เครื่องทำน้ำอุ่นแบบไม่มีถังเก็บน้ำ (Tankless Water Heater) คืออะไร? ข้อดีและข้อเสีย
สรุปใจความสำคัญ
- เครื่องทำน้ำอุ่นแบบไม่มีถังเก็บน้ำจะทำความร้อนให้น้ำทันทีเมื่อมีการเปิดน้ำใช้งาน โดยไม่มีการกักเก็บน้ำไว้ภายใน
- ทองแดงเป็นวัสดุที่เกิดตะกรันได้ง่ายกว่าสแตนเลสในตัวแลกเปลี่ยนความร้อน
- เครื่องทำน้ำอุ่นแบบไม่มีถังเกิดการสูญเสียพลังงานขณะสแตนบายต่ำกว่าเครื่องแบบถังเก็บน้ำ
- Combination Boilers รวมระบบทำความร้อนของบ้านและน้ำร้อนสำหรับใช้งานในบ้านไว้ในเครื่องเดียว
เครื่องทำน้ำอุ่นแบบไม่มีถังเก็บน้ำ หรือที่เรียกกันว่า Instantaneous, Continuous Flow, Inline, Flash, On-demand หรือ Instant-on water heaters คือเครื่องทำน้ำอุ่นที่ทำความร้อนให้กับน้ำในขณะที่น้ำไหลผ่านตัวเครื่องทันที โดยไม่มีการกักเก็บน้ำไว้ภายในเครื่อง ยกเว้นในส่วนของคอยล์แลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Exchanger Coil) เว้นแต่ว่าตัวเครื่องจะมีการติดตั้งถังพักน้ำภายใน (Internal Buffer Tank) เพื่อช่วยในการทำงาน

หลักการทำงานของเครื่องทำน้ำอุ่นแบบไม่มีถังเก็บน้ำ
โดยปกติแล้ว เครื่องทำน้ำอุ่นจะปิดการทำงานอยู่ แต่จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการไหล (Flow Sensors) ที่จะเปิดการทำงานของเครื่องเมื่อมีน้ำไหลผ่าน เมื่อน้ำไหลเข้าสู่เครื่อง น้ำจะไหลผ่านคอยล์แลกเปลี่ยนความร้อนที่ทำจากทองแดง ซึ่งมีความสามารถในการนำความร้อนได้ดีเยี่ยมและติดตั้งง่าย อย่างไรก็ตาม ทองแดงมีความเสี่ยงต่อการสะสมของตะกรัน (Scale Build-up) ได้มากกว่าสแตนเลส
ข้อดีของระบบ Tankless
- การไหลของน้ำร้อนอย่างต่อเนื่อง: ให้ปริมาณน้ำร้อนที่แทบจะไม่จำกัด เมื่อเทียบกับเครื่องทำน้ำอุ่นแบบถังเก็บน้ำแบบดั้งเดิม
- ประหยัดพลังงาน: ลดการสูญเสียพลังงานจากการรักษาอุณหภูมิของน้ำในถัง (Standby Energy Loss) เนื่องจากจะทำความร้อนเฉพาะเมื่อมีการใช้งานจริงเท่านั้น
- ประหยัดพื้นที่: ตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่าระบบที่มีถังเก็บน้ำ ทำให้ติดตั้งได้หลากหลายจุดในบ้าน (Point-of-Use) หรือติดตั้งเป็นระบบรวมศูนย์สำหรับทั้งบ้าน
ข้อเสียและข้อควรระวัง
เครื่องทำน้ำอุ่นแบบไม่มีถังเก็บน้ำมีข้อเสียหลักคือ ต้นทุนเริ่มต้นที่สูงกว่า ทั้งในด้านอุปกรณ์และค่าติดตั้ง รวมถึงความจำเป็นในการบำรุงรักษาเป็นประจำทุกปี
เนื่องจากตัวเครื่องใช้ตัวแลกเปลี่ยนความร้อนที่มีช่องทางเดินน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการถ่ายเทความร้อนให้รวดเร็ว การออกแบบนี้อาจนำไปสู่การสะสมของตะกรัน ซึ่งอาจอุดตันช่องทางเดินน้ำ ลดประสิทธิภาพการทำงาน และอาจทำให้เครื่องหยุดทำงานเนื่องจากความร้อนสูงเกินไป (Overheating) ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงแนะนำให้มีการทดสอบคุณภาพน้ำและติดตั้งระบบบำบัดน้ำก่อนการติดตั้งเครื่อง และต้องมีการล้างตะกรัน (Descaling) ทุกปี
