Throughput Accounting การบัญชีแบบเน้นผลผลิตเพื่อเพิ่มกำไร
สรุปใจความสำคัญ
- Throughput Accounting ถูกเสนอโดย Eliyahu M. Goldratt เพื่อเป็นทางเลือกแทนการบัญชีต้นทุนแบบดั้งเดิม
- TA เน้นการเพิ่มผลผลิต (Throughput) มากกว่าการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว
- TA พิจารณา 'ข้อจำกัด' (Constraints) เป็นปัจจัยหลักที่จำกัดประสิทธิภาพขององค์กร
- TA เป็นเครื่องมือสำหรับการตัดสินใจภายในองค์กร ไม่ได้ใช้แทนที่การบัญชีการเงินสำหรับรายงานภายนอก
Throughput Accounting (TA) หรือการบัญชีแบบเน้นผลผลิต เป็นแนวทางการบัญชีเพื่อการจัดการที่เน้นหลักการและมีความเรียบง่าย โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้บริหารมีข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจเพื่อปรับปรุงความสามารถในการทำกำไรขององค์กร แนวทางนี้จะระบุปัจจัยที่จำกัดความสามารถขององค์กรในการบรรลุเป้าหมาย และมุ่งเน้นไปที่การวัดผลในพื้นที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนพฤติกรรมให้บรรลุเป้าหมายเหล่านั้น

ความแตกต่างระหว่าง TA และการบัญชีต้นทุนแบบดั้งเดิม
TA ถูกเสนอโดย Eliyahu M. Goldratt เพื่อเป็นทางเลือกแทนการบัญชีต้นทุนแบบดั้งเดิม โดยมีความแตกต่างที่สำคัญดังนี้:
- เน้นกระแสเงินสด: TA ให้ความสำคัญกับเงินสดมากกว่าการปันส่วนต้นทุน
- การปันส่วนต้นทุน: TA จะไม่ปันส่วนต้นทุนทั้งหมด (ทั้งค่าใช้จ่ายผันแปรและคงที่ รวมถึงค่าโสหุ้ย) ไปยังผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ขาย แต่จะปันส่วนเฉพาะต้นทุนที่ผันแปรตามหน่วยผลผลิตเท่านั้น (เช่น วัตถุดิบ)
- เป้าหมายหลัก: ในขณะที่การบัญชีต้นทุนเน้นการ "ลดต้นทุน" เพื่อสร้างกำไร แต่ TA เน้นการ "สร้างผลผลิต (Throughput)" ให้มากขึ้น
ในเชิงแนวคิด TA มุ่งหวังที่จะเพิ่มความเร็วหรืออัตราการสร้างผลผลิตจากผลิตภัณฑ์และบริการ โดยพิจารณาจาก ข้อจำกัด (Constraint) ขององค์กร ไม่ว่าข้อจำกัดนั้นจะเป็นปัจจัยภายในหรือภายนอกก็ตาม ซึ่งทำให้ TA เป็นวิธีการบัญชีเพื่อการจัดการเพียงวิธีเดียวที่พิจารณาข้อจำกัดเป็นปัจจัยจำกัดประสิทธิภาพขององค์กร
บทบาทของ TA ในการบัญชีเพื่อการจัดการ
การบัญชีเพื่อการจัดการเป็นชุดเทคนิคและวิธีการภายในองค์กรที่ใช้เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้น TA จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งในชุดเครื่องมือของนักบัญชีบริหาร เพื่อให้มั่นใจว่าเกิดประสิทธิภาพในจุดที่สำคัญและเกิดประสิทธิผลโดยรวมขององค์กร
ทั้งนี้ TA เป็นเครื่องมือรายงานภายในเท่านั้น สำหรับบุคคลภายนอก องค์กรยังคงต้องใช้รายงานทางการเงินที่จัดทำโดยนักบัญชีการเงิน (Public Accountants) ซึ่งปฏิบัติตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป (GAAP) หรือมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS)
ประวัติและวิวัฒนาการ
เมื่อการบัญชีต้นทุนถูกพัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษ 1890 แรงงานเป็นส่วนประกอบที่ใหญ่ที่สุดของต้นทุนผลิตภัณฑ์และถือเป็นต้นทุนผันแปร อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน แรงงานส่วนใหญ่มีค่าจ้างคงที่มากกว่าผันแปร แต่ผู้บริหารจำนวนมากยังคงถูกประเมินผลตามประสิทธิภาพของแรงงาน (Labor Efficiency) ซึ่ง Goldratt แย้งว่าการตัดสินใจที่ยึดตามประสิทธิภาพแรงงานในปัจจุบันอาจส่งผลเสียต่อองค์กรได้ TA จึงเข้ามาลดการพึ่งพาการวัดผลประสิทธิภาพแรงงานในภาพรวม และหันไปให้ความสำคัญกับข้อจำกัดของระบบแทน
แนวคิดของ Throughput Accounting
Goldratt เสนอว่าองค์กรทุกแห่งมีเป้าหมาย และการตัดสินใจที่ดีขึ้นจะเกิดขึ้นเมื่อเราเข้าใจว่าสิ่งใดคือข้อจำกัดที่แท้จริง การบัญชีแบบข้อจำกัด (Constraints Accounting) ซึ่งเป็นส่วนต่อยอดของ TA เน้นย้ำถึงบทบาทของข้อจำกัด (Archemedian constraint) ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
คำถามที่พบบ่อย
Throughput Accounting แตกต่างจากการบัญชีต้นทุนแบบดั้งเดิมอย่างไร?
TA เน้นการสร้างผลผลิต (Throughput) และการจัดการข้อจำกัด แทนที่จะมุ่งเน้นการลดต้นทุนและการปันส่วนค่าใช้จ่ายคงที่ไปยังผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น
ใครคือผู้เสนอแนวคิด Throughput Accounting?
Eliyahu M. Goldratt เป็นผู้เสนอแนวคิดนี้เพื่อใช้ร่วมกับทฤษฎีข้อจำกัด (Theory of Constraints - TOC)
เราสามารถใช้ Throughput Accounting แทนที่การบัญชีต้นทุนแบบดั้งเดิมในการทำรายงานส่งหน่วยงานภายนอกได้หรือไม่?
ไม่ได้ TA เป็นเครื่องมือรายงานภายในเพื่อการตัดสินใจของผู้บริหารเท่านั้น สำหรับรายงานภายนอกยังคงต้องใช้มาตรฐาน GAAP หรือ IFRS
