← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สนธิสัญญาฉบับที่ 7 ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลแคนาดากับกลุ่มชนพื้นเมืองในตอนใต้ของแอลเบอร์ตา

สรุปใจความสำคัญ

  • ลงนามครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1877 ณ Blackfoot Crossing ของแม่น้ำโบว์
  • เป็นหนึ่งใน 11 ฉบับของสนธิสัญญาแบบระบุหมายเลข (Numbered Treaties) ของแคนาดา
  • กลุ่มชนพื้นเมืองตกลงสละสิทธิ์ในดินแดนดั้งเดิมเพื่อแลกกับเขตสงวน เงินรายปี และสิทธิในการล่าสัตว์
  • ปัจจัยหลักที่นำไปสู่การทำสนธิสัญญาคือการสูญพันธุ์ของควายไบซันและโรคระบาดในกลุ่มชนพื้นเมือง

สนธิสัญญาฉบับที่ 7 (Treaty 7) เป็นข้อตกลงทางกฎหมายและประวัติศาสตร์ที่ทำขึ้นระหว่างมงกุฎ (The Crown) และรัฐบาลของกลุ่มชนพื้นเมือง (First Nations) หลายกลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวแบล็กฟุต (Blackfoot) ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือส่วนตอนใต้ของรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา สนธิสัญญานี้เป็นหนึ่งใน สนธิสัญญาแบบระบุหมายเลข (Numbered Treaties) ทั้ง 11 ฉบับที่ลงนามระหว่างปี ค.ศ. 1871 ถึง 1921 เพื่อจัดการสิทธิในที่ดินและทรัพยากรในพื้นที่ตะวันตกของแคนาดา

การลงนามและกระบวนการเจรจา

แนวคิดในการจัดทำสนธิสัญญาสำหรับดินแดนของชาวแบล็กฟุตถูกนำเสนอต่อหัวหน้าเผ่าโครว์ฟุต (Chief Crowfoot) โดย จอห์น แมคดูเกล (John McDougall) ในปี ค.ศ. 1875 การเจรจาได้ดำเนินมาถึงบทสรุปและมีการลงนามครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1877 ณ บริเวณจุดข้ามแม่น้ำโบว์ (Blackfoot Crossing of the Bow River) ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตสงวนของ Siksika Nation ห่างจากเมืองแคลกะรีไปทางทิศตะวันออกประมาณ 75 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังมีการลงนามครั้งที่สองในวันที่ 4 ธันวาคม ของปีเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้นำชาวแบล็กฟุตที่ไม่ได้เข้าร่วมในการลงนามครั้งแรก โดยมีหัวหน้าเผ่าโครว์ฟุตเป็นหนึ่งในผู้ลงนามสำคัญในข้อตกลงนี้

ข้อกำหนดและเงื่อนไขหลัก

สนธิสัญญาฉบับที่ 7 มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนสิทธิในที่ดินกับความช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์บางประการ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • การสละสิทธิ์ในที่ดิน: กลุ่มชนพื้นเมืองตกลงสละสิทธิ์ในดินแดนดั้งเดิมของตน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการยอมรับว่าพวกเขาเป็นเจ้าของ
  • การจัดตั้งเขตสงวน: รัฐบาลตกลงที่จะกำหนดพื้นที่ดินที่ชัดเจนสำหรับแต่ละเผ่าเพื่อใช้เป็นเขตสงวน (Reserve)
  • ค่าตอบแทน: รัฐบาลสัญญาว่าจะจ่ายเงินรายปี จัดหาเสบียงอาหาร หรือทั้งสองอย่างให้แก่กลุ่มชนพื้นเมือง
  • สิทธิในการล่าสัตว์และดักสัตว์: กลุ่มชนพื้นเมืองยังคงได้รับสิทธิในการล่าสัตว์และดักสัตว์ในพื้นที่ที่ได้สละสิทธิ์ไป

บริบททางประวัติศาสตร์และแรงจูงใจ

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 กลุ่มชนพื้นเมือง 5 กลุ่มหลักในพื้นที่ตอนใต้ของแคนาดาตะวันตก ได้แก่ Siksika (Blackfoot), Kainai (Blood), Piikani (Peigan), Stoney-Nakoda และ Tsuut’ina (Sarcee) ดำรงชีวิตแบบเร่ร่อนโดยพึ่งพาฝูงควายไบซัน (Buffalo) เป็นหลัก ทั้งในด้านอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และวัฒนธรรม

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลายประการบีบบังคับให้ผู้นำชนพื้นเมืองต้องพิจารณาข้อตกลงนี้:

  1. การลดลงของประชากรไบซัน: การล่าสัตว์เกินขนาดทำให้ประชากรไบซันลดลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1879 ไบซันแทบจะหายไปจากที่ราบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง
  2. โรคระบาด: โรคฝีดาษ (Smallpox) และโรคอื่นๆ ที่นำเข้ามาโดยชาวตะวันตกได้คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก เนื่องจากชนพื้นเมืองไม่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ
  3. การขยายตัวของรัฐบาลแคนาดา: รัฐบาลแคนาดามีความต้องการครอบครองที่ดินเพื่อสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อทั่วประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความยินยอมหรือการโอนสิทธิ์จากเจ้าของที่ดินเดิม

รายชื่อกลุ่มชนพื้นเมืองภายใต้สนธิสัญญาฉบับที่ 7

กลุ่มชนพื้นเมือง (First Nation)กลุ่มชาติพันธุ์/ภาษา
Bearspaw First NationStoney First Nation / Nakoda
Chiniki First NationStoney First Nation / Nakoda
Blood Tribe (Kainai Nation)Blackfoot / Niitsítapi
Piikani NationBlackfoot / Niitsítapi
Siksika NationBlackfoot / Niitsítapi
Tsuut'ina NationTsuut’ina (Sarcee)
Wesley First NationStoney First Nation / Nakoda

คำถามที่พบบ่อย

สนธิสัญญาฉบับที่ 7 คืออะไร?

คือข้อตกลงระหว่างรัฐบาลแคนาดา (ในนามของมงกุฎอังกฤษ) กับกลุ่มชนพื้นเมืองในตอนใต้ของรัฐแอลเบอร์ตา ลงนามในปี ค.ศ. 1877 เพื่อจัดการเรื่องสิทธิในที่ดินและการตั้งถิ่นฐาน

ทำไมกลุ่มชนพื้นเมืองถึงยอมลงนามในสนธิสัญญานี้?

เนื่องจากวิกฤตการขาดแคลนอาหารจากการลดลงของประชากรควายไบซัน การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษ และความต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์

กลุ่มชนพื้นเมืองใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับสนธิสัญญานี้?

ประกอบด้วยกลุ่ม Siksika, Kainai, Piikani (รวมเป็นกลุ่มแบล็กฟุต), Stoney-Nakoda และ Tsuut’ina