← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Thomas Hepburn ผู้นำสหภาพแรงงานเหมืองถ่านหินในอังกฤษ

สรุปใจความสำคัญ

  • Thomas Hepburn ก่อตั้งสหภาพแรงงานเหมืองถ่านหินใน Durham และ Northumberland หลังจากปี 1825
  • เขาสามารถลดชั่วโมงการทำงานของเด็กในเหมืองจาก 17-18 ชั่วโมงต่อวัน เหลือ 12 ชั่วโมง
  • เขาถูกแบนจากการทำงานในเหมืองถ่านหินเป็นเวลาหลายปีหลังจากเหตุการณ์ประท้วงในปี 1832
  • เขามีส่วนร่วมในขบวนการ Chartists เพื่อเรียกร้องสิทธิทางการเมืองให้ชนชั้นแรงงาน

Thomas Hepburn (ประมาณปี 1795 – 9 ธันวาคม 1864) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Tommy Hepburn เป็นคนงานเหมืองถ่านหินชาวอังกฤษและผู้นำสหภาพแรงงานที่มีบทบาทสำคัญในการเรียกร้องสิทธิและสวัสดิการของคนงานเหมืองในศตวรรษที่ 19

Thomas Hepburn
Thomas Hepburn ผู้นำสหภาพแรงงานเหมืองถ่านหิน

พื้นหลังและชีวิตช่วงต้น

Hepburn เกิดที่ Pelton ในมณฑล Durham เขาเริ่มทำงานเป็นคนงานเหมืองถ่านหินตั้งแต่อายุเพียง 8 ปีที่เหมือง Fatfield Colliery ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กในชนชั้นแรงงานในสมัยนั้น แม้จะถูกบีบให้ทำงานหนักตั้งแต่วัยเด็ก แต่เขาก็เป็นเด็กที่ฉลาดและสามารถอ่านคัมภีร์ไบเบิลได้ตั้งแต่วัยเยาว์ และมีความสนใจในด้านการศึกษาตลอดชีวิตของเขา

การเคลื่อนไหวทางอุตสาหกรรม

หลังจากย้ายไปทำงานที่เหมือง Jarrow และ Hetton เขาได้ก่อตั้ง The Colliers of the United Association of Durham and Northumberland ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "สหภาพของ Hepburn" (Hepburn's Union) หลังจากปี 1825

ภายใต้การนำของ Hepburn สหภาพแรงงานได้เริ่มดำเนินการประท้วงหยุดงานเพื่อเรียกร้องให้มีการปรับปรุงสภาพการทำงาน ซึ่งประสบความสำเร็จในเบื้องต้น โดยสามารถลดชั่วโมงการทำงานของเด็กชายจากเดิม 17-18 ชั่วโมงต่อวัน เหลือเพียง 12 ชั่วโมง และยกเลิกระบบ "Tommy Shops" (ร้านค้าสวัสดิการของเหมืองที่บังคับให้คนงานซื้อสินค้าจากร้านที่เจ้าของเหมืองเป็นเจ้าของ และหักค่าจ้างจากเงินเดือนโดยตรง) เพื่อให้คนงานได้รับค่าจ้างเป็นเงินสดแทน

ความขัดแย้งและการล่มสลายของสหภาพ

ในปี 1832 Hepburn และสหภาพของเขาต้องเผชิญกับการต่อสู้ที่รุนแรงขึ้น เมื่อเจ้าของเหมืองขู่ว่าจะไม่จ้างงานคนงานที่สังกัดสหภาพแรงงาน

แม้ว่า Hepburn จะพยายามให้การประท้วงเป็นไปอย่างสงบ แต่ความรุนแรงก็ได้เกิดขึ้นในหลายจุด เช่น ที่ Friar's Goose ซึ่งคนงานเหมืองตะกั่วที่สังกัดสหภาพได้โจมตีคนงานจาก Cumberland ที่ถูกจ้างมาแทนที่พวกเขา นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ที่ Nicholas Fairless ผู้พิพากษาใน South Shields ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต และ William Jobling คนงานเหมืองคนหนึ่งถูกนำไปแขวนคอประจาน (gibbeted) ซึ่งเป็นบทลงโทษที่รุนแรงในสมัยนั้น

ความขัดแย้งนี้ส่งผลให้สหภาพแรงงานเริ่มล่มสลาย เนื่องจากคนงานเหมืองตระหนักว่าความจำเป็นในการมีรายได้เพื่อเลี้ยงชีพมีความสำคัญกว่าหลักการของสหภาพแรงงาน และ Hepburn เองก็ถูกขึ้นบัญชีดำ (blacklisted) และไม่สามารถหางานทำในเหมืองถ่านหินได้อีกเลย

ชีวิตช่วงปลายและการเมือง

Hepburn ได้พยายามขายชาเพื่อเลี้ยงชีพแต่ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นเขาได้รับอนุญาตให้กลับเข้าทำงานที่เหมือง Felling โดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมของสหภาพแรงงานอีก

แม้เขาจะไม่กลับไปนำสหภาพแรงงาน แต่เขายังคงมีความเคลื่อนไหวในแวดวงการเมืองแบบรากหญ้า โดยในช่วงปี 1838-39 เขาได้ทำงานร่วมกับกลุ่ม Chartists (กลุ่มผู้เรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งและสิทธิทางการเมืองของชนชั้นแรงงาน) และทำงานที่เหมือง Felling จนกระทั่งเกษียณอายุเนื่องจากสุขภาพที่ทรุดโทรมในปี 1859

การเสียชีวิตและมรดก

Thomas Hepburn เสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1864 ในวัย 69 ปี หลังจากทำงานในเหมืองถ่านหินมานานถึง 56 ปี และเกษียณอายุเพียง 5 ปีเท่านั้น

ปัจจุบันเขามีหลุมศพอยู่ที่ Heworth Churchyard ซึ่งมีป้ายหลุมศพที่ระบุถึงผลงานของเขาในฐานะผู้นำสหภาพแรงงาน และมีโรงเรียน Thomas Hepburn Community Academy ใน Felling ที่ตั้งชื่อตามเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา

คำถามที่พบบ่อย

Thomas Hepburn คือใคร?

เขาเป็นคนงานเหมืองถ่านหินชาวอังกฤษและผู้นำสหภาพแรงงานที่ต่อสู้เพื่อปรับปรุงสภาพการทำงานและค่าจ้างของคนงานเหมืองในศตวรรษที่ 19

ความสำเร็จหลักของ Thomas Hepburn คืออะไร?

ความสำเร็จที่สำคัญคือการลดชั่วโมงการทำงานของเด็กชายในเหมืองและยกเลิกระบบ Tommy Shops ที่ขูดรีดคนงาน

ทำไมสหภาพแรงงานของเขาถึงล่มสลาย?

สหภาพแรงงานล่มสลายเนื่องจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการประท้วงในปี 1832 และความจำเป็นทางเศรษฐกิจของคนงานที่ต้องการงานและค่าจ้างเพื่อเลี้ยงชีพ