สนธิสัญญาโลซาน จุดเริ่มต้นของตุรกียุคใหม่และการสิ้นสุดของจักรวรรดิออตโตมัน
สรุปใจความสำคัญ
- สนธิสัญญาโลซานลงนามเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 1923 ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
- เป็นสนธิสัญญาที่มาแทนที่สนธิสัญญาเซฟวร์ (Treaty of Sèvres) ที่ไม่ได้รับการรับรอง
- รับรองเอกราชของสาธารณรัฐตุรกีและกำหนดพรมแดนสมัยใหม่ของตุรกี
- มีการประกาศนิรโทษกรรมสำหรับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1914-1922 รวมถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนีย
สนธิสัญญาโลซาน เป็นสนธิสัญญาสันติภาพที่สำคัญซึ่งได้รับการเจรจาในระหว่างการประชุมโลซานปี 1922–1923 และลงนาม ณ พระราชวังรูมีน (Palais de Rumine) ในเมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1923 สนธิสัญญานี้ทำหน้าที่ยุติความขัดแย้งระหว่างจักรวรรดิออตโตมันกับกลุ่มประเทศพันธมิตร ซึ่งประกอบด้วยสาธารณรัฐฝรั่งเศส จักรวรรดิบริติช ราชอาณาจักรแห่งอิตาลี จักรวรรดิญี่ปุ่น ราชอาณาจักรกรีซ ราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย และราชอาณาจักรโรมาเนีย ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 1

ภูมิหลังและความสำคัญ
สนธิสัญญานี้เกิดขึ้นหลังจากความล้มเหลวของ สนธิสัญญาเซฟวร์ (Treaty of Sèvres) ปี 1920 ซึ่งพยายามที่จะแบ่งแยกดินแดนของออตโตมัน แต่ถูกปฏิเสธโดยขบวนการชาตินิยมตุรกีภายใต้การนำของ มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก (Mustafa Kemal Atatürk) หลังจากความพ่ายแพ้ของกรีซในสงครามกรีซ-ตุรกี และการยึดคืนเมืองอิซมีร์ (İzmir) ของกองทัพตุรกี จึงนำไปสู่การลงนามในข้อตกลงหยุดยิงที่มูดันยา (Armistice of Mudanya) ในเดือนตุลาคม 1922

การเจรจาและตัวแทน
การเจรจาใช้เวลานานหลายเดือน โดยมี อิสเมต อินอนู (İsmet İnönü) เป็นหัวหน้าผู้เจรจาของตุรกี ขณะที่ ลอร์ด เคอร์ซอน (Lord Curzon) รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ เป็นหัวหน้าผู้เจรจาของฝ่ายพันธมิตร และ เอเลฟเทริออส เวนิเซลอส (Eleftherios Venizelos) เป็นผู้เจรจาในนามของกรีซ
ข้อกำหนดหลักของสนธิสัญญา
สนธิสัญญาโลซานประกอบด้วยบทบัญญัติ 143 ข้อ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- เอกราชของตุรกี: ให้การรับรองความเป็นเอกราชของสาธารณรัฐตุรกี
- การคุ้มครองชนกลุ่มน้อย: กำหนดให้มีการคุ้มครองชนกลุ่มน้อยชาวกรีกออร์โธดอกซ์ในตุรกี และชนกลุ่มน้อยมุสลิมในกรีซ
- การแลกเปลี่ยนประชากร: ประชากรส่วนใหญ่ถูกส่งตัวกลับตามอนุสัญญาว่าด้วยการแลกเปลี่ยนประชากรระหว่างกรีซและตุรกี ยกเว้นประชากรในคอนสแตนติโนเปิล, อิมโบรส และเทเนโดส
- การสละสิทธิ์ในดินแดน: ตุรกียอมรับการสูญเสียไซปรัส, อียิปต์, ซูดาน, ซีเรีย และอิรัก รวมถึงการสละสิทธิ์ในหมู่เกาะโดเดคานีส (Dodecanese Islands) ให้กับอิตาลี

พรมแดนและดินแดน
สนธิสัญญากำหนดพรมแดนของกรีซ บัลแกเรีย และตุรกี โดยระบุว่าเกาะต่างๆ ในทะเลอีเจียนที่อยู่ห่างจากชายฝั่งตุรกีเกิน 3 ไมล์ จะตกเป็นของกรีซ ยกเว้นเกาะอิมโบรส (Imbros), เทเนโดส (Tenedos) และเกาะแรบบิท (Rabbit islands) ซึ่งยังคงเป็นของตุรกี
การนิรโทษกรรม
มีการประกาศนิรโทษกรรมสำหรับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1914 ถึง 1922 ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนีย (Armenian genocide) และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกรีก ทำให้ผู้กระทำผิดได้รับความคุ้มกันทางกฎหมาย
คำถามที่พบบ่อย
สนธิสัญญาโลซานแตกต่างจากสนธิสัญญาเซฟวร์อย่างไร?
สนธิสัญญาเซฟวร์พยายามที่จะแบ่งแยกดินแดนของออตโตมันออกเป็นหลายส่วน แต่สนธิสัญญาโลซานเป็นสนธิสัญญาที่ได้รับการยอมรับและรับรองเอกราชของสาธารณรัฐตุรกีอย่างเป็นทางการ
ใครคือบุคคลสำคัญในการเจรจาสนธิสัญญาโลซาน?
หัวหน้าผู้เจรจาของตุรกีคือ อิสเมต อินอนู และหัวหน้าผู้เจรจาของฝ่ายพันธมิตรคือ ลอร์ด เคอร์ซอน จากอังกฤษ
สนธิสัญญาโลซานส่งผลอย่างไรต่อประชากร?
นำไปสู่การแลกเปลี่ยนประชากรครั้งใหญ่ระหว่างกรีซและตุรกี เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพทางเชื้อชาติและศาสนาในดินแดนที่กำหนดไว้
