← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ทัชสโตน ม้าแข่งระดับตำนานและพ่อพันธุ์ผู้ทรงอิทธิพลแห่งอังกฤษ

สรุปใจความสำคัญ

  • ชนะรายการ St Leger Stakes ด้วยอัตราต่อรองสูงถึง 40/1
  • ครองตำแหน่งพ่อพันธุ์ชั้นนำในบริเตนและไอร์แลนด์ถึง 4 ครั้ง
  • มีลักษณะทางกายภาพที่ผิดปกติ โดยมีกระดูกสันหลังส่วนอก 19 ชิ้น ทำให้มีหลังยาว
  • เป็นพ่อของม้าที่ชนะรายการ Epsom Derby ถึง 3 ตัว

ทัชสโตน (Touchstone) (ค.ศ. 1831–1861) เป็นม้าแข่งสายพันธุ์เธอร์โรเบรด (Thoroughbred) ชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ทั้งในฐานะนักวิ่งในสนามแข่งและในฐานะพ่อพันธุ์ชั้นนำของสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ โดยเขาสามารถครองตำแหน่งพ่อพันธุ์ยอดเยี่ยมได้ถึง 4 ครั้ง

ภาพวาดของม้าทัชสโตน
ทัชสโตน ม้าแข่งผู้มีลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นและประสบความสำเร็จอย่างสูงในศตวรรษที่ 19

ลักษณะทางกายภาพและภูมิหลัง

ทัชสโตนเกิดในปี ค.ศ. 1831 เป็นลูกม้าสีน้ำตาล พ่อคือ Camel และแม่คือ Banter (ลูกของ Master Henry) เขาเป็นพี่ชายร่วมพ่อและแม่เดียวกับ Launcelot ผู้ชนะรายการ St Leger Stakes เช่นกัน

ในด้านรูปลักษณ์ ทัชสโตนถูกบรรยายว่าเป็นม้าที่มีลักษณะ "แปลกประหลาด" โดยมีโครงสร้างร่างกายที่ไม่ปกติ เช่น ขาที่ดูหนาและข้อเท้าหน้าที่บวม ในช่วงวัยเยาว์เขาเป็นลูกม้าที่ร่างกายอ่อนแอและมีข้อเท้าที่บิดเบี้ยว ส่งผลให้มีลักษณะการเดินที่กว้างกว่าปกติ นอกจากนี้เขายังมีความผิดปกติทางสรีระที่น่าสนใจ คือมีกระดูกสันหลังส่วนอก (dorsal vertebrae) ถึง 19 ชิ้น และมีซี่โครงชิ้นที่ 19 ในแต่ละข้าง ซึ่งส่งผลให้เขามีแผ่นหลังที่ยาวกว่าม้าทั่วไป โดยเขามีความสูง 15 มือ 2 นิ้ว และมีส่วนท้ายที่แข็งแรง

เส้นทางการแข่งขัน

ช่วงเริ่มต้นและฤดูกาลคลาสสิก

ทัชสโตนเริ่มต้นอาชีพการแข่งม้าที่ลิชฟิลด์ (Lichfield) ในรายการ Produce Stakes ซึ่งเขาชนะมาได้อย่างง่ายดาย ต่อมาในเดือนตุลาคม เขาได้อันดับที่ 3 ในรายการ Champagne Stakes โดยพ่ายแพ้ให้กับ Queen Bess

เมื่ออายุ 3 ปี ทัชสโตนมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยชนะ 5 จาก 7 การแข่งขัน รวมถึงการเอาชนะ Queen Bess ได้ในรายการ Dee Stakes และ Palatine Stakes แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงแข่งในรายการ Derby แต่เขาได้สร้างชื่อเสียงครั้งใหญ่ในรายการ St Leger Stakes

ก่อนการแข่ง St Leger ทัชสโตนถูกมองว่าเป็นม้านอกสายตาด้วยอัตราต่อรองสูงถึง 40/1 เนื่องจากต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง General Chassé และ Plenipotentiary (ผู้ชนะรายการ Derby) อย่างไรก็ตาม ทัชสโตนสามารถคว้าชัยชนะได้อย่างง่ายดายด้วยระยะห่าง 2 ช่วงตัว สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมและจ๊อกกี้อย่างมาก

ความสำเร็จในวัยผู้ใหญ่

ในวัย 4 ปี ทัชสโตนชนะ 6 จาก 8 การแข่งขัน รวมถึงรายการ Gold Candelabrum ที่ดอนคาสเตอร์ (Doncaster) และรายการ Gold Plate และ Gold Cup ที่ฮีตัน (Heaton) เมื่ออายุ 5 ปี เขาไม่แพ้ใครเลยในการแข่งขัน โดยคว้าชัยชนะในรายการสำคัญอย่าง Ascot Gold Cup, Doncaster Cup และ Heaton Park Gold Cup โดยในรายการ Doncaster Cup เขาสามารถเอาชนะม้าตัวเมียชื่อดังอย่าง Beeswing ได้

การแข่งขันครั้งสุดท้ายของเขาเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1837 ในรายการ Ascot Gold Cup ซึ่งเขาคว้าชัยชนะเป็นครั้งที่สองก่อนจะรีไทร์จากการแข่งขัน โดยมีสถิติชนะ 15 จาก 21 ครั้ง และทำรายได้รวม 5,475 ปอนด์

ความสำเร็จในฐานะพ่อพันธุ์

หลังจากเลิกแข่ง ทัชสโตนได้เข้าสู่หน้าที่พ่อพันธุ์ที่ Moor Park และต่อมาที่ Eaton Stud ในเชเชียร์ เขาประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล โดยเป็นพ่อของม้าที่ชนะรายการ Epsom Derby ถึง 3 ตัว และเป็นพ่อพันธุ์ชั้นนำในบริเตนและไอร์แลนด์ถึง 4 ครั้ง

ลูกม้าที่โดดเด่นของทัชสโตน ได้แก่:

  • Cotherstone: ผู้ชนะ Epsom Derby และ 2,000 Guineas
  • Orlando: ผู้ชนะ Epsom Derby และเป็นพ่อพันธุ์ชั้นนำในเวลาต่อมา
  • Surplice: ผู้ชนะทั้ง Epsom Derby และ St Leger Stakes
  • Newminster: ผู้ชนะ St Leger Stakes และเป็นพ่อพันธุ์ชั้นนำในปี 1859 และ 1863
  • Mendicant: ผู้ชนะ 1,000 Guineas และ Epsom Oaks

ทัชสโตนมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 30 ปี และเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1861 ที่ Eaton Stud

คำถามที่พบบ่อย

ทัชสโตนมีความผิดปกติทางร่างกายอย่างไร?

ทัชสโตนมีกระดูกสันหลังส่วนอก 19 ชิ้น และมีซี่โครงชิ้นที่ 19 ในแต่ละข้าง ซึ่งทำให้เขามีแผ่นหลังที่ยาวกว่าม้าปกติ นอกจากนี้ยังมีข้อเท้าหน้าที่หนาและข้อเท้าที่บิดเบี้ยวในช่วงแรก

ความสำเร็จสูงสุดในการแข่งของทัชสโตนคืออะไร?

ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดคือการชนะรายการ St Leger Stakes และการคว้าแชมป์ Ascot Gold Cup ถึง 2 ครั้ง

ทัชสโตนมีอิทธิพลต่อวงการม้าแข่งอย่างไรในฐานะพ่อพันธุ์?

เขาเป็นพ่อพันธุ์ที่ทรงอิทธิพลอย่างมาก โดยเป็นพ่อของม้าผู้ชนะรายการสำคัญอย่าง Epsom Derby และ St Leger Stakes หลายตัว และส่งต่อสายเลือดไปยังพ่อพันธุ์ชั้นนำรุ่นต่อๆ มา เช่น Newminster และ Orlando