อาศรมเวตทิงเกน-เมเรราอู ประวัติศาสตร์และบทบาทของอาศรมเขตปกครองตนเอง
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งครั้งแรกโดยนักบุญโคลัมบานัสประมาณปี ค.ศ. 611
- เป็นอาศรมเขตปกครองตนเองที่ขึ้นตรงต่อสันตะสำนักโดยตรง ไม่ขึ้นกับสังฆมณฑลในท้องถิ่น
- ถูกยุบโดยรัฐบาวาเรียในปี ค.ศ. 1806 ก่อนจะถูกฟื้นฟูโดยพระภิกษุจากอาศรมเวตทิงเกนในสวิตเซอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 1854
- เป็นศูนย์กลางของคณะเมเรราอู (Mehrerau Congregation) ของนิกายซิสเตอร์เซียน
อาศรมเวตทิงเกน-เมเรราอู (Wettingen-Mehrerau Abbey) เป็นอาศรมเขตปกครองตนเอง (Territorial Abbey) และอาสนวิหารของนิกายซิสเตอร์เซียน (Cistercian) ตั้งอยู่ที่เมเรราอู ชานเมืองเบรเกนซ์ (Bregenz) ในรัฐโฟราร์ลแบร์ก (Vorarlberg) ประเทศออสเตรีย ความโดดเด่นของอาศรมแห่งนี้คือการขึ้นตรงต่อสันตะสำนัก (Holy See) โดยตรง ทำให้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอัครสังฆมณฑลซัลซ์บูร์ก อย่างไรก็ตาม เจ้าอาวาสของอาศรมเวตทิงเกน-เมเรราอูยังคงเป็นสมาชิกของสภาบิชอปแห่งออสเตรีย

ประวัติศาสตร์อาศรมเมเรราอูยุคแรก
อาศรมแห่งแรกที่เมเรราอูถูกก่อตั้งขึ้นโดย นักบุญโคลัมบานัส (Saint Columbanus) ประมาณปี ค.ศ. 611 หลังจากที่ท่านถูกขับออกจากลักซูอิล (Luxeuil) โดยได้สร้างอาศรมตามแบบอย่างของลักซูอิล และมีการก่อตั้งอาศรมแม่ชีในบริเวณใกล้เคียงในเวลาต่อมา
ข้อมูลในช่วงแรกมีอยู่อย่างจำกัดจนกระทั่งปี ค.ศ. 1079 เมื่อพระภิกษุชื่อกอตฟรีด (Gottfried) ซึ่งถูกส่งมาจากอาศรมเฮอร์เซา (Hirsau) ได้เข้ามาปฏิรูปอาศรมและนำกฎของนักบุญเบเนดิกต์ (Rule of St. Benedict) มาใช้ ซึ่งสันนิษฐานว่าในช่วงการปฏิรูปนี้ ชุมชนแม่ชีได้ถูกยุบลง
ในช่วงปี ค.ศ. 1097-1098 เคานต์อูลริชแห่งเบรเกนซ์ (Count Ulrich of Bregenz) และภรรยา เบอร์ธาแห่งไรน์เฟลเดน (Bertha of Rheinfelden) ได้บูรณะอาศรมขึ้นใหม่ และนำพระภิกษุจากอาศรมปีเตอร์สเฮาเซน (Petershausen Abbey) ใกล้เมืองคอนสแตนซ์เข้ามาพำนัก
การขยายตัวและการเผชิญวิกฤต
ในช่วงศตวรรษที่ 12 และ 13 อาศรมได้ครอบครองที่ดินจำนวนมาก และภายในกลางศตวรรษที่ 16 อาศรมมีสิทธิในการอุปถัมภ์เขตแพริชถึง 65 แห่ง ในช่วงการปฏิรูปศาสนา อาศรมแห่งนี้เป็นผู้สนับสนุนคาทอลิกที่เข้มแข็งในรัฐโฟราร์ลแบร์ก โดยเฉพาะอูลริช เมิทซ์ (Ulrich Mötz) ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในการเทศนาต่อต้านการแพร่กระจายของลัทธินวัตกรรมทางศาสนาในป่าเบรเกนซ์ระหว่างปี ค.ศ. 1515–1533
อย่างไรก็ตาม ในช่วงสงครามสามสิบปี (Thirty Years' War) อาศรมได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการรุกรานของกองทัพสวีเดน ซึ่งเข้ามายึดครองและรีดไถทรัพยากรจนอาศรมสูญเสียรายได้เกือบทั้งหมด แต่ถึงกระนั้น อาศรมยังคงเป็นที่ลี้ภัยให้กับผู้ถูกขับไล่ทางศาสนาจากเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์

การล่มสลายและการฟื้นฟูในนามเวตทิงเกน-เมเรราอู
