← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ความสัมพันธ์ระหว่างทาจิกิสถานและอุซเบกิสถาน จากความขัดแย้งสู่ความร่วมมือ

สรุปใจความสำคัญ

  • ความสัมพันธ์ในยุคประธานาธิบดีอิสลาม คาริมอฟ ถูกมองว่าเป็น 'สงครามเย็นที่ไม่ได้ประกาศ' เนื่องจากความตึงเครียดสูง
  • ข้อพิพาทเรื่องเขื่อนโรกันเป็นจุดขัดแย้งหลักด้านทรัพยากรน้ำและพลังงานระหว่างสองประเทศ
  • ความสัมพันธ์เริ่มฟื้นฟูและพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายใต้การนำของประธานาธิบดีชาวคัต มีร์ซีโยเยฟ ของอุซเบกิสถาน

ความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐทาจิกิสถานและสาธารณรัฐอุซเบกิสถานเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ซับซ้อนที่สุดในภูมิภาคเอเชียกลาง โดยมีประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและการปรับตัวตามบริบททางการเมืองและเศรษฐกิจ

ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์

ในช่วงจักรวรรดิรัสเซีย (ค.ศ. 1721–1917) พื้นที่เอเชียกลางถูกควบคุมในฐานะหน่วยเดียวที่เรียกว่า ตุรกีสถานรัสเซีย อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการก้าวขึ้นมาของลัทธิแพน-ตุรกี (Pan-Turkism) ซึ่งมุ่งหวังที่จะรวมกลุ่มผู้พูดภาษาตุรกีเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดความขัดแย้งในเรื่องอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ระหว่างชาวทาจิก (ซึ่งพูดภาษาเปอร์เซีย) และชาวอุซเบก (ซึ่งพูดภาษาตุรกี)

การจัดตั้งสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตอุซเบกิสถานในปี ค.ศ. 1924 นำไปสู่กระบวนการ "อุซเบกิเซชัน" (Uzbekization) ในศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของทาจิก เช่น เมืองซามาร์กันต์และบูคารา นอกจากนี้ ทาจิกิสถานยังไม่ได้รับสถานะสาธารณรัฐในตอนแรก จนกระทั่งได้รับการสถาปนาเป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตทาจิกิสถานในปี ค.ศ. 1929

ความสัมพันธ์ทางทหารและความมั่นคง

หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ. 1991 ทั้งสองประเทศเผชิญกับความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและการค้า โดยมีการแบนสินค้าของกันและกัน นอกจากนี้ สงครามกลางเมืองในทาจิกิสถานยังทำให้เกิดวิกฤตผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้าสู่อุซเบกิสถาน ซึ่งสร้างความตึงเครียดในด้านความมั่นคง

ความขัดแย้งเรื่องเขื่อนโรกัน (Rogun Dam)

ประเด็นที่ตึงเครียดที่สุดประการหนึ่งคือการสร้าง เขื่อนโรกัน บนแม่น้ำวักช์ (Vakhsh River) ซึ่งทาจิกิสถานตั้งเป้าให้เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน อย่างไรก็ตาม อุซเบกิสถานคัดค้านโครงการนี้อย่างรุนแรง เนื่องจากกังวลว่าการกักเก็บน้ำจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมฝ้ายที่สำคัญของตน โดยอดีตประธานาธิบดีอิสลาม คาริมอฟ เคยเตือนว่าโครงการนี้อาจนำไปสู่สงครามในภูมิภาค

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

ทาจิกิสถานต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากอุซเบกิสถานเป็นหลัก ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนไฟฟ้าเรื้อรัง อุซเบกิสถานมักใช้การส่งออกพลังงานเป็นเครื่องมือในการกดดันทาจิกิสถานในข้อพิพาทเรื่องเขื่อนโรกัน

โครงการรถไฟสาย Kamchik Pass

ในปี ค.ศ. 2013 อุซเบกิสถานได้ประกาศแผนสร้างทางรถไฟสายใหม่ผ่านช่องเขา Kamchik เพื่อเชื่อมต่อเมืองทาชเคนต์และนามังกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางรถไฟเดิมที่ตัดผ่านตอนเหนือของทาจิกิสถาน ซึ่งช่วยลดค่าธรรมเนียมการผ่านทางและลดการพึ่งพาทาจิกิสถาน ส่งผลให้ทาจิกิสถานกังวลว่าจะถูกโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่

ความสัมพันธ์เริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อ ชาวคัต ชาฟคัต มีร์ซีโยเยฟ ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของอุซเบกิสถาน โดยมีการพบปะกับประธานาธิบดีเอโมมาลี ราห์มอน ของทาจิกิสถานหลายครั้ง และมีการลงนามในข้อตกลงทวิภาคีถึง 27 ฉบับ ครอบคลุมด้านการค้า เศรษฐกิจ การลงทุน การขนส่ง และความมั่นคง เพื่อนำภูมิภาคเอเชียกลางไปสู่ยุคแห่งความร่วมมือและการบูรณาการ

แผนที่แสดงตำแหน่งของทาจิกิสถานและอุซเบกิสถาน
แผนที่แสดงตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของทาจิกิสถานและอุซเบกิสถานในเอเชียกลาง

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมทาจิกิสถานและอุซเบกิสถานถึงมีความขัดแย้งกันในอดีต?

ความขัดแย้งเกิดจากปัญหาเรื่องพรมแดน อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ที่ทับซ้อนกันในช่วงโซเวียต และการแย่งชิงทรัพยากรน้ำและพลังงานหลังได้รับเอกราช

เขื่อนโรกันส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อย่างไร?

อุซเบกิสถานกังวลว่าการสร้างเขื่อนโรกันของทาจิกิสถานจะทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำลดลง ซึ่งจะส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมฝ้ายของอุซเบกิสถาน

ปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเป็นอย่างไร?

ปัจจุบันมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นอย่างมาก มีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือหลายฉบับและมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาค