ปราสาททอฟเรีย สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์แห่งฟีนิกซ์
สรุปใจความสำคัญ
- สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1929-1931 โดย อเลสสิโอ คาร์ราโร เพื่อเป็นโรงแรมในรีสอร์ต
- มีฉายาว่า 'ปราสาทเค้กแต่งงาน' เนื่องจากรูปทรงอาคารสี่ชั้นที่ลดหลั่นกัน
- เป็นที่ตั้งของสวนกระบองเพชรขนาดใหญ่ที่มีพืชมากกว่า 5,000 ต้น จาก 100 กว่าสายพันธุ์
- ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติในปี ค.ศ. 1996
ปราสาททอฟเรีย (Tovrea Castle) เป็นสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์และจุดหมายตาที่สำคัญ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 5041 ถนน East Van Buren ในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา ครอบคลุมพื้นที่ 44 เอเคอร์ โดยมีอาณาเขตติดกับทางหลวง Red Mountain Freeway (State Route 202) ทางทิศตะวันออก ถนน Washington ทางทิศใต้ ถนน Van Buren ทางทิศเหนือ และที่ทำการไปรษณีย์หลักทางทิศตะวันตก
อาคารแห่งนี้เป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่า "ปราสาทเค้กแต่งงาน" (Wedding Cake Castle) เนื่องจากลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่มีรูปทรงเป็นชั้นๆ ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1929 ถึง 1931 โดย อเลสสิโอ คาร์ราโร (Alessio Carraro) ในสไตล์อิตาเลียนพื้นถิ่น (Vernacular Italianate) โดยในตอนแรก คาร์ราโรตั้งใจจะให้ที่นี่เป็นโรงแรมที่เป็นศูนย์กลางของรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยว แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 1931 อี.เอ. และเดลลา ทอฟเรีย (E.A. and Della Tovrea) ได้ซื้ออาคารแห่งนี้และเปลี่ยนให้เป็นที่พักอาศัยส่วนตัว

ประวัติและการบูรณะ
ปราสาททอฟเรียได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Register of Historic Places) ในปี ค.ศ. 1996 โดยในอดีตอาคารแห่งนี้เคยใช้ชื่อว่า "Carraro Heights" และ "El Castillo" ซึ่งปัจจุบันป้ายชื่อสถานที่ระบุว่า "Tovrea Castle at Carraro Heights" เพื่อเป็นเกียรติแก่ทั้งผู้สร้างดั้งเดิมและเจ้าของคนที่สอง
แม้ว่าปราสาทแห่งนี้จะเป็นจุดหมายตาที่สำคัญของเมือง แต่สภาพของอาคารและพื้นที่โดยรอบเคยทรุดโทรมจนไม่สามารถเปิดเป็นสวนสาธารณะของเมืองได้ ทางเมืองฟีนิกซ์จึงได้ดำเนินการจัดซื้อพื้นที่ 44 เอเคอร์โดยรอบและเริ่มโครงการบูรณะอาคารและฟื้นฟูสวนอย่างจริงจังในปี ค.ศ. 2006
ในการบูรณะสวน ได้มีการกำจัดพืชที่ตายและเป็นโรคออก พร้อมทั้งปลูกต้นซากัวโร (Saguaro) เพิ่มเติม 352 ต้น และย้ายต้นกระบองเพชรมากกว่า 2,000 ต้นมาปลูกในพื้นที่ รวมถึงการปลูกดอกไม้ป่าในทะเลทราย ปัจจุบันสวนแห่งนี้มีต้นกระบองเพชรมากกว่า 5,000 ต้น ซึ่งแบ่งเป็นกว่า 100 สายพันธุ์

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม
อเลสสิโอ คาร์ราโร ผู้สร้าง ปฏิเสธแบบร่างจากสถาปนิกท้องถิ่นในตอนแรก เนื่องจากเขาต้องการสร้างปราสาทให้มีลักษณะคล้ายกับที่เขาเคยเห็นในบ้านเกิดที่ประเทศอิตาลี โดยใช้หินแกรนิตในพื้นที่เป็นวัสดุหลัก
ตัวอาคารสร้างจากบล็อกหินแกรนิต ไม้สน และปูนฉาบ มีโครงสร้างแบบสี่ชั้นที่ดูคล้ายกับเค้กแต่งงาน จึงเป็นที่มาของฉายา "The Wedding Cake Castle" สถาปัตยกรรมมีการผสมผสานอิทธิพลจากยุโรปที่เน้นความโรแมนติก เช่น การมีระเบียงล้อมรอบแนวหลังคาของแต่ละชั้น ในขณะที่การตกแต่งภายในและโคมไฟทั้งภายนอกและภายในมีรายละเอียดในสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco)
ในปัจจุบันมีการติดตั้งหลอดไฟ LED ตามแนวหลังคาและรั้วเพื่อให้ความสวยงามในยามค่ำคืน ทำให้ผู้ที่มองจากระยะไกลเห็นเป็นปราสาทในยุคกลางที่ดูโรแมนติก แม้ว่าในทางสถาปัตยกรรมจะไม่มีรายละเอียดที่สนับสนุนความเป็นปราสาทในยุคกลางอย่างแท้จริงก็ตาม ด้วยตำแหน่งที่ตั้งที่โดดเด่น ทำให้ผู้ที่ขับรถบนทางหลวง Loop 202 สามารถมองเห็นปราสาทแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน
การบริหารจัดการในปัจจุบัน
โครงการบูรณะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 100 ปีของรัฐแอริโซนา โดยมีการสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วย ปัจจุบัน สมาคมทอฟเรีย คาร์ราโร (Tovrea Carraro Society) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ทำหน้าที่บริหารจัดการและดูแลสถานที่ร่วมกับเมืองฟีนิกซ์ โดยเปิดให้เข้าชมพื้นที่สวน ชั้นหนึ่ง และชั้นใต้ดิน ผ่านการนำเที่ยวโดยมัคคุเทศก์ รวมถึงการจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 2012 เป็นต้นมา
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมถึงเรียกว่าปราสาทเค้กแต่งงาน?
เนื่องจากตัวอาคารมีโครงสร้างสี่ชั้นที่มีลักษณะลดหลั่นกันคล้ายกับเค้กแต่งงานแบบดั้งเดิม
ปราสาททอฟเรียสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใดในตอนแรก?
อเลสสิโอ คาร์ราโร ผู้สร้างดั้งเดิม ตั้งใจจะให้เป็นโรงแรมที่เป็นศูนย์กลางของรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยว
ใครเป็นผู้สร้างปราสาทแห่งนี้?
สร้างโดย อเลสสิโอ คาร์ราโร (Alessio Carraro) ระหว่างปี ค.ศ. 1929 ถึง 1931
สามารถเข้าชมปราสาททอฟเรียได้หรือไม่?
สามารถเข้าชมได้ผ่านการนำเที่ยวโดยมัคคุเทศก์ที่จัดโดยสมาคมทอฟเรีย คาร์ราโร (Tovrea Carraro Society)