เครื่องทำความร้อนแบบผสม (Combination Boilers)
เครื่องทำความร้อนแบบผสม หรือ Combination (Combi) Boilers คืออุปกรณ์ที่รวมการทำความร้อนส่วนกลาง (Central Heating) และการทำน้ำร้อนสำหรับใช้ในบ้าน (Domestic Hot Water - DHW) ไว้ในเครื่องเดียว เมื่อมีการใช้งานน้ำร้อน เครื่อง Combi Boiler จะหยุดการส่งน้ำไปยังระบบทำความร้อนของบ้าน และเปลี่ยนพลังงานทั้งหมดไปที่การทำน้ำร้อนแทน
คุณสมบัติของ Combi Boilers
- อัตราการไหลของน้ำร้อน: โดยทั่วไปจะมีกำลังไฟตั้งแต่ 24 kW ถึง 54 kW ซึ่งให้อัตราการไหลของน้ำร้อนประมาณ 9 ถึง 23 ลิตรต่อนาที
- การประหยัดพื้นที่และค่าใช้จ่าย: ไม่จำเป็นต้องมีถังเก็บน้ำและท่อส่งน้ำที่ซับซ้อน ทำให้ติดตั้งได้ง่ายและราคาถูกกว่าระบบถังเก็บน้ำแบบดั้งเดิม
- ความยืดหยุ่น: สามารถติดตั้งหลายเครื่องเพื่อแยกโซนการทำความร้อน หรือแยกห้องน้ำหลายห้อง เพื่อให้ควบคุมอุณหภูมิและเวลาได้ดียิ่งขึ้น
ระบบ Combi Boilers ได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรป เนื่องจากตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยที่มีขนาดเล็กลงและมีความหนาแน่นสูง
ข้อจำกัดของระบบผสม
ข้อเสียของระบบผสมคือ อัตราการไหลของน้ำร้อนอาจด้อยกว่าระบบถังเก็บน้ำ โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่น้ำเย็นจัด ซึ่งต้องใช้น้ำร้อนมากขึ้นในการผสมให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการ นอกจากนี้ หากเลือกขนาดเครื่องที่ไม่เหมาะสม (Oversized) อาจทำให้เครื่องทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพเนื่องจากเกิดปัญหา Short Cycling
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องทำน้ำอุ่นแบบไม่มีถังเก็บน้ำแตกต่างจากเครื่องทำน้ำอุ่นแบบถังเก็บน้ำอย่างไร?
เครื่องทำน้ำอุ่นแบบไม่มีถังเก็บน้ำจะทำความร้อนให้น้ำในขณะที่น้ำไหลผ่านตัวเครื่องทันที โดยไม่มีการกักเก็บน้ำไว้ในถัง ทำให้ได้น้ำร้อนต่อเนื่องไม่จำกัดและประหยัดพื้นที่ติดตั้งมากกว่า
ทำไมต้องล้างตะกรัน (Descaling) ทุกปี?
เนื่องจากตัวแลกเปลี่ยนความร้อนมีช่องทางเดินน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก ตะกรันสามารถสะสมและอุดตันช่องทางเดินน้ำได้ ซึ่งจะลดประสิทธิภาพการทำงานและอาจทำให้เครื่องหยุดทำงานเนื่องจากความร้อนสูงเกินไป
Combination Boiler คืออะไร?
คือเครื่องทำความร้อนที่รวมทั้งระบบทำความร้อนของบ้าน (Central Heating) และน้ำทำความร้อนสำหรับใช้ในบ้าน (Domestic Hot Water) ไว้ในเครื่องเดียว โดยจะสลับการทำงานระหว่างสองระบบตามการใช้งาน

