ศิลปะแห่งการวาดเขียน บทวิเคราะห์ภาพเขียนของโยฮันเนิส เฟอร์เมร์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นหนึ่งในผลงานที่ซับซ้อนและมีขนาดใหญ่ที่สุดของโยฮันเนิส เฟอร์เมร์
- จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Kunsthistorisches Museum ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
- ใช้เทคนิคการจัดแสงและทัศนียภาพที่แม่นยำเพื่อสร้างมิติและความสมจริงของวัสดุ
- ตัวละครหญิงในภาพถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของ Clio มิวส์แห่งประวัติศาสตร์ หรือตัวแทนของศิลปะการวาดเขียน
ศิลปะแห่งการวาดเขียน (อังกฤษ: The Art of Painting) หรือที่รู้จักในชื่อ The Allegory of Painting (ดัตช์: Allegorie op de schilderkunst) และ Painter in his Studio เป็นผลงานภาพเขียนสีน้ำมันบนผืนผ้าใบในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยศิลปินชาวดัตช์ โยฮันเนิส เฟอร์เมร์ (Johannes Vermeer) ปัจจุบันภาพเขียนชิ้นนี้เป็นสมบัติของสาธารณรัฐออสเตรีย และจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะประวัติศาสตร์ (Kunsthistorisches Museum) ในกรุงเวียนนา
นักประวัติศาสตร์ศิลป์จำนวนมากวิเคราะห์ว่าผลงานชิ้นนี้เป็นภาพเชิงสัญลักษณ์ (Allegory) ของการวาดเขียน ด้วยการจัดวางองค์ประกอบและสัญลักษณ์ทางทัศนศิลป์ที่ซับซ้อน ทำให้ภาพนี้ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่ซับซ้อนที่สุดของเฟอร์เมร์ และเป็นผลงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งรองจากภาพ Christ in the House of Martha and Mary และ The Procuress

รายละเอียดของภาพ
ภาพนี้แสดงให้เห็นศิลปินกำลังวาดภาพนางแบบหญิงในชุดสีน้ำเงินภายในสตูดิโอ โดยนางแบบยืนอยู่ข้างหน้าต่างและมีแผนที่ขนาดใหญ่ของดินแดนเนเธอร์แลนด์ตอนล่าง (Low Countries) แขวนอยู่บนผนังด้านหลัง ภาพนี้มีการลงลายเซ็นของศิลปินว่า "I [Oannes] Ver. Meer" ทางด้านขวาของหญิงสาว แต่ไม่มีการระบุวันที่สร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่สันนิษฐานว่าวาดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1665–1668 ขณะที่บางส่วนเสนอว่าอาจสร้างขึ้นช้าที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 1670–1675
องค์ประกอบทางทัศนศิลป์
ภายในภาพประกอบด้วยบุคคลสองคน คือตัวศิลปินและนางแบบหญิงที่มีสายตาทอดต่ำลง ศิลปินในภาพถูกตีความว่าอาจเป็นภาพเหมือนตนเอง (Self-portrait) ของเฟอร์เมร์ โดยเขาสวมชุดสีดำหรูหราพร้อมรอยผ่าที่แขนเสื้อและด้านหลังซึ่งเผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตด้านใน สวมกางเกงทรงพองและถุงน่องสีส้ม ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายที่ทันสมัยและมีราคาสูงในยุคนั้น
เฟอร์เมร์ใช้เทคนิค repoussoirs ผ่านการใช้ผ้าม่านและเก้าอี้เพื่อนำสายตาผู้ชมเข้าสู่พื้นที่ภายในภาพ นอกจากนี้ การแสดงรายละเอียดของพื้นกระเบื้องหินอ่อนและโคมระย้าสีทองยังสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านทัศนียภาพ (Perspective) และการจัดการแสงที่แม่นยำ โดยวัตถุแต่ละชิ้นในภาพมีการสะท้อนและดูดซับแสงที่แตกต่างกันตามคุณสมบัติของวัสดุ

แผนที่และสัญลักษณ์
แผนที่ที่ปรากฏบนผนังเป็นแผนที่ 17 จังหวัดของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งตีพิมพ์โดย Claes Janszoon Visscher ในปี ค.ศ. 1636 แผนที่นี้มีความโดดเด่นในการแสดงการตกกระทบของแสง และมีภาพทิวทัศน์ของเมืองสำคัญในดัตช์ขนาบข้างทั้งสองด้าน

การตีความเชิงสัญลักษณ์และคติสัญลักษณ์
เฟอร์เมร์มีความสนใจในทฤษฎีการวาดเขียนเป็นอย่างมาก ตัวละครหญิงในชุดสีน้ำเงินถูกสันนิษฐานว่าเป็นตัวแทนของ Fama (ชื่อเสียง), Pictura (ศิลปะการวาดเขียน) หรือ Clio (มิวส์แห่งประวัติศาสตร์) โดยพิจารณาจากพวงมาลัยใบมะกอกบนศีรษะ แตรที่ถืออยู่ในมือ และหนังสือที่อาจเป็นงานของ Herodotus หรือ Thucydides ซึ่งสอดคล้องกับคำอธิบายในหนังสือ Iconologia ของ Cesare Ripa ในศตวรรษที่ 16
อีกคำอธิบายหนึ่งจาก Gerard de Lairesse ระบุว่าประวัติศาสตร์และกวีนิพนธ์เป็นแหล่งทรัพยากรหลักของจิตรกร ดังนั้นหญิงสาวในภาพอาจเป็นตัวแทนของกวีนิพนธ์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด ut pictura poesis (ภาพเขียนเป็นดั่งกวีนิพนธ์) โดยมีแผนที่ด้านหลังเป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์
คำถามที่พบบ่อย
ภาพ The Art of Painting มีความสำคัญอย่างไรในเชิงศิลปะ?
ภาพนี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่แสดงถึงความสามารถสูงสุดของเฟอร์เมร์ในการใช้แสง เงา และทัศนียภาพ รวมถึงการนำเสนอแนวคิดเชิงสัญลักษณ์ (Allegory) ที่ซับซ้อนเกี่ยวกับบทบาทของศิลปะการวาดเขียนในสังคม
ผู้หญิงในภาพคือใคร?
นักประวัติศาสตร์ศิลป์สันนิษฐานว่าเธอเป็นตัวแทนของ Clio มิวส์แห่งประวัติศาสตร์ หรืออาจเป็นสัญลักษณ์ของ Pictura (ศิลปะการวาดเขียน) โดยพิจารณาจากเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ที่เธอถือ เช่น แตรและพวงมาลัยใบมะกอก
แผนที่บนผนังในภาพมีความหมายอะไร?
แผนที่ 17 จังหวัดของเนเธอร์แลนด์โดย Claes Janszoon Visscher เป็นการระบุบริบททางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของดินแดนเนเธอร์แลนด์ และอาจเป็นสัญลักษณ์แทน 'ประวัติศาสตร์' ในการตีความเชิงสัญลักษณ์ของภาพ
ภาพนี้วาดขึ้นเมื่อใด?
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่าวาดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1665 ถึง 1668 แม้ว่าบางทฤษฎีจะเสนอว่าอาจวาดช้าที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 1670-1675

