ย่านเดอะเกรนจ์ เมืองเอดินบะระ
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นย่านที่พักอาศัยระดับหรูในเอดินบะระที่โดดเด่นด้วยวิลล่าหินทรายยุควิกตอเรีย
- ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอนุรักษ์ทางสถาปัตยกรรม
- เคยเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์เกรนจ์เฮาส์ซึ่งถูกรื้อถอนไปในปี ค.ศ. 1936
- เป็นย่านที่มีมูลค่าอสังหาริมทรัพย์สูงที่สุดแห่งหนึ่งในสกอตแลนด์
เดอะเกรนจ์ (The Grange) หรือเดิมชื่อ เซนต์ไจลส์เกรนจ์ (St Giles' Grange) เป็นย่านที่พักอาศัยระดับหรูในเมืองเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของใจกลางเมือง โดยมีอาณาเขตติดต่อกับย่านมอร์นิงไซด์ (Morningside) และกรีนฮิลล์ (Greenhill) ทางทิศตะวันตก ย่านนิวอิงตัน (Newington) ทางทิศตะวันออก สวนสาธารณะเดอะมีโดวส์ (The Meadows) และย่านมาร์ชมอนต์ (Marchmont) ทางทิศเหนือ และเนินเขาแบล็กฟอร์ด (Blackford Hill) ทางทิศใต้
ปัจจุบันเดอะเกรนจ์ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอนุรักษ์ ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยวิลล่าและคฤหาสน์หินทรายขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในยุควิกตอเรียตอนต้น พร้อมสวนส่วนตัวขนาดกว้างขวาง ย่านนี้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นหลักในช่วงปี ค.ศ. 1830 ถึง 1890 เพื่อตอบสนองแนวคิดการใช้ชีวิตแบบชนบทท่ามกลางสภาพแวดล้อมของเมือง


ลักษณะทางสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อม
รูปแบบทางสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อมสีเขียวของเดอะเกรนจ์ได้รับอิทธิพลจากขบวนการภาพวาดทิวทัศน์ (Picturesque movement) ซึ่งเน้นความโรแมนติกและการฟื้นฟูรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาคารในย่านนี้ถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ สวนที่กว้างขวาง กำแพงหินล้อมรอบ และพื้นที่เปิดโล่งสีเขียว
ความสม่ำเสมอของทัศนียภาพเกิดจากการใช้วัสดุก่อสร้างในท้องถิ่น ได้แก่ หินทรายสีเทา (Grey sandstone) ทั้งแบบผิวเรียบ (Ashlar) และแบบหินหยาบ (Coursed rubble) พร้อมการแกะสลักด้วยมือ หลังคามุงด้วยหินชนวนสกอต (Scots slates) และหน้าต่างไม้แบบเลื่อน (Sash and case windows) พร้อมกระจกแผ่นเรียบ
ประวัติการพัฒนาและการตั้งถิ่นฐาน
เดอะเกรนจ์เริ่มพัฒนาอย่างจริงจังในช่วงปี ค.ศ. 1830 เมื่อชนชั้นกลางกลุ่มพ่อค้าและผู้เชี่ยวชาญในเอดินบะระต้องการสถานที่พักอาศัยที่เงียบสงบเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ย่านนี้จึงกลายเป็นทางเลือกที่เหมาะสมเนื่องจากแยกตัวออกจากความแออัดของเมืองยุคกลาง และแตกต่างจากอาคารชุด (Tenements) ในย่านนิวทาวน์ (New Town) ยุคจอร์เจียน โดยบ้านแต่ละหลังจะมีสวนส่วนตัวและกำแพงหินสูงล้อมรอบ ซึ่งสะท้อนถึงรสนิยมในยุควิกตอเรีย
คุณภาพที่โดดเด่นของวิลล่าหลายหลังในย่านนี้เป็นผลมาจากการควบคุมมาตรฐานทางสถาปัตยกรรมอย่างเข้มงวดโดยตระกูลดิค ลอเดอร์ (Dick Lauder) ซึ่งเป็นผู้มอบสิทธิ์ในการก่อสร้าง
ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์และกรรมสิทธิ์ที่ดิน
ชื่อ "เกรนจ์" (Grange) เป็นคำที่ใช้ทั่วไปในบริเตน ซึ่งมักหมายถึงฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีบ้านพักหลักตั้งอยู่กลางพื้นที่ ในบันทึกโบราณมีการกล่าวถึง Sanct-Geill-Grange ในฐานะที่ดินของศาสนจักรที่ขึ้นกับโบสถ์เซนต์ไจลส์ (St Giles parish church) ในเอดินบะระ
- ค.ศ. 1376: พระเจ้าโรเบิร์ตที่ 2 พระราชทานกรรมสิทธิ์ในบารอนนีและที่ดินของเซนต์ไจลส์ให้แก่ จอห์น เอิร์ลแห่งแคริก (John, Earl of Carrick)
- ค.ศ. 1391: ที่ดินตกเป็นของตระกูลวอร์ดลอว์ (Wardlaw family)
- ค.ศ. 1506: ที่ดินผ่านไปยัง จอห์น แคนท์ (John Cant) และภรรยา อักเนส คาร์เคตเทิล (Agnes Carkettle)
- ค.ศ. 1691: จอห์น แคนท์ ขายที่ดินทั้งหมดให้แก่ วิลเลียม ดิค (William Dick)
- ค.ศ. 1731: เมื่ออิซาเบล ดิค ทายาทผู้สืบทอด แต่งงานกับเซอร์ แอนดรูว์ ลอเดอร์ (Sir Andrew Lauder) ที่ดินจึงตกเป็นของเขา
คฤหาสน์เกรนจ์เฮาส์ (Grange House)
เกรนจ์เฮาส์เดิมเป็นบ้านทรงหอคอย (Tower house) ที่คาดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ตกแต่งด้วยป้อมปราการขนาดเล็กสองแห่งและหลังคาแบบเชิงเทิน ตั้งอยู่โดดเดี่ยวทางทิศตะวันออกของเบิร์กมิวร์ (Burgh Muir) ซึ่งในขณะนั้นเป็นพื้นที่ทุ่งหญ้าและหนองน้ำ
คฤหาสน์หลังนี้ได้รับการขยายและบูรณะครั้งใหญ่โดยเซอร์ โทมัส ดิค ลอเดอร์ (Sir Thomas Dick Lauder) อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1848 สภาพอาคารเริ่มทรุดโทรมลง และด้วยค่าบำรุงรักษาที่สูงมาก คฤหาสน์เกรนจ์เฮาส์จึงถูกรื้อถอนในปี ค.ศ. 1936 แม้จะมีการคัดค้านอย่างกว้างขวางก็ตาม พื้นที่เดิมบางส่วนถูกนำมาสร้างเป็นบ้านพักอาศัยในปัจจุบัน ซึ่งคือย่านเกรนจ์เครสเซนต์ (Grange Crescent)
สิ่งที่หลงเหลือจากคฤหาสน์คือรูปสลักสัตว์หิมพานต์ (Wyverns) จากเสาประตู ซึ่งชาวท้องถิ่นเรียกว่า "ลอเดอร์ กริฟฟิน" (Lauder griffins) โดยถูกนำมาติดตั้งใหม่ที่เกรนจ์โลน (Grange Loan) และทางเข้าเลิฟเวอร์สโลน (Lover's Loan) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินโบราณที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้
คำถามที่พบบ่อย
ย่านเดอะเกรนจ์มีความโดดเด่นด้านใด?
โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมวิลล่าหินทรายขนาดใหญ่ในยุควิกตอเรีย พร้อมสวนส่วนตัวที่กว้างขวางและสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดการใช้ชีวิตแบบชนบทในเมือง
คฤหาสน์เกรนจ์เฮาส์คืออะไร?
เป็นคฤหาสน์โบราณที่คาดว่าสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งหลักของย่านนี้ ก่อนจะถูกรื้อถอนในปี ค.ศ. 1936 เนื่องจากค่าบำรุงรักษาที่สูงเกินไป
ทำไมย่านเดอะเกรนจ์ถึงถูกสร้างขึ้น?
สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1830 เพื่อให้ชนชั้นกลางกลุ่มพ่อค้าและผู้เชี่ยวชาญในเอดินบะระสามารถมีที่พักอาศัยที่แยกตัวออกจากความแออัดของเมืองยุคกลาง
วัสดุก่อสร้างหลักของย่านนี้คืออะไร?
ใช้วัสดุในท้องถิ่นเป็นหลัก ได้แก่ หินทรายสีเทา (Grey sandstone) และหินชนวนสกอต (Scots slates)