ การระบุตำแหน่งของ ligament of Treitz ในภาพถ่ายทางรังสียังมีความสำคัญในการวินิจฉัยภาวะลำไส้หมุนผิดที่ (malrotation of the gut) ซึ่งมักพบในเด็กเล็กที่มีอาการอาเจียนซ้ำๆ

ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มอาการหลอดเลือดแดง Superior Mesenteric (SMA Syndrome): เป็นภาวะที่หายากและเป็นอันตรายถึงชีวิต เกิดจากการที่ลำไส้เล็กส่วนต้นถูกบีบอัดระหว่างหลอดเลือดแดง aorta และ superior mesenteric artery ซึ่งในกรณีที่เป็นมาแต่กำเนิด อาจเกิดจากกล้ามเนื้อยึดลำไส้เล็กส่วนต้นที่สั้นเกินไป

ประวัติความเป็นมา

กล้ามเนื้อนี้ถูกตั้งชื่อตาม Václav Treitz ในปี ค.ศ. 1853 โดยเขาได้อธิบายว่าประกอบด้วยส่วนกล้ามเนื้อด้านล่างที่มีฐานกว้าง และส่วนเอ็นด้านบนที่ผสมกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบหลอดเลือดแดง ในปัจจุบัน นักกายวิภาคศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่ากล้ามเนื้อยึดลำไส้เล็กส่วนต้น ในขณะที่แพทย์คลินิกมักเรียกว่า ligament of Treitz

คำถามที่พบบ่อย

Ligament of Treitz คืออะไร?

คือกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ยึดลำไส้เล็กส่วนต้นและลำไส้เล็กส่วนกลางเข้าด้วยกัน ทำหน้าที่เป็นจุดแบ่งทางกายวิภาคระหว่างทางเดินอาหารส่วนบนและส่วนล่าง

ทำไมตำแหน่งของกล้ามเนื้อนี้จึงสำคัญต่อแพทย์?

เพราะช่วยให้แพทย์สามารถระบุได้ว่าการเลือดออกในทางเดินอาหารเกิดขึ้นที่ส่วนบน (เหนือ ligament of Treitz) หรือส่วนล่าง (ใต้ ligament of Treitz) ซึ่งมีผลต่อการเลือกวิธีตรวจวินิจฉัย เช่น การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนหรือส่วนล่าง

SMA Syndrome เกิดจากอะไรในกรณีที่เป็นมาแต่กำเนิด?

เกิดจากกล้ามเนื้อยึดลำไส้เล็กส่วนต้น (suspensory muscle of duodenum) ที่สั้นเกินไป ทำให้มุมระหว่างหลอดเลือดแดง aorta และ superior mesenteric artery แคบลง จนบีบอัดลำไส้เล็กส่วนต้น