ในศตวรรษที่ 18 อาศรมกลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง มีการสร้างโบสถ์ใหม่ในปี ค.ศ. 1738 และอาคารอาศรมในปี ค.ศ. 1774–1781 แต่ความมั่นคงของอาศรมถูกสั่นคลอนโดยนโยบายของจักรพรรดิโจเซฟที่ 2 (Emperor Joseph II) แม้ว่าเจ้าอาวาสเบเนดิกต์จะสามารถยับยั้งคำสั่งยุบอาศรมได้ในเบื้องต้น
วิกฤตครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อสนธิสัญญาเพรสส์บูร์ก (Treaty of Pressburg) ปี ค.ศ. 1805 ทำให้รัฐโฟราร์ลแบร์กตกอยู่ภายใต้การปกครองของบาวาเรีย ซึ่งดำเนินนโยบายให้ศาสนสถานกลายเป็นของรัฐ (Secularisation) อาศรมถูกยุบอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1806 พระภิกษุถูกขับไล่ ห้องสมุดอันล้ำค่าถูกทำลายและกระจัดกระจาย และที่ดินทั้งหมดถูกยึดโดยรัฐ
อาศรมถูกฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งในปี ค.ศ. 1853 เมื่อเจ้าอาวาสแห่งอาศรมเวตทิงเกน (Wettingen Abbey) ในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถูกยุบโดยรัฐอาร์เกา (Canton of Aargau) ในปี ค.ศ. 1841 ได้รับอนุญาตจากจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 ให้ซื้ออาคารที่หลงเหลืออยู่และที่ดินบางส่วนคืนมา
ในวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1854 อาศรมเวตทิงเกน-เมเรราอูได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการก่อตั้งโรงเรียนอาศรม และมีการสร้างโบสถ์สไตล์โรมาเนสก์แห่งใหม่ในปี ค.ศ. 1859
บทบาทในปัจจุบันและโครงสร้างการปกครอง
ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 อาศรมเวตทิงเกน-เมเรราอูมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูนิกายซิสเตอร์เซียน โดยได้ก่อตั้ง คณะเมเรราอู (Mehrerau Congregation) ในปี ค.ศ. 1888 ซึ่งรับผิดชอบในการขยายเครือข่ายไปยังสโลวีเนียและโปแลนด์
ปัจจุบันอาศรมดำเนินกิจการหลายอย่าง ได้แก่ สถานพักฟื้น (Sanatorium) และโรงเรียนมัธยมประจำ Collegium Bernardi นอกจากนี้ เจ้าอาวาสยังมีตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสแห่งเวตทิงเกนและเจ้าอาวาสเมเรราอู โดยดูแลรับผิดชอบอาศรมแม่ชีนิกายซิสเตอร์เซียนในสวิตเซอร์แลนด์ด้วย
คำถามที่พบบ่อย
อาศรมเวตทิงเกน-เมเรราอูแตกต่างจากอาศรมทั่วไปอย่างไร?
เป็นอาศรมเขตปกครองตนเอง (Territorial Abbey) ซึ่งหมายความว่าเจ้าอาวาสมีอำนาจในการปกครองดูแลศาสนิกชนในเขตพื้นที่ของตน โดยขึ้นตรงต่อสันตะสำนัก (Holy See) โดยตรง ไม่ได้ขึ้นกับสังฆมณฑลซัลซ์บูร์ก
ทำไมอาศรมแห่งนี้จึงมีชื่อว่า 'เวตทิงเกน-เมเรราอู'?
เพราะเป็นการรวมกันของประวัติศาสตร์จากสองสถานที่ คืออาศรมเมเรราอูเดิมในออสเตรีย และอาศรมเวตทิงเกนในสวิตเซอร์แลนด์ที่ถูกยุบลงและย้ายมาตั้งรกรากใหม่ที่นี่ในปี ค.ศ. 1854
อาศรมแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อใด?
อาศรมเมเรราอูแห่งแรกถูกก่อตั้งขึ้นโดยนักบุญโคลัมบานัสประมาณปี ค.ศ. 611
